เสียงกรี๊ดเบาๆ ที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกแบรนด์หรูของ ‘พิม’ ดังขึ้นราวกับเสียงกรรไกรที่ตัดฉับ บรรยากาศชวนใจเต้นรัวเมื่อครู่ระหว่างลลินกับคินน์ถูกพังทลายลงในเสี้ยววินาที ร่างบางของสถาปนิกสาวดีดตัวผละออกจากอกแกร่งของวิศวกรหนุ่มราวกับโดนไฟลวก แม้ใบหน้าจะยังคงเชิดขึ้นสู้ตามสัญชาตญาณของการเป็นคนไม่ยอมใคร แต่หัวใจกลับเต้นรัวผิดจังหวะจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก
"อุ๊ย! ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะสวีทนะคะ พอดีฉันแค่..." พิมกระพริบตาปริบๆ รอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความตกใจถูกแทนที่ด้วยความเยาะหยันฉาบฉวย ดวงตากวาดมองชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงของตัวเองสลับกับสภาพที่เกือบจะสิงร่างกันของคนทั้งคู่ "โอ้โห ท่านรองศาสตราจารย์ขา... นี่เรามาตรวจไซต์งาน หรือมาถ่ายแบบพรีเวดดิ้งกันแน่คะเนี่ย ถึงได้แนบชิดกันซะขนาดนั้น"
ลลินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ มือเรียวปัดป่ายเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้ผู้ชายตัวสูงที่ยืนทำหน้าตายเฉยเมยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น—ให้ตายสิ ตาบ้านี่! หน้าหนาเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กหรือไง ถึงได้ยืนนิ่งสนิทแถมยังทำสายตาดุใส่เธอเหมือนเธอเป็นฝ่ายผิดซะงั้น!
"ถ้าคุณพิมมีเวลาว่างมาเดินแซวเรื่องไม่เป็นเรื่อง แปลว่าเอกสารขออนุมัติวัสดุก่อสร้างรอบนี้คงเซ็นผ่านเรียบร้อยแล้วสินะคะ" ลลินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมสมเป็นสถาปนิกสาวไอเดียจัดจ้านที่ไม่มีวันยอมตกเป็นรองใครในสังเวียนวาจา "แต่ถ้ายัง... แนะนำให้เอาเวลาไปตรวจสเปกกระเบื้องยางจะดีกว่านะคะ เดี๋ยวหน้างานจะพังเอาซะก่อน"
คินน์เหลือบมองคนปากเก่งข้างกายแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นนิดหน่อยอย่างยากจะสังเกตเห็น ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะกลับมาเรียบตึงเป็นระเบียบเรียบร้อยตามสไตล์วิศวกรเจ้าระเบียบผู้ไม่เคยปรานีใคร ดวงตาสคมกริบกวาดมองพิมที่หน้าเสียไปเล็กน้อยด้วยแววตาเย็นชา
"ประชุมหน้างานสิบโมงตรง สายไปแปดวินาที หักเงินเดือนตามระเบียบครับ... อ้อ แล้วก็เรื่องสเปกวัสดุที่สถาปนิกเขาเตือน กรุณาใช้สมองส่วนหน้าคิดวิเคราะห์ให้ดีก่อนส่งเรื่องมาถึงโต๊ะผม ไม่อย่างนั้นโปรเจกต์นี้คงได้ล่มปากอ่าวตั้งแต่ยังไม่ตอกเสาเข็ม" คินน์ร่ายยาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก แต่ทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนจนพิมหน้าร้อนผ่าว
ลลินแอบลอบยิ้มสะใจอยู่เงียบๆ ถึงตาบ้านี่จะปากร้ายและชอบออกคำสั่งจู้จี้กับเธอสารพัด แต่วันนี้ต้องยอมรับว่า... ลูกคอมโบที่ฟาดใส่คู่ปรับเก่าของเธอเมื่อครู่ มันช่างสะใจคนฟังเสียเหลือเกิน!
