ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 23

ความตายที่เฉียดใกล้

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและสนธยาที่โรยตัวลงมาปกคลุมตำหนักอู่หลาน หาได้สงบเยือกเย็นดังเช่นธรรมชาติภายนอกไม่ หากแต่ตึงเครียดเสียจนราวกับเส้นไหมที่ถูกดึงจนแทบขาดสะบั้น "ท่านอ๋องทรงไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนแล้วหรือไร เพลิงบรรลัยกัลป์ที่ท่านกำลังสุมขึ้นด้วยมือตนเองนี้ หาได้เผาผลาญเพียงราชสำนักไม่ แต่มันกำลังแผดเผาแม้กระทั่งลมหายใจของคนที่ท่านทรง..." หลินซูเหยาหยุดคำพูดทั้งหมดลงเมื่อปลายกระบี่คมกริบเล่มหนึ่งถูกตวัดมาจ่ออยู่ที่ลำคอระหงอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด นางไม่ได้สะดุ้งสะเทือน นัยน์ตาคู่คมกวาดมองผู้ที่ถืออาวุธด้วยความเยือกเย็น นางปรายตามองบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า—จ้าวเฟยหรง องค์ชายผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ สตรีทั่วหล้าต่างหวาดกลัวความเหี้ยมเกรียมของเขา ทว่ายามนี้ แววตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความปรานีต่อแม้กระทั่งสตรีที่เคยร่วมเป็นร่วมตายเคียงบ่าเคียงไหล่ "เจ้าล้ำเส้นเกินไปแล้ว ซูเหยา" น้ำเสียงของจ้าวเฟยหรงต่ำลึก เยียบเย็นดั่งหุบเขาน้ำแข็งพันปี ริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรงสะท้อนความดุดันที่ถูกกดขี่ไว้ภายใต้ความนิ่งงัน "เรื่องของราชสำนัก เหตุใดข้าต้องให้สตรีจากดินแดนประหลาดเช่นเจ้ามาชี้นำ" "สตรีจากดินแดนประหลาดที่ท่านว่า นางผู้นี้แหละเพิ่งจะช่วยชีวิตท่านจากยาพิษกู่ในถ้วยชาเมื่อสองวันก่อน!" ซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำขลับวาววับด้วยความดื้อรั้น นางไม่ยอมถอยหลังแม้เพียงครึ่งก้าว ปลายคมกระบี่จ่อชิดผิวเนื้อจนเกิดรอยแดงเรื่อ แต่นางกลับเชิดหน้าขึ้นท้าทาย "หากท่านยังดันทุรังจะใช้แผนการบ้าบิ่นนี้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ในคืนนี้ ข้ากล้าเอาหัวของข้าเป็นประกันได้เลยว่า ท่านจะไม่ได้เดินออกจากท้องพระโรงแบบมีลมหายใจ!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบกายกดดันจนขันทีและนางกำนัลด้านนอกไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง จ้าวเฟยหรงจ้องมองสตรีตรงหน้า แววตาของเขาส2ะท้อนความซับซ้อนบางอย่าง—ระหว่างความโกรธเกรี้ยวที่นางกล้าอาจหาญต่อกรกับเขา และความห่วงใยอันลึกล้ำที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงตะโกนรายงานจากองครักษ์หน้าตำหนักก็ทำลายความเงียบลง "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! ราชทูตแคว้นเป่ยฉีขอเข้าเฝ้าด่วน พร้อมกับ... ของบรรณาการพิเศษจากองค์ชายรัชทายาทเป่ยฉี พ่ะย่ะค่ะ!" จ้าวเฟยหรงลดกระบี่ลงช้าๆ นัยน์ตาคมกริบหันไปมองนอกหน้าต่างที่ความมืดมิดเข้าปกคลุมสมบูรณ์แล้ว เขายื่นมือหนาออกไปรับถาดไม้จากขันทีที่ก้าวเข้ามาด้วยความหวาดกลัว บนถาดมีเพียงจอกสุราชั้นดีหนึ่งจอก ส่งกลิ่นหอมหวลยวนใจ แต่ทว่า... ในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่งจากยุค 80 ที่เคยผ่านเคสสารพิษมานับไม่ถ้วน สัญชาตญาณของซูเหยา0กลับกรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรงทันทีที่กลิ่นจางๆ ลอยมาแตะจมูก *กลิ่นอัลมอนด์ขม... ไซยาไนด์รูปแบบโบราณ!