ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 4

ท่านอ๋องที่แสนเย็นชา

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายกำยานนิลกาฬลอยอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่าของบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน ความกดอากาศในห้องโถงใหญ่ลดฮวบลงจนเหล่าบ่าวไพร่ต่างพากันหมอบกราบลงกับพื้นเรือน ปลายเท้าไม่กล้าขยับเขยื้อน ราวกับเกรงว่าเพียงแค่ลมหายใจที่ดังเกินไป อาจนำมาซึ่งคมดาบที่พรากชีวิตได้ในพริบตา หลินซูเหยายังคงยืนตัวตรง ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความนิ่งสงบ ศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนในยุคแปดสิบอย่างนาง หาได้สะท้านสะเทือนต่อบรรยากาศกดดันนี้ไม่ แม้เบื้องหน้าจะคือ ‘จ้าวเฟยหรง’ ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุจขุนเขาน้ำแข็ง ทว่าแววตาที่เขากำลังใช้มองนางกลับซ่อนประกายคมกริบดั่งใบมีดที่เคลือบยาพิษ “กล้าหาญนักนะ... ชายาของข้า เพิ่งจะก้าวเข้าจวนมาได้ไม่ทันไร ก็ริอ่านจัดฉากลงโทษคนของเรือนรองด้วยตนเองเสียแล้ว... เจ้าคิดจะถอนรากถอนโคนจวนอ๋องแห่งนี้ให้ราบคาบเลยหรืออย่างไร?” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมและรังสีสังหารที่แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง จ้าวเฟยหรงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางช้าๆ ทุกย่างก้าวราសมัจจุราชที่กำลังตีตรابความตาย อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายพยัคฆ์ทมิฬไหวตามจังหวะการเดิน แผ่กลิ่นอายความกดดันที่บีบคั้นหัวใจคนมองจนแทบหยุดหายใจ ซูเหยาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว นางหาใช่คุณหนูในห้องหอที่เอาแต่ร้องไห้เมื่อเจอความกดดัน แต่นางคือหมอผู้เคยยืนถือมีดผ่าตัดยื้อชีวิตคนท่ามกลางความเป็นความตายมาแล้ว “ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่สั่งสอนบ่าวที่ไร้กฎเกณฑ์แทนท่านต่างหาก ในเมื่อจวนหลังนี้ไร้ซึ่งมารยาท หม่อมฉันผู้เป็นถึงชายาเอกย่อมต้องถือวิสาสะจัดระเบียบเสียใหม่ มิเช่นนั้นคนนอกคงนินทาว่าท่านอ๋องทรงปกครองคนในเรือนไม่เป็น” คำพูดที่ตอบกลับไปอย่างฉาดฉานและตรงไปตรงมาทำเอาบรรยากาศในห้องโถงเงียบงันลงทันที หญิงสาวผู้สูงศักดิ์คนอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งอนุสนมที่แอบซุ่มดูอยู่มุมมืดต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง กล้าต่อปากต่อคำกับท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมเช่นนี้ นางย่อมสติวิปลาสไปแล้วเป็นแน่! จ้าวเฟยหรงหยุดฝีเท้าลงเบื้องหน้านาง ระยะห่างระหว่างเขากับนางเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและเย็นชาโชยปะทะนาสิก เขาก้มลงมองสตรีตัวเล็กกว่าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา นัยน์ตาคู่นั้นลึกล้ำดั่งหุบเหวไร้ก้นบึ้ง มือหนายื่นออกไปเชยคางมนขึ้นอย่างถือวิสาสะ นิ้วแกร่งบีบเข้าที่คางของนางเบา ๆ ทว่าแน่นหนา ราวกับจะทดสอบว่ากระดูกของนางจะแตกละเอียดคามือเขาหรือไม่ “ปากคอเราะร้ายนักนะ... ซูเหยา เจ้าคิดว่าการหยิบยกเอาฐานะชายาเอกมาอ้าง แล้วข้าจะไว้หน้าเจ้าหรือ?” จ้าวเฟยหรงกระซิบชิดริมฝีปากของนาง เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและอันตรายยิ่งนัก “จำใส่สมองอันน้อยนิดของเจ้าเอาไว้... ต่อให้เจ้าจะใช้วิธีการใดก้าวเข้ามาในจวนแห่งนี้ แต่สถานะของเจ้าในสายตาข้า ก็เป็นได้แค่เพียง ‘คนไร้ค่า’ ที่ถูกส่งมาเพื่อเป็นหมากตัวหนึ่งเท่านั้น” ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ค้นหาความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอ ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าและประกายท้าทายที่ระยิบระยับดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด ซูเหยาไม่หลบสายตา นางปัดมือหนาที่บีบคางนางออกอย่างไม่แยแส ก่อนจะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง รอยยิ้มเยาะหยันฉายชัดบนใบหน้าสวยหวาน “หม่อมฉันทราบดีเพคะ ว่าท่านอ๋องทรงเกลียดชังการแต่งงานพระราชทานนี้เพียงใด แต่ในเมื่อพวกเราต่างก็ตกอยู่บนเรือลำเดียวกันแล้ว ไยท่านต้องรีบร้อนผลักหม่อมฉันให้จมน้ำตายเล่าเพคะ? สู้เก็บแรงไว้รับมือกับศัตรูที่แท้จริงนอกจวนไม่ดีกว่าหรือ” คำพูดที่แฝงนัยยะลึกซึ้งทำให้แววตาของจ้าวเฟยหรงไหววูบไปชั่วขณะ เขาสะบัดชายแขนเสื้อด้วยความหงุดหงิดที่ไม่อาจควบคุมอารมณ์ของสตรีตรงหน้าได้ดั่งใจ “หุบปากของเจ้าซะ!” จ้าวเฟยหรงแค่นเสียงลอดไรฟัน “นับจากวันนี้เป็นต้นไป จงอยู่ให้ห่างจากสายตาของข้า! อย่าได้ก้าวก่ายงานในเรือนของข้า และที่สำคัญที่สุด... อย่าได้คิดเข้ามาใกล้ห้องทรงอักษรของข้าเด็ดขาด หากเจ้าฝ่าฝืน... ข้าจะส่งศพของเจ้ากลับตระกูลหลินในสภาพที่ไร้ชิ้นดี!” สิ้นคำประกาศิตอันเยียบเย็น ร่างสูงสง่าก็หมุนตัวสะบัดชายเสื้อเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความกดดันที่ยังคงค้างเติ่งอยู่ในอากาศ บ่าวไพร่ต่างพากันก้มหน้าหมอบตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว หลินซูเหยายืนมองตามแผ่นหลังกว้างที่ลับตาไป รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง นางยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเบา ๆ บริเวณที่ถูกบีบจนขึ้นรอยแดงจาง ๆ “ปากร้ายใจแข็งเสียจริงนะท่านอ๋อง... คิดว่าจะไล่ข้าพ้นทางได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!” นางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินกลับเรือนพัก ทว่าในจังหวะที่นางก้าวเท้าพ้นธรณีประตูห้องโถง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็พุ่งทะยานเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด “ท่านอ๋อง... มิใช่สิ! พระชายาขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” องครักษ์หนุ่มคุกเข่าลงแทบเท้า หอบหายใจถี่กระชั้นด้วยความตื่นตระหนก “องค์ชายรองทรงส่ง ‘ราชโองการลับ’ มาถึงหน้าประตูจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และเนื้อความในนั้น... ระบุชื่อของพระชายาโดยตรง!” หัวใจของซูเหยา กระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อสัญชาตญาณแพทย์สนามบอกนางทันทีว่า... มีพายุลูกใหญ่กำลังโหมกระหน่ำซัดเข้าใส่ตัวนางแล้ว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติมาสู่อ้อมอกของ "ส้มหวานมิติลับ" ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%