"ไปค่ะ" คินน์หันมาเอ่ยเสียงเข้มกับหญิงสาวร่างบางที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างๆ "ยืนบื้ออะไรอยู่หน้าประตู ไซต์งานนรกนี่ไม่ได้รอลฤกษ์แต่งงานของใคร อยากให้งานเสร็จทันเดดไลน์ก็เดินตามมา อย่าให้ผมต้องอุ้มไปเหมือนเมื่อกี้อีก"
ให้ตายเถอะ! ประโยคหลังนี่มันจำเป็นต้องพูดออกมาโต้งๆ ไหมนะ ใบหน้าที่เพิ่งจะหายร้อนของลลินกลับมาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบจนลามไปถึงใบหู ร่างบางค้อนขวับส่งท้ายให้ร่างสูงที่เดินนำลิ่วออกไปก่อนอย่างไม่รอช้า ก่อนจะก้าวฉับๆ ตามหลังไปติดๆ โดยมีสายตาริษยาของพิมไล่หลังมาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
ก้าวแรกที่เดินเหยียบลงบนพื้นที่โครงการ ‘ไซต์งานนรก’ สมชื่อ ลลินก็แทบอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ โคลนเหลวสีน้ำตาลเข้มจากฤดูฝนส่งกลิ่นอื้นดินชื้นแฉะตลบอบอวล พื้นที่รอบด้านเต็มไปด้วยกองอิฐ ปูน เหล็กเส้นระเกะระกะ และเสียงเครื่องจักรคำรามกึกก้องจนหนวกหู ชุดสูทและรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตาของเธอคงไม่รอดพ้นสภาพพินาศในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แน่ๆ
"ระวังหลุมตรงนั้นหน่อยครับ สถาปนิกสมองเพชร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนไล่หลังมา พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมมาคว้าข้อศอกบางไว้ทันท่วงปริ่ม ก่อนที่เรียวขาของเธอจะก้าวพลาดตกสระน้ำขังชั่วคราวหน้าแคมป์คนงาน
ลลินชะงัก ปลายจังหวะหัวใจกระตุกวูบเมื่อผิวเนื้อสัมผัสกันผ่านเนื้อผ้า เธอนิ่วหน้าสะบัดแขนออกเบาๆ แม้จะรู้ว่าเขาหวังดีแต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ "ฉันเดินเองได้ค่ะ ไม่ได้ตาบอดแล้วก็ไม่ได้เดินสะดุดเก่งขนาดนั้นสักหน่อย"
"ปากดี" คินน์พ่นลมหายใจออกทางจมูก ดวงตาคมกริบสำรวจชุดที่เธอสวมใส่อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก "รู้ตัวไหมว่าแต่งตัวผิดระเบียบความปลอดภัยร้ายแรง รองเท้าผ้าใบนั่นกันตะปูทะลุไม่ได้หรอกนะ ถ้าเหยียบเศษเหล็กขึ้นมา ผมต้องเสียเวลาอุ้มคุณไปส่งโรงพยาบาลอีกรอบ ซึ่งบอกเลยว่างานนี้ไม่มีสวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาลให้"
"นี่คุณ! ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ชาตินี้เคยจีบใครติดบ้างไหมคะเนี่ย หรือมีแต่คนวิ่งหนีหมด" ลลินสวนกลับทันควัน ยืนกอดอกเชิดหน้าเถียงสู้ตาย ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังวิศวกรหนุ่มที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งคืบ
"ถ้าเป็นคุณ... ต่อให้วิ่งหนีสุดชีวิต สุดท้ายก็ต้องวิ่งกลับมาหาผมอยู่ดี" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้กระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจกวนประสาท แววตาคมปลาบเป็นประกายวิบวับอย่างเจ้าเล่ห์จนคนฟังถึงกับพูดไม่ออก สมองประมวลผลคำตอบไม่ทัน
ก่อนที่ลลินจะได้อ้าปากด่ากราดใส่ความหน้ามึนของอีกฝ่าย เสียงตะโกนโวกเวกจากหัวหน้าคนงานก่อสร้างก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
"คุณคินน์ครับ! แย่แล้วครับ ทางปีกทิศเหนือของโครงสร้าง ชั้นสาม... แบบแปลนที่คุณสถาปนิกออกแบบมา มีปัญหาหน้างานครับ เหล็กคานรับน้ำหนักมันติดท่อระบบปรับอากาศหลัก แก้ไขหน้างานด่วนเลยครับ ไม่งั้นเทปูนไม่ได้!"
หัวหน้าคนงานหน้าตาตื่นวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา สภาพเนื้อตัวมอมแมมไปด้วยฝุ่นปูน คินน์ขมวดคิ้วมุ่นทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความผ่อนคลายเมื่อครู่กลับมาคุกรุ่นจริงจังในพริบตา วิศวกรหนุ่มหันขวับมามองสถาปนิกสาวที่เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งเครียดตามทันทีเช่นกัน
"ไหนคุณบอกว่าเคลียร์แบบเคลียร์ระบบมาดีแล้วไง ลลิน?" คินน์หันมาใช้น้ำเสียงกดดันแกมตำหนิ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "หน้างานไม่เคยรอทฤษฎีสวยหรูบนกระดาษ ถ้าแก้ปัญหาตอนนี้ไม่ได้ กำหนดการส่งมอบพังทั้งโครงการ"
ลลินเม้มริมฝีปากแน่น ความมั่นใจในฝีมือตัวเองถูกท้าทายอีกครั้ง เธอไม่ยอมให้ใครมาดูถูกงานออกแบบของเธอเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้ชายคนนี้!
