กลิ่นอายโสมภูเขาสกัดเข้มข้นคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายยาสมุนไพรจีนโบราณจนฉุนกึกทั่วทั้งห้องบรรทม หลินซูเหยานอนแน่นิ่งอยู่ใต้ผ้านวมแพรต่วนปักลายเมฆมงคลสีนวล สีหน้าของนางซีดเผือดราวกระดาษสา ไร้ซึ่งรอยยิ้มเยหยันอันเป็นเอกลักษณ์และวาจาคมกริบทิ่มแทงใจดำผู้คนเช่นเคย ร่างระหงที่เคยยืนหยัดอย่างสง่างาม ท่ามกลางกระแสเชี่ยวกรากแห่งการแย่งชิงอำนาจ บัดนี้กลับอ่อนปวกเปียกราวกับกิ่งหลิวถูกพายุซัดกระหน่ำ
ข้างเตียงนอนนั้น... บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ทัพผู้เย็นเยียบดุจขุนเขาและไม่เคยแยแสต่อชีวิตผู้ใด บัดนี้กลับนั่งหลังตรงแน่วอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมโดยไม่ยอมขยับเขยื้อนกายไปไหนเลยตลอดสามวันสามคืน ดวงตาคู่คมที่เคยใช้พิจารณาสนามรบและวางกลยุทธ์พลิกแผ่นดิน บัดนี้มีรอยคล้ำใต้ตาชัดเจน เส้นเลือดปูดโปนบริเวณขมับยามขบกรามแน่นด้วยความอัดอั้นตันใจ จ้าวเฟยหรงใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับกระบี่ กุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของนางเอาไว้แนบแน่นราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิดเดียว วิญญาณของสตรีผู้มาจากต่างภพผู้นี้จะหลุดลอยหายไปในสายหมอก
"หากเจ้ายังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาสั่งการข้า... เรือนหลังของอ๋องเยี่ยงข้า คงถูกความโลภของพวกมันกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่ซากแล้วนะซูเหยา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและทรงอำนาจ บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่ผู้ติดตามใกล้ชิดอย่างพ่อบ้านเฉินไม่เคยได้ยินมาก่อน จ้าวเฟยหรงก้มลงจุมพิตที่หลังมือของนางอย่างทะนุถนอม ราวกับนางเป็นแก้วตาดวงใจที่เปราะบางยิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้า
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงแต่ระแวดระวังก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนประธาน พ่อบ้านเฉินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์แล้วกระซิบรายงานด้วยเสียงอันเบาหวิว
"ทูลท่านอ๋อง... สายข่าวจากเรือนรองรายงานมาว่า อนุฮุ่ยฉีกซองจดหมายลับที่ส่งมาจากตระกูลฝั่งมารดาแล้วพ่ะย่ะค่ะ นางกำลังเร่งรัดให้คนสนิทนำ 'ยาบำรุง' ถ้วยใหม่มาคารวะพระชายาในยามวิกาลนี้โดยอ้างความหวังดีเจ้าค่ะ"
มุมปากของจ้าวเฟยหรงกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปีในแคว้นเหนือ ดวงตาดุดลานพญาอินทรีหันกลับมามองร่างบนเตียงแวบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเฉยชาอันน่าสะพรึงกลัว
"ดี... ปล่อยให้นางแสดงงิ้วฉากใหญ่ออกมาให้เต็มที่" จ้าวเฟยหรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์สีเข้มสะบัดตามการเคลื่อนไหวที่เปี่ยมด้วยจิตสังหาร "ในเมื่อซูเหยายังไม่ตื่นขึ้นมาจัดการกวาดล้างบ้านหลังนี้ด้วยตนเอง วันนี้... ข้าผู้เป็นสามีจะใช้โลหิตของพวกมัน ล้างความสกปรกโสมมในเรือนหลังนี้ให้สะอาดหมดจดเอง!"
เพียงไม่นาน ประตูห้องนอนก็ถูกผลักออกอย่างแผ่วเบา อนุฮุ่ยในชุดอาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นเยื้องย่างเข้ามาด้วยท่าทีนุ่มนวลเย้ายวน ในมือประคองถาดกระเบื้องเคลือบสีฟ้าคราม บนนั้นมีถ้วยกระเบื้องบรรจุของเหลวสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นคละคลุ้งชวนเวียนหัว นางย่อกายลงทำความเคารพด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทว่าแววตาซ่อนประกายอำมหิตไว้อย่างมิดชิด
"หม่อมฉันทราบข่าวว่าพระชายายังทรงประชวรหนัก จึงต้มยาบำรุงพิเศษมาถวายด้วยความห่วงใยเพคะท่านอ๋อง... ให้หม่อมฉันป้อนนางเถิดเพคะ"
จ้าวเฟยหรงยืนกอดอกพิงเสาเรือน แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกที่หลุมลึกอยู่ในเงาดำ เขามองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังไต่ขึ้นสู่กองไฟ
"เจ้าบอกว่าเป็นยาบำรุงอย่างนั้นหรือ อนุฮุ่ย?" เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังหายใจไม่ออก
"เพคะ... เป็นสมุนไพรชั้นดีที่ช่วยขับพิษและบำรุงโลหิต..." อนุฮุ่ยตอบเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อปะทะกับสายตาดุจคมมีดของท่านอ๋อง
"เช่นนั้นก็ดี..." จ้าวเฟยหรงย่างสามขุมเข้าไปใกล้ นางสะดุ้งเฮือกถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ในเมื่อเจ้ามีความตั้งใจจริงถึงเพียงนี้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและความจงรักภักดีต่อพระชายา... เจ้าจงดื่มถ้วยนี้ให้ข้าดูก่อนสิ"
ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มของอนุฮุ่ยซีดเผือดลงในฉับพลัน เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มขมับ นางส่ายหน้าช้าๆ ถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง "ทะ...ท่านอ๋อง หม่อมฉันเป็นเพียงสนม... จะบังอาจดื่มยาของพระชายาได้อย่างไรเล่าเพคะ"
"เจ้าไม่ได้บังอาจ... แต่เจ้ากำลัง 'ถวายชีวิต' เพื่อความจงรักภักดีต่างหาก!" จ้าวเฟยหรงตวาดเสียงกร้าว บรรยากาศรอบตัวระเบิดไอสังหารออกมารุนแรงจนแจกันหยกบนโต๊ะสั่นสะเทือน พริบตานั้นองครักษ์เงาก็กระโดดลงมาจากขื่อเรือน ล็อกแขนทั้งสองข้างของอนุฮุ่ยไว้แน่น บังคับให้นางอ้าปากค้าง
ถ้วยกระเบื้องถูกบังคับให้จ่อ1ริมฝีปากสั่นระริกของอนุฮุ่ย น้ำยาสีดำเริ่มไหลรินลงข้างมุมปาก นางกรีดร้องออกมาอย่างเสียขวัญ แต่วินาทีที่นางกำลังจะดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อปฏิเสธมหันตภัยตรงหน้า เสียงแหบแห้งแต่ทรงพลังอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากบนเตียงนอน
"ช้าก่อน... อย่าเพิ่งรีบให้นางกินตอนนี้เลยเพคะท่านอ๋อง..."
จ้าวเฟยหรงชะงักกุนซือในมือทันที เขาก้มลงมองด้วยความตกตะลึง หลินซูเหยาค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ริมฝีปากแห้งผากระGบยิ้มเยาะหยันที่คุ้นเคย นางป้องหน้าผากตนเองเบาๆ แล้วส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้บุรุษผู้คลั่งรัก "ของเล่นชิ้นนี้... ข้าอุสส่าห์วางแผนตกปลาตัวใหญ่ไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน หากท่านอ๋องใจร้อนเททิ้งเสียหมด แล้วข้าจะเอาหลักฐานที่ไหนไปฟ้องหย่าและยึดทรัพย์สินทั้งหมดของสกุลฮุ่ยมาเป็นทุนตั้งต้นทำธุรกิจในยุค 80 ของข้ากันเล่าคะ?"
ขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและลุ้นระทึกไปกับซูเหยาและท่านอ๋องในบทนี้นะคะ
ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 24
ท่านอ๋องผู้เป็นดั่งศิลา
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!