ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 11

ข้อตกลงที่ต้องแลกด้วยอำนาจ

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มปีลึก ลอยอวลปะปนกับกลิ่นสนธยาที่เริ่มคืบคลานเข้ามาทางบานหน้าต่างแกะสลักลายวิจิตร หลินซูเหยานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยูงบุเบาะกำมะหยี่สีแดงเข้ม—ท่าทางอิสระเสรีเช่นนี้ช่างขัดแย้งกับบรรยากาศอันกดดันภายในตำหนักชิงหลันเสียเหลือเกิน ปลายเล็บเรียวสวยเคาะเบาๆ เป็นจังหวะบนโต๊ะน้ำชา สะท้อนความไม่แยแสต่อสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนที่จ้องมองมาจากเบื้องสูง "เจ้ากล้าดียังไง ถึงกล้าต่อรองกับเปิ่นหวาง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับหัวใจคนฟังให้แทบหยุดหายใจ จ้าวเฟยหรงในอาภรณ์คลุมสีดำปักดิ้นลายพยัคฆ์ทมิฬนั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะทรงงาน แววตาของแม่ทัพผู้กุมกำลังทหารครึ่งแผ่นดินวาวโรจน์ด้วยความระแวงระวังและขุ่นเคืองระคนกัน สตรีตรงหน้าผู้นี้มีที่มาลึกลับ ชาติกำเนิดคลุมเครือ แต่วาจาเมื่อครู่กลับผ่าซากและเฉียบคมจนน่ากลัวนางล่วงรู้ถึงความเคลื่อนไหวของกรมพิธีการและการจัดสรรเสบียงทหารชายแดนได้อย่างไร ทั้งที่นางควรเป็นเพียงหมอหญิงประหลาดที่ร่วงหล่นมาจากห้วงมิติพิศวง ซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ริมฝีปากเคลือบชาดสีระเรื่อยกยิ้มเยาะหยันอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ "ท่านอ๋องเพคะ คำว่า 'กล้า' กับ 'ไม่กล้า' สำหรับหม่อมฉันที่มีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายในยุคสมัยโบราณเช่นนี้ มันไร้ความหมายสิ้นดี หม่อมฉันเพียงแค่นำผลประโยชน์ที่ท่านปฏิเสธไม่ได้มาวางไว้บนโต๊ะ... ท่านอยากได้แผนยุทธศาสตร์ตัดกำลังกลุ่มอำนาจเก่าขององค์รัชทายาทใช่ไหมล่ะเพคะ? และในขณะเดียวกัน ท่านก็ต้องการสกัดข่าวลือเรื่องที่ว่าจวนอ๋องกำลังซ่องสุมกำลังพลด้วย" ซูเหยาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย สบตากับบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเหี้ยมเกรียมที่สุดในเมืองหลวงอย่างไม่หลบเลี่ยง "หม่อมฉันช่วยท่านได้... แลกกับการที่ท่านต้องใช้พระนามและอำนาจของท่าน คุ้มครองความปลอดภัยให้หม่อมฉันได้ใช้ชีวิตในจวนนี้อย่างสงบสุข และห้ามใครหน้าไหนเข้ามายุ่มย่ามกับข้าวของเครื่องใช้สไตล์ 'ศตวรรษที่ยี่สิบ' ของหม่อมฉันเด็ดขาด" จ้าวเฟยหรงหรี่ตาลงเล็กน้อย กล้ามเนื้อสันกรามขยับนูนขึ้นด้วยความขัดแย้งภายใน จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเขาลดทอนลงไปครึ่งหนึ่งเมื่อได้ยินข้อเสนอ สตรีผู้นี้มิได้มาเพื่อลอบสังหาร นางไม่ได้เข้ามาเพื่อสอดแนมให้ฝ่ายใด แต่ความทะเยอทะยานและสติปัญญาของนางกลับน่าสนใจและอันตรายยิ่งกว่าหนามยอกอก การเก็บงูพิษไว้ข้างกายย่อมเสี่ยงต่อการถูกแว้งกัด แต่หากใช้ประโยชน์จากพิษร้ายนั้นให้ถูกทาง งูพิษตัวนี้ก็อาจกลายเป็นอาวุธลับที่ทรงพลังที่สุดในการโค่นล้มราชบัลลังก์ที่เน่าเฟะ "เจ้ามั่นใจนักหรือว่า แผนการตื้นๆ ของสตรีที่ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า จะมีน้ำหนักพอที่จะทำให้เปิ่นหวางยอมพยักหน้า?" เสียงทุ้มเอ่ยเยียบเย็น พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างระหงที่นั่งอยู่ช้าๆ แรงกดดันรอบตัวทวีความรุนแรงขึ้นจนบรรยากาศแทบจะขาดผึ่ง ซูเหยาไม่ถอยหลังหนี นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่ แม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวเร็วดั่งกลองเพล ประสบการณ์จากการเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งที่ต้องผ่าตัดเคสวิกฤตท่ามกลางความเป็นความตาย สอนให้นางรู้ว่า ยิ่งอีกฝ่ายกดดันมากเท่าไหร่ สติของเราต้องยิ่งมั่นคงมากเท่านั้น "แผนตื้นๆ หรือเพคะ? ถ้ามันตื้นเขินจริง เหตุใดท่านอ๋องถึงยังทรงยืนคิดคำนวณผลได้ผลเสียอยู่ตรงนี้เล่าเพคะ?" ซูเหยาเอ่ยเสียงหวานหยด ย้อนถามด้วยรอยยิ้มพริ้มเพรา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้เสียจนกลิ่นหอมสะอาดประหลาดที่ไร้กลิ่นเครื่องหอมของสตรีทั่วไปจากตัวนาง ลอยเข้าแตะจมูกคมสันของจ้าวเฟยหรง จ้าวเฟยหรงชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดไร้ที่ติของสตรีตรงหน้า แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความล้ำลึกยากจะหยั่งถึง