กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคราบเลือดแห้งกรังบนเกราะนิลกาฬมิอาจกลบกลิ่นหอมเย็นของชาสมุนไพรไปได้ ในยามที่ความตายทอดเงาดำทะมึนลงมาทาบทับค่ายทหารหลวง เบื้องหน้ากองเพลิงที่กำลังเผาผลาญตำราพิชัยสงคราม หลินซูเหยาในชุดบุรุษผ้าแพรปักลายเมฆสีชาดกำลังใช้คีมเงินคีบถ่านร้อนในเตาอั้งโล่ด้วยมืออันสั่นเทาเล็กน้อย ความเงียบงันระหว่างพวกเขายืดเยื้อราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง จ้าวเฟยหรงผู้ได้ชื่อว่าเป็น "พญายมบูรพา" ผู้ไม่เคยสะท้านต่อคมดาบและห้วงมหรรณพแห่งการนองเลือด กลับกำลังยืนนิ่งค้างอยู่เบื้องหน้าสตรีผู้มาจากอนาคตอันไกลโพ้น สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองรอยเปื้อนหมึกและเขม่าควันบนดวงหน้าเรียวเล็กด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยาม
"ท่านอ๋อง... หากคืนนี้เราพ่ายแพ้ แผนการที่ท่านสะสมกำลังพลมาสิบปีในมิติที่ซ้อนทับกันนี้ จะสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นผง" น้ำเสียงของซูเหยาแหบพร่า นางวางคีมลงกระทบขอบเตาเสียงดัง *กริ๊ง* ท่ามกลางความเงียบสงัด
จ้าวเฟยหรงสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคง ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง เขายื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับบังเหียนและด้ามกระบี่เกลี่ยปอยผมที่เคล้าคลออยู่ข้างแก้มเนียนของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ตัดกับสถานการณ์ภายนอกที่กองทัพกบฏกำลังเคลื่อนพลประชิดค่ายอย่างสิ้นเชิง
"เปิ่นหวางไม่เคยสนใจแผ่นดินที่เน่าเฟะนี้ หากต้องแลกมันมาด้วยการสูญเสียเจ้าไป" สสุเสียงทุ้มต่ำลึกล้ำราวกับดังก้องมาจากก้นบึ้งของหัวใจ แววตาที่เยียบเย็นดุจน้ำแข็งนับพันปีบัดนี้ละลายกลายเป็นเปลวไฟแห่งความเสน่หาที่ร้อนแรงจนแทบแผดเผาทุกสิ่ง "ซูเหยา... เจ้าหญิงผู้รั้นจากโลกอันแปลกประหลาด เหตุใดจึงไม่ยอมหนีกลับไปยังห้วงเวลาของเจ้า เหตุใดจึงต้องดึงดันมาตายเคียงข้างคนเช่นข้า"
ซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตไหวระริก นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินนี้อย่างไม่เกรงกลัว แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้
"หนีหรือ? ท่านคิดว่าหมอศัลยกรรมมือหนึ่งอย่างฉันรู้จักคำนี้ด้วยหรือคะ ท่านอ๋องผู้โง่เขลา..." นางเอ่ยชื่อเรียกขานที่หลุดมาจากโลกอนาคตด้วยความเคยชิน น้ำเสียงสั่นเครือแต่ทว่าเด็ดเดี่ยว "ฉันมาจากโลกที่มีตึกสูงระฟ้า มีเครื่องมือแพทย์ที่ล้ำสมัย มีชีวิตที่สุขสบาย... แต่ในโลกเหล่านั้น ไม่มีรอยยิ้มโง่ๆ ของท่าน ไม่มีอ้อมกอดที่อบอุ่นยามที่ฉันเหนื่อยล้าจากการผ่าตัดข้ามวันข้ามคืน... ท่านบังคับให้ฉันตกหลุมพรางความรู้สึกนี้เอง แล้วยังมีหน้ามาไล่ฉันให้กลับไปอีกหรือคะ"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเปี่ยมด้วยความรู้สึกดิบเถื่อนแต่จริงใจ ทำให้จ้าวเฟยหรงชะงักงัน หัวใจที่ด้านชามานานนับปีถูกกระแทกจนเจ็บแปลบ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่เก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นพังทลายลงในพริบตา
