คราบโลหิตสีคล้ำบนคานไม้เนื้อแข็งส่งกลิ่นอายคาวคละคลุ้ง กลิ่นอายความตายในตำหนักบูรพาไม่เคยจางหายไปไหน ราวกับวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับยังคงวนเวียนอยู่ใต้ร่มเงาของอำนาจอันมืดมิด
"เจ้าค่ะ... หากข้าตายไปแล้ว แม่นางหลินโปรดดูแลน้องชายของข้าด้วย..."
เสียงแหบพร่าของ 'อวี้หลัน' นางกำนัลคนสนิทที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงไม้ไผ่สานดังขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายของนางบอบช้ำจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ร่องรอยการถูกเฆี่ยนตีด้วยแส้เหล็กอาบทรายแก้วยังคงปรากฏเด่นชัดบนแผ่นหลัง รอยแผลลึกถึงเนื้อเยื่อจนน่าเวทนา หยดเลือดสีดำที่ไหลซึมออกมาจากมุมปากฟ้องชัดเจนว่าพิษร้ายจากในวังหลวงกำลังกัดกินอวัยวะภายในของนางทีละน้อย
หลินซูเหยาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่งจากศตวรรษที่ยี่สิบที่จำต้องมาติดแหงกอยู่ในยุคโบราณอันป่าเถื่อนนี้ นางพบเห็นความตายมามากเกินกว่าจะหลั่งน้ำตาให้ใครง่ายๆ แต่อวี้หลัน... หญิงสาวผู้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องความลับเรื่องเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ที่นางแอบซ่อนไว้ในหีบไม้เมื่อสามวันก่อน คือผู้ที่มีบุญคุณต่อชีวิตใหม่ของนางในโลกใบนี้อย่างแท้จริง
"เจ้ายังไม่ตาย และข้าก็ยังไม่อนุญาตให้ยมบาลมารับตัวเจ้าไปตอนนี้ทั้งนั้น!"
น้ำเสียงของหลินซูเหยาเฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจประหลาด นางปาดคราบเหงื่อออกจากหน้าผากด้วยหลังมือ ก่อนจะหยิบกล่องเครื่องมือสแตนเลสขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ซับในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายดอกเหมยออกมา ดีที่นางแอบนำชุดผ่าตัดขนาดพกพาและสารละลายเคมีบางส่วนติดตัวข้ามมิติมาด้วย แม้ว่ามันจะร่อยหรอกเต็มทีแล้วก็ตามที
ภายในห้องเก็บยาอันอับชื้น มีเพียงแสงสว่างวับแวมจากเปลวเทียนที่สั่นไหวตามแรงลม หลินซูเหยาลงมือผสมตัวยาถอนพิษสูตรเร่งด่วนที่ดัดแปลงมาจากสารเคมีในศตวรรษที่ยี่สิบผสมผสานเข้ากับสมุนไพรจีนหายาก นางฝนรากโสมพันปีลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด หยดสารละลายเคมีสังเคราะห์ลงไปสามหยดตามอัตราส่วนที่คำนวณไว้อย่างแม่นยำ กลิ่นฉุนแปลกประหลาดโชยขึ้นมาแตะจมูก แต่นางหาได้ใส่ใจไม่ สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการยื้อชีวิตของสตรีผู้นี้ให้ออกจากเงื้อมมือมัจจุราชให้จงได้
"อ้าปากซ้ำ อวี้หลัน... ดื่มมันเข้าไปเสีย"
นางประคองศีรษะของนางกำนัลสาวขึ้นอย่างทะนุถนอม ป้อนน้ำยาขมปร่าลงไปทีละนิด แม้ร่างบางจะสำลักออกมาจนเลือดไหลปนน้ำยา แต่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทำให้อวี้หลันกลืนมันลงคอไปได้ในที่สุด ผ่านไปชั่วเคี้ยวหมากสว่าง ร่างกายที่เคยเกร็งกระตุกและเย็นเฉียบเริ่มมีไออุ่นแผ่ออกมา ลมหายใจที่ขาดห้วงค่อยๆ กลับมาสม่ำเสมอขึ้น
หลินซูเหยาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก นางทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ด้วยความอ่อนล้า ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่คุ้นตาที่แผ่รังสีความเยียบเย็นกดดันจนอากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว
จ้าวเฟยหรง... ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุจขุนเขา น้ำแข็งหมื่นปีผู้นี้เหตุใดจึงมาปรากฏกายในยามวิกาลเช่นนี้ได้เล่า?
ร่างสูงในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรดิ้นเงินก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้า นางเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีย์คู่นั้น แววตาของเขานิ่งสนิทจนยากจะคาดเดาความรู้สึก ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายความลึกล้ำบางอย่างที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ
"ชายารัก... ดูท่าทางเจ้าจะงานยุ่งเสียเหลือเกินนะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังต้องหายใจสะดุด สายตาคมกราบกวาดมองถ้วยกระเบื้องเคลือบที่ยังมีคราบยาแปลกประหลาดติดอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนกลับมาหยุดที่ใบหน้าของนาง
"ท่านอ๋องเสด็จมา... มีธุระอันใดกับหม่อมฉันหรือเพคะ" หลินซูเหยาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ในใจจะเริ่มระแวงว่าเขาอาจจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่แล้วก็ตาม
จ้าวเฟยหรงไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจันทร์หอมประจำตัวโอบล้อมร่างนางไว้ มือหนายื่นออกไปเชยคางนางขึ้นมาช้าๆ ปลายนิ้วสอบสัมผัสกับผิวแก้วเนียนนุ่ม แววตาคมกริบพินิจพิจารณานางราวกับต้องการจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นBบึ้งจิตใจ
"เปิ่นหวังเพียงแค่สงสัยว่า... สตรีที่วันๆ เอาแต่ต่อปากต่อคำกับข้า เหตุใดจึงมีความสามารถในการปรุง 'ยาประหลาด' ที่แม้แต่หมอหลวงในวังยังต้องส่ายหน้าได้เช่นนี้กันเล่า ซูเหยา... เจ้ายังมีความลับอันใดซ่อนไว้อีก หรือว่า..."
เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักลึกเกือบชิดใบหูของนาง ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ระหง พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เจ้าไม่ใช่สตรีสกุลหลินที่ข้ารู้จัก... แต่เป็นปีศาจจำแลงกายมาจากที่ใดกันแน่?"
หัวใจของหลินซูเหยาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความลับที่นางพยายามปิดตายมาตลอดกำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกในค่ำคืนนี้หรือ?
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะอ้าปากแก้ตัวนั้นเอง เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอกตำหนักก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พร้อมกับเสียงรายงานตื่นตระหนกของขันธ์ทีหน้าประตูที่ทำให้เลือดในกายของทั้งสองคนเย็นเฉียบลงพร้อมกัน
"กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการลับจากฮ่องเต้... ด่วนที่สุด! สั่งให้คุมตัวพระชายาหลินเข้าคุกหลวงทันที ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏแคว้นซีเป่ย!"
ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 6
ยาถอนพิษในเงามืด
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!