ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 29

กลยุทธ์กุนซือหญิง

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
"หากพระองค์ยังทรงลังเลที่จะก้าวขึ้นเหยียบย่างบนเส้นทางสีเลือดนี้ เช่นนั้นเก้าอี้มังกรในท้องโรงย่อมต้อนรับพระศพของพวกเราทั้งคู่ในอีกสามวันให้หลังอย่างแน่นอนเพคะ, ท่านอ๋อง" น้ำเสียงของหลินซูเหยาไม่ได้สั่นพร่าแม้แต่น้อย แม้ว่าปลายนิ้วเรียวของนางจะกำลังบรรจงฝนแท่งหมึกสีชาดลงบนจานหินต้วนซีอย่างเชื่องช้า ความเงียบงันภายในห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ดิ่งลึกจนได้ยินเสียงลมหายใจผ่าวร้อนของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์บูรพา จ้าวเฟยหรงนั่งนิ่งดุจรูปสลักหยกดำในชุดคลุมไหมปักลายกิเลนสีนิลสนิท สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองแผ่นกระดาษสาที่เต็มไปด้วยแผนผังการเคลื่อน12 กองกำลังทหารรักษาพระองค์ ซึ่งถูกร่างขึ้นด้วยลายมือปราณีตแต่เด็ดขาดของสตรีตรงหน้า อาภรณ์ปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋นซ้อนชั้นของซูเหยาไหววูบตามจังหวะการโน้มตัวลงกระซิบ นางไม่ได้เป็นเพียงสตรีจากมิติลู่ทางคู่ขนานยุคแปดสิบผู้พกพาความรู้แพทย์แผนปัจจุบันมาเท่านั้น แต่เวลานี้ ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉาบประกายวาววับของนักวางกลยุทธ์ผู้มองทะลุเกมการเมืองในราชสำนักต้าเหลียงอย่างทะลุปรุโปร่ง "เจ้ากำลังบังคับให้เปิ่นหวางเป็นกบฏอย่างเปิดเผย, ซูเหยา" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อนเอ่ยออกมาเยียบเย็น ราวกับสายลมหนาวเหน็บที่พัดผ่านยอดเขาหิมะ นัยน์ตาของเขาจับจ้องนางเขม็ง ไม่ยอมพลาดแม้แต่อากัปกิริยาเดียว "กบฏกับผู้พิทักษ์ความถูกต้อง มีเส้นแบ่งบางเบาเพียงแค่ผู้ใดเป็นผู้กำชัยชนะในตอนท้ายต่างหากเล่าเพคะ" ซูเหยารอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางวางแท่งหมึกลง ส่งเสียงกระทบกับผิวหินเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "ฮ่องเต้ทรงพระประชวรเรื้อรังด้วยฤทธิ์ยาพิษจากมือขององค์รัชทายาทและเสนาบดีหลี่มานานแรมเดือนแล้ว หากพระองค์ยังทรงยึดมั่นในความกตัญญูจอมปลอม รอให้ราชโองการปลดและประทานความตายมาถึงค่ายทหารพยัคฆ์เมื่อไหร่ เมื่อนั้นเกียรติยศของสกุลจ้าวคงเหลือเพียงชื่อให้บรรพชนส่ายหัว" จ้าวเฟยหรงแค่นหัวเราะในลำคอ ทว่าลึกเข้าไปในแววตานั้นมีความไหววูบที่ยากจะคาดเดา เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือนางมากักขังไว้ ทว่าซูเหยากลับไวกว่า นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม พร้อมกับคลี่ม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นสุดท้ายออกกว้าง เปิดเผยจุดยุทธศาสตร์สำคัญสามจุดรอบเมืองหลวง "หม่อมฉันไม่ได้มาเพื่อเจรจาต่อรองกับความลังเลของพระองค์" นางกล่าวต่อ น้ำเสียงจริงจังและทรงพลังยิ่งขึ้น "คืนนี้ ยามสาม กองกำลังลับของรัชทายาทจะเข้าปิดล้อมประตูเมืองด้านทิศตะวันตกเพื่อตัดเส้นทางเสบียง หากเราไม่ชิงตัดหน้าเข้ายึดคลังอาศัยและตราประทับหยกของกรมกลาโหมเสียก่อน หัวของท่านและทหารในสังกัดอีกแสนนายจะถูกแขวนประจานไว้ที่กำแพงเมืองภายในรุ่งสาง" ความกดดันภายในห้องทรงอักษรพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของความตายและอำนาจลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกำยานราคาแพง จ้าวเฟยหรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางอย่างรวดเร็ว จนซูเหยาต้องเงยหน้าขึ้นมอง ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะสัมผัสกันได้ในระยะประชิด ทว่าไม่มีความหวานซึ้งใดๆ มีเพียงแรงดึงดูดระหว่างผู้ล่าสองคนที่กำลังคำนวณลมหายใจของกันและกัน "เจ้ากล้าดียังไงมาสั่งเปิ่นหวาง... หลินซูเหยา" เขาเอ่ยเสียงกระซิบชิดริมหิมฝีปากนาง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน "หากแผนการของเจ้าล้มเหลว รู้หรือไม่ว่าจุดจบของคนทรยศคืออะไร" ซูเหยาไม่สะดุ้งสะเทือน นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้แต่ก็ทรงเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้ มือเรียวเอื้อมขึ้นแตะปกเสื้อคลุมปักดิ้นทองของเขาอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วปัดป้องรอยพับให้เรียบร้อยอย่างใจเย็น "หม่อมฉันไม่เคยเล่นเกมที่ตัวเองไม่มีวันชนะเพคะ, ท่านอ๋อง" นางกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงท้าทาย "และที่สำคัญ... หม่อมฉันไม่มีวันยอมให้บุรุษที่หม่อมฉันเลือก... ต้องมาตายอย่างอนาถใต้เงื้อมมือของสุนัขรับใช้พวกนั้นเด็ดขาด" คำว่า 'บุรุษที่หม่อมฉันเลือก' กระแทกเข้ากลางใจของแม่ทัพผู้เย็นชาอย่างจัง นัยน์ตาคมกริบของจ้าวเฟยหรงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ประกายความคลั่งรักอันดุร้ายจะลุกโชนขึ้นในแววตา ดั่งไฟป่าที่โหมกระหน่ำในฤดูแล้ง เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและยอมจำนนต่อสตรีตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง "ดี... ในเมื่อเจ้ากล้าเอาชีวิตเข้ามาร่วมเดิมพันกับเปิ่นหวางถึงเพียงนี้" จ้าวเฟยหรงคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดกัน สัมผัสได้ถึงไออุ่นและหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน "คืนนี้ เปิ่นหวางจะมอบอำนาจทั้งหมดในกองทัพให้เจ้าเป็นผู้บัญชาการเคลื่อนพลชั่วคราว... หากเราชนะ แผ่นดินนี้จะเป็นของเราสองคน แต่หากเราพ่ายแพ้ เปิ่นหวางก็จะลากพวกมันทั้งหมดลงนรกไปพร้อมกับเจ้าเช่นกัน!" ซูเหยาหาได้หวาดกลัวไม่ นางกลับแย้มยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้นของการเป็นผู้กุมชะตากรรม ทว่า ในวินาทีที่มือหนากำลังจะเอื้อมไปหยิบป้ายคำสั่งทองคำบนโต๊ะเพื่อประกาศกร้าวศึกครั้งสำคัญ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าประตูห้องทรงอักษร ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วที่ผิดวิสัย พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์เงา "ท่านอ๋อง!แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ถูกส่งมาถึงหน้าตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" จ้าวเฟยหรงชะงักมือที่กำลังหยิบป้ายคำสั่ง ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองบานประตูไม้แกะสลักทันที ในขณะที่หลินซูเหยาหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างที่เย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลัง ประตูห้องทรงอักษรถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รออนุญาต แสงไฟคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาพร้อมกับร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ ที่ถือม้วนราชโองการสีทองอร่ามเดินตัวสั่นเทาเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า พร้อมกับประกาศเสียงสั่นเครือว่า "มีพระราชโองการด่วน... แต่งตั้งองค์ชายสาม... ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนองค์ฮ่องเต้... และมีรับสั่งให้ประหารชีวิตท่านอ๋องจ้าวเฟยหรงทันทีฐานสมคบคิดเป็นกบฏ!" ส้มหวานมิติลับ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับกลยุทธ์พลิกแผ่นดินในตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%