ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 13

แผนซ้อนแผนในเรือนหลัง

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอวลอยู่ภายในเรือนรับรองช่างน่าเวียนหัวเสียจริงสำหรับหลินซูเหยา นางปรายตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ในมือของอนุฮรรยาซูว์ผู้เลอโฉม รอยยิ้มอ่อนหวานราวกับดอกไม้แรกแย้มที่อีกฝ่ายประดับไว้บนใบหน้านั้น ไม่สามารถตบตาแพทย์หญิงผู้ผ่านสมรภูมิความเป็นความตายในห้องผ่าตัดมานับไม่ถ้วนได้เลยแม้แต่น้อย "พี่หญิง... ดื่มชาร้อนๆ สักหน่อยเถอะเจ้าค่ะ ช่วงนี้ท่านอ๋องทรงงานหนักจนพระวรกายทรุดโทรม หม่อมฉันเพียงเป็นห่วงว่าท่านพี่จะทรงกังวลพระทัยเรื่องในเรือน จนพาลให้อาการประชวรทรหนักลงไปอีก" น้ำเสียงนั้นหวานหยดย้อยราวกับเคลือบน้ำผึ้งอาบยาพิษ ดวงตาคู่หงส์พยายามซ่อนประกายความริษยาและความกระหยิ่มยิ้มย่องไว้ภายใต้แพขนตางอนหนา อนุซูว์คิดว่านางคือนกกรงดอกไม้ที่ไร้พิษสง คิดจะบีบก็ตายคิดจะคลายก็รอด ทว่านางหารู้ไม่ว่าสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้านี้นอกจากจะมีวิญญาณของแพทย์ยุคปัจจุบันแล้ว ยังมีสมองที่ผ่านการวิเคราะห์กลเกมอำนาจมาอย่างโชกโชนผ่านตำราพิชัยสงครามเรือนหลังที่ลึกล้ำยิ่งกว่าก้นบึง หลินซูเหยายังคงนิ่งเงียบ นางไม่ได้ยื่นมือไปรับถ้วยชาชาตระกูลดีนั้นทันที แต่กลับค่อยๆ กวาดสายตามองสำรวจไปรอบเรือน เรือนหลังนี้ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยเครื่องเรือนไม้จันทน์หอม ผ้าแพรปักลายหงส์บิน และแจกันโบราณราคาแพงลิบลิ่ว สิ่งเหล่านี้ล้วนได้มาจากการสูบเลือดสูบเนื้อของบ่าวไพร่และการยักยอกทรัพย์สินภายในจวนอ๋องทั้งสิ้น อนุซูว์ใช้ความโปรดปรานที่จ้าวเฟยหรงมีให้เมื่อครั้งอดีต สร้างเครือข่ายอิทธิพลมืดครอบ "เจ้าบอกว่าชาถ้วยนี้ชงขึ้นเพื่อบำรุงสุขภาพอย่างนั้นหรือ?" หลินซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานใส กิริยาท่าทางที่ยกกาน้ำชาขึ้นรินใส่ถ้วยของตนเองช้าๆ นั้นสง่างามราวกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ มิใช่ฮูหยินตกยากที่ใครจะรังแกได้ "แต่กลิ่นจางๆ ของหญ้าจันทร์เพ็ญที่เจืออยู่กับใบชาอู่หลงชั้นดีนี่... เกรงว่าจะไม่ได้มีฤทธิ์แค่บำรุงหัวใจกระมัง" รอยยิ้มบนใบหน้าของอนุซูว์แข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววูบด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง แต่เพียงเสี้ยววินาที นางก็ปรับสีหน้าให้กลับมาน่าสเวทเวทนาได้ดังเดิม พร้อมกับทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมปักลาย "พี่หญิงกล่าวหาอันใดเพคะ! หม่อมฉันจะมีใจกล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนั้นได้อย่างไร ยาบำรุงนี่ท่านแพทย์หลวงเป็นผู้จัดถวายให้ท่านอ๋องเสวยเป็นประจำนะเพคะ!" "แพทย์หลวง?" หลินซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นทำให้บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนหนาวยะเยือก นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง *เคร้ง* จนน้ำชาพอดกระเซ็น "แพทย์หลวงคนนั้นคงเป็นคนของตระกูลซูว์เจ้าสินะ ถึงได้กล้าสั่งจ่ายยาที่มีฤทธิ์สะสมทำให้ชีพจรอ่อนแรงทีละน้อย เพื่อให้ท่านอ๋องทรงเข้าใจว่าพระองค์ทรงพระประชวรเรื้อรังจากพิษศึกสงคราม... เจ้าช่างกล้าหาญนักนะซูว์อิงอิง กล้าใช้ชีวิตของสวามีตนเองมาเป็นเครื่องต่อรองอำนาจเพื่อพี่ชายเจ้าที่เป็นแม่ทัพชายแดนตะวันตก!" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและเต็มไปด้วยข้อเท็จจริงราวกับมีตาสביม ทำให้สีหน้าของอนุซูว์ซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามไรผม นางอ้าปากพะงาบๆคล้ายปลาขาดน้ำ เมื่อความลับที่กุมไว้ถูกเปิดโปงออกอย่างไร้ความปรานี ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักของเรือนรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือหนาที่ทรงพลัง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรดิ้นทองของจ้าวเฟยหรงก้าวเข้ามาด้วยก้าวอันมั่นคง แววตาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นคู่นั้นดุดันและคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก "ท่านอ๋อง...!" อนุซูว์รีบคลานเข้าไปหาบุรุษผู้เป็นเจ้าชีวิตทันที น้ำตาคลอเบ้าไหลอาบแก้มอย่างน่าสงสาร "ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ ฮูหยิน... ฮูหยินนางใส่ร้ายหม่อมฉัน นางกล่าวหาว่าหม่อมฉันวางยาพิษพระองค์เพคะ!" จ้าวเฟยหรงยังไม่ได้เอ่ยคำใด พระองค์ปรายพระเนตรมองสตรีทั้งสองด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา กลิ่นอายกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนบ่าวไพร่ที่ติดตามมาด้านหลังต่างพากันคุกเข่าตัวสั่นงันทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด หลินซูเหยากลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพียงแต่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตากับท่านอ๋องผู้เย็นชาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน "ท่านอ๋องอยากจะทรงพิสูจน์ด้วยพระองค์เองหรือไม่เพคะ ว่าสิ่งที่หม่อมฉันพูดเป็นความจริง หรือพระองค์ทรงโปรดปรานความเยินยอจอมปลอมของงูพิษตัวนี้ จนยอมให้มันกัดกินพระวรกายต่อไปจนสิ้นลม?" สุ้มเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและเด็ดเดี่ยว เคมีระหว่างบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดกับสตรีผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใครปะทะกันอย่างรุนแรงกลางอากาศ จ้าวเฟยหรงขมวดพระขนมเข้าหากันเล็กน้อย พระหัตถ์หนายื่นไปรับถ้วยชาเจ้าปัญหามาจากมือของภรรยาหลวง ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของทุกคนในห้อง ขณะที่พระองค์ทรงยกถ้วยขึ้นจรดพระโอษฐ์เพื่อเตรียมจะจิบน้ำชาถ้วยนั้น ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความระทึกใจไปกับ "ส้มหวานมิติลับ" ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%