เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์หวงก้าง•ตอนที่ 6

กาแฟกับความขัดแย้ง

ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
แก้วเซรามิกสีดำด้านราคาหลักร้อยถูกวางกระแทกบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ก๊อก* จนผิวกาแฟสีเข้มกระฉलकเปื้อนขอบแก้วเล็กน้อย ลลินชะينมือที่กำลังลากเส้นโมเดล 3D ในจอแมคบุ๊ก เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตัวโตที่ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์อยู่ตรงหน้าด้วยสายตานิ่งสนิท "ถ้าคุณคินน์จะเอาเอกสารมาส่งแล้วแถมอาการทางจิตเวชใส่, รบกวนช่วยไปแสดงออกที่แผนกโครงสร้างนะคะ พอดีตรงนี้โต๊ะทำงานสถาปนิกค่ะ ไม่ใช่ศาลาคนเศร้า" น้ำเสียงของลลินราบเรียบแต่เชือดเฉือนพอกับใบหน้าสวยที่เชิดขึ้นเล็กน้อย เธอมองแก้วกาแฟปริศนาก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาของคินน์ วิศวกรหนุ่มคู่ปรับที่ขยันหาเรื่องเธอได้ทุกวี่ทุกวันตั้งแต่โปรเจกต์ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองนี่เริ่มเปิดฉาร์ต คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีมึนตึงใส่ชาวบ้านตลอดยามนี้กลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเบาๆ สองที "ศาลาคนเศร้าอะไรกันครับ... อ๊ะ ขอโทษที ติดปากพูดกับพวกไร้สมองบ่อยไปหน่อย" คินน์จงใจเน้นเสียงคำว่า *ไร้สมอง* พร้อมกวาดสายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ "นี่ครับ กาแฟดำ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นม ไม่ใส่อะไรทั้งสิ้น... แบบที่ *คนโปรดของผม* เอ่อ หมายถึง *คนโปรดของคุณ* สั่งย้ำนักย้ำหนาว่าต้องเข้มข้นถึงใจถึงจะปั่นงานส่งทันเดดไลน์ ไม่ใช่กินกาแฟใส่นมชมพูหวานเลี่ยนเหมือนเด็กอนุบาลแบบเมื่อวาน" ลลินหรี่ตาลงทันที ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอเกลียดที่สุดคือพวกผู้ชายปากเสียที่ชอบเข้ามาจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะไอ้วิศวกรหนวดเคราครึ้ม (ที่เพิ่งโกนไปเมื่อเช้า) คนนี้ "อ๋อเหรอคะ?" ลลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเตี้ยกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงตัวแต่รัศมี “ไม่ยอมคน” ของเธอกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร นิ้วเรียวผลักแก้วกาแฟสีดำนั้นกลับไปหาเจ้าของอย่างไม่แยแส "ขอบคุณนะคะสำหรับความหวังดี... แต่บังเอิญว่าลิลชอบกินอะไรที่มันหวานและมีความสุขค่ะ ไม่ใช่ขมปี๋แล้วต้องมานั่งทำหน้าอมทุกข์เหมือนคนท้องผูกแบบคุณคินน์" "ปากเก่งจังนะ" คินน์โน้มตัวลงมาใกล้ โน้มใบหน้าเข้ามาจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้ม ประชิดตัวจนลลินต้องเอนหลังพิงขอบโต๊ะโดยอัตโนมัติ "ปากเก่งแบบนี้ ตอนแก้แบบโครงสร้างเสา 3B ให้มันผ่านรอบเดียว ไม่ต้องให้ผมแก้สามรอบเหมือนสัปดาห์ก่อน จะดีมากเลยนะครับ คุณสถาปนิกคนเก่ง" "ก็เพราะโครงสร้างบ้าๆ ที่คุณออกแบบมามันฝืนหลักสุนทรียศาสตร์น่ะสิคะ! จะให้เอาเสาเบ้อเริ่มเทิ่มไปวางไว้ตรงกลางล็อบบี้กระจกเนี่ยนะ? ถ้าลิลทำแบบนั้น จบโปรเจกต์นี้ลิลคงโดนประณามหยามเหยียดจากสภาสถาปนิกยิ่งกว่าโดนไล่ออกซะอีก!" "ผมเป็นวิศวกรครับ หน้าที่ผมคือทำให้ตึกมันไม่ถล่มลงมาทับหัวคน ไม่ได้มีหน้าที่มานั่งตามใจรสนิยมอาร์ตตัวแม่ของคุณ" คินน์สวนกลับทันควัน ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบหายไปชั่วขณะ ลลินนิ่งงันไปอึดใจหนึ่ง หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลเมื่อปลายนิ้วของเขาเอื้อมมาปัดเศษผงกระดาษที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อด้านซ้ายของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้เธอสะดุ้งเฮือก รีบปัดมือเขาออกแล้วก้าวถอยหลังทันที "ถอยไปเลยนะคะ! ใครอนุญาตให้มาแตะเนื้อต้องตัวฮะ!" ลลินหน้าแดงก่ำ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะความเขินที่ตีรวนขึ้นมากันแน่ คินน์ชักมือกลับ เขายืนเต็มความสูง ก้มมองแก้วกาแฟที่ถูกผลักกลับมาหาตัวเอง ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—รวดเร็วเสียจนลลินเกือบจับสังเกตไม่ทัน มุมปากหนายกยิ้มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูเย้ยหยัน แต่มันมีความหมายแปลกประหลาดที่ทำเอาคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง "กินซะบ้างนะครับ กาแฟแก้วนั้นน่ะ" คินน์กระซิบเสียงต่ำ ทุ้มนุ่มจนน่าโมโห "ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวตอนพรีเซนต์งานให้ท่านประธานฟังช่วงบ่าย คุณจะได้เป็นลมล้มพับคาโต๊ะประชุม... ผมไม่อยากอุ้มคุณส่งโรงพยาบาลรอบสองหรอกนะ มันเสียเวลาทำงาน" พูดจบ วิศวกรปากร้ายก็หมุนตัวเดินกลับออกไปจากโซนโต๊ะทำงานของเธอทันที ทิ้งให้ลลินยืนกำหมัดแน่น หน้าดำหน้าแดงด้วยความโมโหปนฮึดฮัดอยู่คนเดียว หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน เธอก้มมองแก้วกาแฟสีดำด้านบนโต๊ะที่ตอนนี้กลายเป็นสิ่งกีดขวางทางสายตา ลลินเม้มปากแน่น หัวใจยังคงเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ มือเรียวยื่นไปแตะที่ผิวแก้ว—ความอุ่นจากกาแฟยังคงส่งผ่านความร้อนมาถึงปลายนิ้ว *บ้าที่สุด... ตาผู้ชายปากหมานี่คิดจะทำอะไรกันแน่!* ลลินบ่นพึมพำในใจ แต่กระนั้น ปลายนิ้วเรียวกลับค่อยๆ เลื่อนแก้วกาแฟนั้นเข้ามาใกล้ตัวอย่างไม่รู้ตัว เธอดมกลิ่นกาแฟคั่วเข้มที่ลอยกรุ่นขึ้นมาแตะจมูก กลิ่นหอมกรุ่นที่เตะตาเตะใจอย่างประหลาดทำให้เธอเผลออมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ทว่า... รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันได้จางหาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานส่วนตัวของเธอก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน *ก๊อกๆ* "คุณลลินครับ ท่านประธานเรียกประชุมด่วนเรื่องแบบแปลนเฟสสอง..." เสียงของเลขาหน้าห้องดังขึ้น แต่ยังไม่ทันที่ประโยคจะจบลง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยบุคคลที่ไม่คาดฝัน ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ชายหนุ่มผู้มาใหม่ส่งยิ้มพินพิเทราราวกับผู้ชนะ ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับเสือซ่อนเล็บที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อ "ขอโทษทีที่ต้องขัดจังหวะความหวาน... เอ๊ย ความเครียดของคุณนะ" คินน์—คนที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อห้านาทีที่แล้ว—กลับเข้ามาพร้อมกระดาษแผ่นหนึ่งในมือ "พอดีท่านประธานเพิ่งเปลี่ยนใจ ให้ผมเข้ามาดูหน้างานกับคุณในห้องประชุมใหญ่ตอนนี้เลย... ไปกันเถอะครับ *คู่หู*" ลลินเบิกตากว้าง ค้างเติ่งอยู่ท่ามกลางความตกตะลึงเมื่อตระหนักได้ว่า... สงครามประสาทระหว่างเธอกับวิศวกรจอมกวนคนนี้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้นเอง *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความกวนประสาทและเคมีชวนฟินของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%