* "อย่าดื่มนะ!" ซูเหยาตะโกนลั่น พุ่งตัวเข้าไปปัดถาดในมือขันทีจนจอกสุราหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย ของเหลวสีชาดไหลนองลงบนพื้นหินอ่อน ส่งควันจางๆ ขึ้นมาทันทีที่สัมผัสกับอากาศ บ่งบอกถึงฤทธิ์ร้ายแรงที่สามารถปลิดชีพคนได้ภายในชั่วลมหายใจเดียว จ้าวเฟยหรงควσόข้อมือนางไว้แน่น สีหน้าเปลี่ยนเป็นถมึงทึงด้วยความตกใจและกริ้วโกรธ "ซูเหยา! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!" "ท่านต่างหากที่เสียสติ!" ซูเหยาตวาดกลับอย่างเหลืออด ดวงตาคู่สวยรื้นด้วยหยาดน้ำใสด้วยความโกรธปนหวาดกลัวระคนกัน "นั่นคือยาพิษสลายวิญญาณ! หากท่านดื่มเข้าไปเมื่อครู่ ศพของท่านคงเย็นเฉียบไปแล้ว!" ในจังหวะนั้นเอง ดวงตาของจ้าวเฟยหรงพลันเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นรอยข่วนเล็กๆ ที่หลังมือของซูเหยา—รอยที่เกิดจากการปัดป้องเศษแก้วเคลือบอาบยาพิษเมื่อครู่! พิษร้ายซึมซาบเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ใบหน้าของหลินซูเหยาที่เคยแดงก่ำด้วยความโกรธ กลับแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงอย่างฉับพลัน ริมฝีปากอิบอิ่มกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ร่างบางเซถลาทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของจ้าวเฟยหรงที่พุ่งเข้ามาคว้าตัวไว้ได้ทันท่วงที "ซูเหยา! ซูเหยา! มองหน้าข้า!" สุ้มเสียงที่เคยเยือกเย็นและมั่นคงของท่านอ๋องผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด บัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยความตระหนกจนแทบสิ้นสติ อ้อมแขนแกร่งโอบประคองร่างที่เริ่มไร้เรี่ยวแรงไว้แน่น ฝ่ามือหนากดลงบนจุดชีพจรที่ข้อมือของนาง พบว่ามันเต้นแผ่วเบาลงทุกทีจนน่าใจหาย "พิษ... พิษนี่มัน..." ซูเหยาพยายามเปล่งเสียงออกมา ลมหายใจของนางขาดห้วง ดวงตาที่เคยเฉลียวฉลาดและดื้อรั้นเริ่มพร่ามัว นางฝืนยกมือขึ้นแตะที่ใบหน้าคมคายของบุรุษที่กอดนางไว้ ปากบางยกยิ้มเยาะหยันตนเองเบาๆ "บอกท่านแล้ว... ว่าอย่าดื้อ... ท่านอ๋องคนโง่..." สิ้นเสียงกระซิบ ร่างในอ้อมแขนก็ทิ้งน้ำหนักลงสนิท ลมหายใจหยุดชะงักไปชั่วขณะ จ้าวเฟยหรงรู้สึกราวกับหัวใจถูกควักออกไปจากอก โลกทั้งใบหยุดหมุนในวินาทีนั้น ความโกรธเกรี้ยว ความเย่อหยิ่ง และอำนาจทั้งมวลพลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจที่ดึงเขากลับมาจากขอบเหวแห่งความสูญเสีย ดวงตาของแม่ทัพผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาลุกโชนด้วยเพลิงโทสะอันน่าสะพรึงกลัว เขาอุ้มร่างที่หมดสติขึ้นแนบอกด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างชักกระบี่ประจำกายออกมา ชี้ตรงไปยังกลุ่มขันทีและองครักษ์ที่หมอบกราบตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว "หากนางเป็นอะไรไป แม้แต่เงาหัวของพวกเจ้า... ข้าก็จะล้างบางให้สิ้นทั้งโคตร!" ท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังจะระเบิดขึ้น ทันใดนั้น เงาร่างสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบตรงหน้าต่างตำหนัก บุรุษสวมหน้ากากเงินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นยะเยือกจนน่าขนลุก "ท่านอ๋อง... พิษนี้มีเพียงข้าที่แก้ได้ แต่เงื่อนไขในการแลกเปลี่ยนชีวิตนาง... คือตราพยัคฆ์ครึ่งหนึ่งในมือท่าน... ท่านจะยอมมอบให้ข้า... หรือจะปล่อยให้นางตายคาอ้อมกอดในอีกหนึ่งเค่อข้างหน้านี้กันล่ะ?" ขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและลุ้นระทึกไปกับซูเหยาและท่านอ๋องในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%