มือหนายื่นออกไปหมายจะเชยคางนางขึ้นมาพิจารณาให้ชัดเจน แต่ซูเหยากลับปัดมือเขาออกอย่างไม่ไว้หน้า พร้อมกับถอยหลังไปหนึ่งก้าว "รักษามารยาทด้วยเพคะ ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ การเจรจายังไม่บรรลุนصف... อ๊ะ!" ยังไม่ทันที่ซูเหยาจะเอ่ยจบประโยค จ้าวเฟยหรงกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วดดุจสายฟ้าแลบ มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางของนางแล้วดึงเข้ามาประชิดแนบอกอย่างไร้ความปรานี แรงปะทะทำให้ลมหายใจของซูเหยาติดขัด ใบหน้าของนางแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้า ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผมสลวย "กล้าหาญนักนะ... หลินซูเหยา" เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ข้างใบหูของนาง น้ำเสียงนั้นเจือแววคุกคามและบางสิ่งที่ร้อนรุ่มจนน่ากลัว "เจ้าคิดว่าจวนอ๋องของเปิ่นหวาง เป็นสถานที่ที่เจ้าจะเดินเข้าออกหรือต่อรองได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ?" ซูเหยาเม้มริมฝีปากแน่น มือเล็กข้างหนึ่งดันแผงอกเขาไว้ แต่มันกลับแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก นางรับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วของบุรุษเบื้องหน้า เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างคนทั้งสองดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกัน ความใกล้ชิดนี้ทำให้สติปัญญาที่เคยเฉียบคมของนางเริ่มปั่นป่วน "ถ้าท่านคิดจะฆ่าหม่อมฉัน... ท่านก็ทำไปนานแล้วเพคะ ไม่ต้องมาเสียเวลาขู่กรรโชกอยู่แบบนี้หรอก" ซูเหยาเชิดหน้าขึ้น แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับขอบหน้าต่างแล้วก็ตาม "สรุปว่าอย่างไรเพคะ จะรับข้อเสนอของหม่อมฉัน หรือจะปล่อยให้ข่าวลือเรื่องซ่องสุมกำลังพลทำลายชื่อเสียงของท่านจนป่นปี้ในงานเลี้ยงรับรองทูตต่างเมืองอีกสามวันข้างหน้า?" จ้าวเฟยหรงก้มมองสตรีในอ้อมแขน แววตาคมกริบฉายประกายพึงพอใจลึกๆ ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยียบเย็น เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของนาง จนสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของพวงแก้มใส "ตกลง... เปิ่นหวางให้เจ้าอยู่ที่นี่ต่อได้ตามต้องการ" อ๋องหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยเลศนัย "แต่จำไว้... หากแผนการของเจ้าทำให้เปิ่นหวางผิดหวังแม้แต่กระเบื้องครึ่งแผ่น เจ้าจะได้รู้ว่านรกบนดินที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นอย่างไร" ซูเหยาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก แม้จะรู้ว่าตัวเองเพิ่งก้าวเข้าไปพัวพันกับเกมการเมืองที่อันตรายที่สุดในแคว้น แต่รอยยิ้มมั่นใจก็ยังคงปรากฏบนใบหน้าของนาง ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะเอ่ยปากตกลงอย่างเป็นทางการนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งกระหืดกระหอบดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงตะโกนหวาดผวาของพ่อบ้านหลี่ที่ดังแทรกเข้ามาด้วยความตระหนก "ท่านอ๋องแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชครูซ่ง... นำราชโองการด่วนจากฮ่องเต้มาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" จ้าวเฟยหรงชะงัก สีหน้าเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในพริบตาเดียว เขาดันร่างของซูเหยาออกห่างอย่างรวดเร็ว แววตาดุดันหวาดระแวงหันกลับไปมองประตูตำหนักที่ปิดสนิททันที ซูเหยาขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบด้วยสังหรณ์ใจประหลาด ราชโองการด่วนกลางดึก... ฮ่องเต้ส่งราชครูซ่งมาในยามวิกาลเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน ประตูกระดาษสาถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รออนุญาต แสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกสาดส่องเข้ามาวับวาม ร่างของราชครูซ่งผู้แก่ชราก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าอึมครึม ในมือถือราชโองการม้วนยาวที่ผนึกด้วยตราประทับหยกสีเลือด ซึ่งเป็นสัญญาณของ 'ประกาศิตประหารชีวิต' หรือ 'พระราชอาญาเร่งด่วน' ที่ไร้ซึ่งหนทางต่อรอง... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความระทึกใจไปกับ "ส้มหวานมิติลับ" ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%