เสียงกริ๊งของกระดิ่งเงินทองเหลืองที่แขวนไว้เหนือกรอบประตูกระจกบานผลัก ดังกังวานขึ้นพร้อมกับไอความเย็นจัดของเครื่องปรับอากาศยี่ห้อเซ็นจูรี่รุ่นเก่า ที่พัดปะทะเข้ากับกลิ่นอายยาสุนไพรจีนเคี่ยวเค็มในร้านขายยาโบราณกลางกรุงปักกิ่งยุคแปดสิบ
หลินซูเหยายืนนิ่งสนิทอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้สักขัดมัน มือเรียวบางภายใต้เสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามปักลายดอกเหมยกำลังบรรจงใช้มีดผ่าตัดสแตนเลสสตีลกรีดลงบนรากโสมป่าอายุหลายร้อยปีด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงกลมสะท้อนภาพของชายวัยกลางคนผู้สวมชุดสูทสากลเนื้อดี ทว่าใบหน้ากลับซีดเซียวและมีรอยคล้ำใต้ตาชัดเจน—เขาคือรองเลขาธิการพรรคประจำมณฑลผู้ทรงอิทธิพล แต่ในเวลานี้กลับต้องมายืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าสตรีที่เขาเคยดูแคลนว่าเป็นเพียง "แพทย์หญิงบ้านนอกตกยุค"
"อาการโรคกระเพาะเรื้อรังที่ลุกลามจนกลายเป็นแผลทะลุของท่านรองฯ หากปล่อยไว้อีกเพียงสามวัน ต่อให้ท่านเกณฑ์แพทย์หลวงทั้งเมืองหลวงหรือโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในปักกิ่ง ก็คงทำได้แค่เตรียมจัดงานศพให้สมเกียรติเท่านั้นค่ะ"
เสียงหวานใสทว่าราบเรียบเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งบนยอดเขา เปล่งออกมาโดยที่ซูเหยาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องโถงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังที่เดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันหัวใจของผู้ฟังจนแทบหยุดเต้น
รองเลขาธิการโจวกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงในวงการการเมืองกลับสั่นระริก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เขาจำต้องลดทิฐิและอำนาจทั้งหมดที่มีลงราบคาบ เมื่อตระหนักดีว่าเงื้อมมือของสตรีผู้นี้กุมความเป็นความตายของเขาไว้
"คุณหมอหลิน... ขอร้องล่ะครับ—เอ๊ย... ขอร้องเถอะนะแม่นาง... เอ๊ย... ท่านหมอ! ท่านต้องการสิ่งใดเพื่อแลกกับการรักษาข้าพเจ้า ขอเพียงเอ่ยปาก ทรัพย์สิน เงินตรา หรือแม้แต่อำนาจในการออกใบอนุญาตนำเข้าสินค้าจากฮ่องกงที่สามีของท่าน—ท่านอ๋องจ้าวเฟยหรงกำลังต้องการ ข้าพเจ้าสามารถจัดหาให้ได้ทันทีภายในคืนนี้!"
ซูเหยาหยุดมือที่กำลังจัดเรียงชิ้นส่วนโสมลงในถาดกระเบื้องเคลือบ เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นัยน์ตาคู่นั้นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยประกายแห่งความเหนือกว่า นางวางมีดผ่าตัดลงบนถาดกระทบกันจนเกิดเสียงกังวานใส
"ท่านรองฯ โจวเจ้าคะ ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า สามีของข้าพเจ้าคือแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังทหารครึ่งแผ่นดินต้าเฉิน ส่วนตัวข้าพเจ้าคือศัลยแพทย์ผู้กุมความเป็นความตายของผู้คน สิ่งของนอกกายอย่างโควตาสินค้าฮ่องกงหรือเงินตราหยวนปึกใหญ่เหล่านั้น สำหรับพวกเราแล้ว... มันมีค่าไม่เท่ากับเศษผงที่ติดอยู่บนชายเสื้อผ้าฝ้ายของข้าพเจ้าด้วยซ้ำ"
นางก้าวเท้าออกจากหลังเคาน์เตอร์ช้าๆ เสียงรองเท้าหนังแก้วกระทบพื้นไม้สนส่งเสียงก้องกังวาน อาภรณ์สีครามเข้มสะบัดพริ้วตามจังหวะการเคลื่อนไหว สง่างามและเย่อหยิ่งราวกับหงส์ฟ้าที่มองลงมาจากยอดเมฆ
"แต่ในเมื่อท่านอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงที่นี่ด้วยสภาพใกล้ตาย ข้าพเจ้าในฐานะแพทย์ย่อมมีจรรยาบรรณพอที่จะไม่ปล่อยให้สุนัขข้างถนน... อ้อ ขออภัย ข้าพเจ้าหมายถึงข้าราชการระดับสูง... ต้องมาสิ้นใจตายอย่างไร้ค่าในร้านยาเล็กๆ แห่งนี้หรอกนะคะ"
ทันใดนั้นเอง ประตูไม้สักแกะสลักด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันทรงพลัง กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและไอเย็นยะเยือกของสนามรบที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเลือดและสนิมดาบพัดโชยเข้ามาในห้องทันที
จ้าวเฟยหรงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงเนตรคมปลาบกวาดตามองไปยังรองเลขาธิการโจวด้วยแววตาดุจพญายมราชที่พร้อมจะปลิดชีพคนได้ทุกเมื่อ ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทกันหนาวสีดำสนิททำให้บรรยากาศภายในห้องแคบลงถนัดตา เขาก้าวเข้าไปโอบเอวบางของซูเหยาเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความห่วงใยระคนดุดันไว้ข้างใบหู