ร่างสูงใหญ่โผเข้าคว้าตัวนางเข้าสู่Yอ้อมกอดทันที แรงปะทะนั้นหนักหน่วงแต่เต็มไปด้วยความโหยหา อ้อมแขนแข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็กโอบกอดร่างบอบบางไว้แน่นราวกับต้องการหลอมรวมนางเข้าไปในกระดูกดำ ปลายคางของเขาเกยอยู่บนลาดไหล่เล็ก ซูเหยารู้สึกได้ถึงแรงสะั่นสะเทือนเบาๆ จากแผ่นอกกว้างของบุรุษผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ผู้ใด
"ข้ากลัว..." จ้าวเฟยหรงกระซิบข้างใบหูของนาง เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดในแผ่นดินเคยได้ยินมาก่อน "ข้ากลัวว่ายาถอนพิษในมือเจ้าจะไม่ทันการณ์ กลัวว่าเลือดของเจ้าจะต้องเปื้อนผืนแผ่นดินนี้... ซูเหยา ข้าพ่ายแพ้แล้ว ข้าพ่ายแพ้ให้แก่สตรีประหลาดเช่นเจ้าอย่างหมดรูป"
ซูเหยานิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะยกยิ้มขึ้นทั้งน้ำตา นางยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขา ฝังใบหน้าลงกับซอกคอที่มีกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นเลือดจางๆ
"ถ้าเช่นนั้น... ก่อนที่ฟ้าจะสางและพวกเราต้องออกไปเผชิญหน้ากับกองทัพขององค์รัชทายาท ท่านจ้าวเฟยหรง... ได้โปรดสัญญาอะไรกับฉันสักอย่างสิคะ" นางผละใบหน้าออกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววแน่วแน่ "ไม่ว่าผลลัพธ์ในยามรุ่งสางจะเป็นเช่นไร ห้ามตายเด็ดขาด... ถ้าท่านตาย ฉันจะใช้เข็มเงินพิษปักศพท่านให้เป็นรังผึ้ง และจะหา 'สามีเด็ก' หน้าตาดีในยุค 80 มาแทนที่ท่านให้ดู!"
คำขู่ที่เจือเสียงหัวเราะทั้งน้ำตาทำให้จ้าวเฟยหรงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจที่สุดในรอบหลายปี เขาก้มลงประกบเรียวปากหยักลึกจุมพิตลงบนกลีบปากนุ่มของนางอย่างดูดดื่มและลึกซึ้ง ความหวานล้ำที่เจือด้วยรสเค็มปร่าของหยาดน้ำตาผสมผสานกันท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้น เป็นการยอมรับหัวใจซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบท่ามกลางพายุแห่งโชคชะตาที่กำลังโหมกระหน่ำ
ทว่า ในขณะที่ริมฝีปากยังคงแนบชิดและหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
*พรึบ!*
เสียงแหวกอากาศของลูกธนูอาบยาพิษพุ่งทะลุกระดาษสาของหน้าต่างตำหนักเข้ามาปักลงบนเสาไม้แกะสลักเบื้องหลังพวกเขาอย่างเฉียดฉิว พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับร้อยชีวิตที่กำลังปิดล้อมตำหนักส่วนในเข้ามาอย่างรวดเร็ว
และก่อนที่จ้าวเฟยหรงจะทันได้ชักกระบี่ออกจากฝัก เงาร่างในชุดเกราะทองคำประดับลายมังกรห้ากรงเล็บก็ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด
"ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริง... เสด็จอา"
องค์รัชทายาทจ้าวหลงเหว่ยแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือถือราชโองการลับฉบับจริงที่ประทับตราหยกด้วยพระโลหิตของฮ่องเต้ พร้อมกับทหารองครักษ์นับร้อยที่ชูคบเพลิงสว่างจ้าจนละลายความมืดมิดรอบตัวจนหมดสิ้น
ส้มหวานมิติลับ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับกลยุทธ์พลิกแผ่นดินในตอนนี้ด้วยนะคะ
ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 30
คำสารภาพก่อนศึกใหญ่
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!