"ตามฉันมาค่ะ" ลลินเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายและมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม "เดี๋ยวฉันจะไปชี้ให้เห็นจะๆ เลยว่า หน้างานของคุณต่างหากที่ทำผิดสเปกจากแบบแปลนที่ฉันเคาะอนุมัติไปแล้วกี่จุด!"
พูดจบ สถาปนิกสาวก็ก้าวฉับๆ ฝ่ากองโคลนและเศษวัสดุก่อสร้าง มุ่งตรงไปยังลิฟต์ก่อสร้างชั่วคราวเพื่อขึ้นไปพิสูจน์ความจริงบนชั้นสามทันที โดยมีคินน์สาวเท้ายาวก้าวตามติดประกบไม่ห่าง แววตาของวิศวกรหนุ่มไม่ได้มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวเลยสักนิด... ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยประกายความพึงพอใจและเอ็นดูระคนทึ่งในความพยศของแม่เสือสาวตัวนี้
ลิฟต์เหล็กเก่าคร่ำครึส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัวขณะเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นสาม บรรยากาศในพื้นที่แคบๆ กลับอึดอัดด้วยแรงกดดันจากทั้งสถานการณ์และระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินความจำเป็น คินน์ก้าวเข้ามาเบียดชิดพื้นที่ด้านหลังของลลินโดยไม่มีช่องว่าง มือหนายื่นไปยันผนังเหล็กกั้นเพื่อบังกระแสลมแรงจากด้านนอกไม่ให้ปะทะร่างบาง
หัวใจของลลินกระตุกวูบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นจางๆ ล้อมรอบตัวเธอไว้หมดทางหนี ใบหน้าคมคายอยู่ใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับเส้นผมของเธอ
"อย่าเกร็งสิครับ" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมใบหูเบาๆ จนขนลุกเกรียว "ถ้าหน้างานมันนรกนัก... เกาะแขนผมไว้ก็ได้นะ ผมไม่คิดค่าบริการเพิ่มหรอก"
"ถอยไปเลยนะ!" ลลินหันขวับกลับมาจะเอ็ดใส่ แต่จังหวะนั้นเอง...
*ครืนนน!*
เสียงโครงสร้างเหล็กด้านบนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงพร้อมกับแรงกระชากของลิฟต์ที่สะดุดกึกกลางอากาศ ไฟกระพริบดับวูbลงทันที ทิ้งให้ทั้งคู่จมดิ่งลงในความมืดสลัวและเสียงโลหะลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว!
ร่างบางกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและเซถลำล้มลง แต่ก่อนที่ตัวจะกระแทกพื้นเหล็ก แขนแกร่งของคินน์ก็คว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ดึงเธอเข้าสู่อ้อมอกแน่นหนา ป้องกันอันตรายได้อย่างเฉียดฉิว
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันในความมืดมิด ลลินซบหน้าอยู่กับแผงอกกว้าง เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวเป็นจังหวะหนักแน่นแข่งกับเสียงโครงสร้างด้านนอก ขณะที่มือหนาของคินน์โอบกอดกระชับแน่นไม่ยอมปล่อย
"อยู่เฉยๆ" เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบชิดริมฝีปากของเธอในความมืด น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลและทรงพลังจนความตื่นกลัวมลายหายไปในพริบตา "ไม่เป็นไร... มีผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีทางให้คุณเจ็บตัวเด็ดขาด"
สัมผัสอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ลลินนิ่งงันไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก นอกจากการรับรู้ถึงอ้อมกอดที่ปลอดภัยที่สุดในโลกกลาง 'ไซต์งานนรก' แห่งนี้
— และก่อนที่เธอจะได้เอื้อnเอ่ยคำใดออกมา...
*แกร๊ก!*
แสงสว่างจ้าจากไฟฉายสาดส่องทะลุเข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกนโหล่กเหล่กของหัวหน้าคนงานที่งัดประตูลิฟต์เปิดออก!
"คุณคินน์! คุณลลิน! ติดอยู่ข้างในหรือเปล่าครับ— เฮ้ย!" หัวหน้าคนงานชะงักกึก ตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อสาดไฟไปเห็นภาพวิศวกรหนุ่มมาดนิ่งกำลังโอบกอดสถาปนิกสาวปากกล้าแนบชิดติดอกกลางซากลิฟต์เสียการทรงตัว!
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
— **ดาวตกคืนคริสต์มาส** (ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันเสมอนะคะ!)
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์หวงก้าง•ตอนที่ 5
ไซต์งานนรก
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!