"เจ้าบาดเจ็บเมื่อครู่ตอนผ่าตัดสมุนไพรอีกแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงต้องลงมือเอง ปล่อยให้พวกมันจัดการเองก็สิ้นเรื่อง"
ซูเหยาเหลือบตามองค้อนสามีจอมเผด็จการผู้นี้เล็กน้อย ก่อนจะเอียงคอพิงซบไหล่กว้างอย่างเป็นกันเอง ทว่าวาจากลับเผ็ดร้อนไม่แพ้กัน "หม่อมฉันไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนะเพคะท่านอ๋อง อีกอย่าง... คนพวกนี้ถ้าไม่ให้ข้าพเจ้าดัดสันดานด้วยตัวเอง พวกเขาก็คงคิดว่าอำนาจในมือสามารถซื้อได้ทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจ"
จ้าวเฟยหรงหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่มองภรรยารักเต็มไปด้วยความลุ่มหลงและตามใจจนกู่ไม่กลับ ทว่าพอหันกลับไปมองรองเลขาธิการโจว รัศมีสังหารอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านออกมาอีกครั้งจนอีกฝ่ายเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น
"เรื่องการรักษา เอาไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้เช้า" จ้าวเฟยหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ตอนนี้ มีราชโองการลับด่วนที่สุดจากเมืองหลวงส่งตรงถึงมือข้าพเจ้า... และดูเหมือนว่าคนที่ส่งมา จะไม่ใช่ฝ่าบาท แต่เป็น 'เสด็จแม่' ของเจ้าเอง ซูเหยา"
นิ้วเรียวยาวของท่านอ๋องหยิบม้วนกระดาษสาประทับตราครั่งสีชาดออกมาจากอกเสื้อ วางลงบนโต๊ะไม้ด้วยท่าทีเคร่งเครียด ซูเหยาหรี่ตาลง รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากทันทีเมื่อเห็นลายมืออันคุ้นเคยที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานแรมปี
ทว่า ในวินาทีที่ซูเหยากำลังจะเอื้อมมือไปแกะตราประทับนั้นออก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นจากตรอกซอกซอยด้านนอกร้าน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องขององครักษ์เงาที่พุ่งเข้ามาด้วยสภาพเนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือด
"ท่านอ๋อง! พระชายา! ไม่ทันแล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังลับของสำนักตรวจสอบภายในนำโดย 'หลี่กงกง' ปิดล้อมถนนทุกสายรอบร้านยาไว้หมดแล้ว พวกมันอ้างว่า... พระชายาลักลอบผลิตยาพิษต้องห้ามและคิดกบฏต่อแผ่นดิน!"
จ้าวเฟยหรงดึงตัวซูเหยาเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักกระบี่ประจำกายออกจากฝักประกายแสงวาววับสะท้อนกับแสงไฟในร้าน นัยน์ตาคู่นคมกริบดุจเหยี่ยวหันไปมองสบตากับภรรยารักที่ตอนนี้ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่จุดประกายขึ้นในดวงตาคู่สวย
"ดูท่า... สุนัขรับใช้พวกนั้นคงจะลืมไปแล้วกระมัง ว่าการจะลากตัวหมอเทวดาแห่งยุคแปดสิบไปขึ้นศาล... ต้องจ่ายค่าครบรสด้วยเลือดสักกี่หยด" ซูเหยาเอ่ยกระซิบเบาๆ ริมฝีปากแนบชิดกับต้นคอของสามีด้วยความท้าทาย
"ถ้าพวกมันกล้าแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเส้นผม..." จ้าวเฟยหรงกดเสียงต่ำจนสั่นสะท้อนในอก "วันนี้เลือดของคนทั้งสำนักตรวจสอบ จะย้อมถนนสายนี้ให้กลายเป็นสีชาดแทนหมึกเขียนราชโองการเอง"
ปัง! ประตูไม้สักถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล ร่างเงาชุดดำนับสิบพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ทว่าก่อนที่คมดาบเล่มแรกจะทันได้แตะต้องเป้าหมาย จ้าวเฟยหรงก็เหวี่ยงกระบี่ตวัดออกไปเป็นวงกว้างจนเกิดคลื่นกระแทกซัดร่างของมือสังหารกระเด็นทะลุกระจกหน้าร้านแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี
ทว่า ในความโกลาหลนั้นเอง สายตาของซูเหยาหลุบลงไปมองที่แผ่นกระดาษราชโองการลับบนโต๊ะที่ถูกลมพายุพัดจนเปิดออก... ข้อความลายมือบรรทัดสุดท้ายที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ลมหายใจของศัลยแพทย์สาวยุค 80 ถึงกับสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ
*...คนที่อยู่เบื้องหลังการลอบวางยาพิษทั้งหมดในวังหลวงครั้งนี้ มิใช่ใครอื่น... แต่คือคนที่เจ้าไว้ใจที่สุด และกำลังยืนอยู่เคียงข้างเจ้าในเวลานี้*
ขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและลุ้นระทึกไปกับซูเหยาและท่านอ๋องในบทนี้นะคะ
ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 25
ฟื้นคืนชีพกลางศึกการเมือง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!