ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 17

กับดักในงานล่าสัตว์

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
เสียงแหวกของพงอัคคีและลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งแหวกม่านอากาศเข้ามา คือคำตอบเดียวที่เด่นชัดยิ่งกว่าสนเท่ห์ใดๆ หลินซูเหยาย่อกายลงต่ำจนอาภรณ์ปักดิ้นทองแนบติดกับผืนดินชื้นแฉะ กลิ่นอายสนิมเหล็กและกลิ่นหอมเย็นของไพรพฤกษ์ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนรุนแรงของยาพิษสกัดจากยางพรรณไม้ป่าลึก ปลายลูกศรดอกหนึ่งเฉี่ยวอาภรณ์สีนวลของนางไปเพียงไม่ถึงกระเบียดนิ้ว แรงลมจากการเคลื่อนตัวของมันแผดเผาผิวแก้วจนแสบแปลบ "หมอบลง!" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์บาดเจ็บดังขึ้นเหนือร่าง ร่างสูงใหญ่ของจ้าวเฟยหรงโถมเข้าทับร่างบางเอาไว้ทั้งหมด แผ่นหลังกว้างของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุจขุนเขาบดบังรัศมีอันตรายจากห่าธนูที่ถูกระดมยิงเข้ามาดั่งหามจั่วไม่ สรรพเสียงรอบกายพลันเงียบงันลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและหยดเลือดอุ่นร้อนที่หยดลงบนแก้มเนียนของนาง ซูเหยาเบิกเนตรกว้าง ความตระหนกวาบผ่านดวงตาคู่สวยเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่สัญชาตญาณของศัลยแพทย์สนามจะตื่นตัวเต็มพิกัด "ท่านอ๋อง... พระองค์ทรงถูก..." นิ้วเรียวสัมผัสถูกความเปียกชื้นบนลาดพระอังสา (ไหล่) ของชายหนุ่ม กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรงขึ้นทันที "ข้าไม่เป็นไร" จ้าวเฟยหรงกัดกรามแน่น พระพักตร์คมคายซีดเผือดลงเล็กน้อยจากพิษร้ายที่เริ่มแผ่ซ่านเข้าสู่กระแสโลหิต แต่พระเนตรคู่คมกลับทอประกายดุดันและเยียบเย็นยิ่งกว่าเดิม "คนพวกนั้นไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตข้า... แต่ต้องการให้ความตายของข้าพังทลายหมากกระดานนี้" "อย่าตรัสมาก!" ซูเหยาเอ็ดเสียงเขียว มือเรียวคว้าหมับเข้าที่สาบฉลองพระองค์แล้วฉีกกระชากออกอย่างไร้ความปรานีเพื่อเปิด1แผล สติปัญญาอันเฉียบคมและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานประสานกันอย่างรวดเร็ว นางไม่ได้หวาดกลัวเงื้อมมือมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามาแม้แต่น้อย ในสมองของศัลยแพทย์สาวยุค 80 มีเพียงโจทย์เดียว... บุรุษผู้นี้... ยอมตายไม่ได้เด็ดขาด! ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของมือสังหารนับสิบที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างอรชรในชุดย้อนยุคกลับเคลื่อนไหวด้วยความคล่องแคล่วราภูตผี นางลากร่างของท่านอ๋องหลบเข้าไปในโพรงรากไม้ใหญ่ที่ซับซ้อน ดึงห่อผ้าแพรไหมที่ซ่อนไว้ในอาภรณ์ชั้นในออกมาราวกับนักมายากล สิ่งนั้นคือ "เครื่องมือแพทย์ประดิษฐ์" และชุดผ่าตัดสนามขนาดจิ๋วที่นางแอบซ่อนกลไกและตีขึ้นรูปด้วยโลหิตและหยาดเหงื่อตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาในจวนอ๋อง มีทั้งเข็มเย็บแผลละเอียดยิบ มีดผ่าตัดเหล็กกล้าไร้สนิมจากโลกอนาคต และกระบอกฉีดยาแก้วใสบรรจุสารละลายล้างพิษสูตรเฉพาะ "เจ้ากำลังทำอะไร..." จ้าวเฟยหรงมองวัตถุประหลาดแวววาวในมือของสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งระคนประหลาดใจ ในยามวิกฤตเช่นนี้ นางกลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว มีเพียงแววตาเด็ดเดี่ยวราวนักรบผู้เจนสนามรบ "ช่วยชีวิตสามีอย่างไรเล่าเพคะ ถ้าไม่อยากให้หม่อมฉันต้องกลายเป็นม่ายขันหมากและถูกพวกมันลากไปประหารตามกฎมณเฑียรบาล ก็จงหุบปากแล้วอดทนเสีย!" ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันแกมประชดประชัน ทว่าสองมือกลับนิ่งสนิทและมั่นคงดั่งหินผา ปลายมีดคมกริบกรีดลงบนเนื้อผ้าและผิวพระวรกายเพื่อเปิดปากแผล ดึงหัวลูกศรที่อาบด้วยพิษสีม่วงคล้ำออกมาอย่างรวดเร็วและแม่นยำไร้ที่ติ เลือดสีดำทะลักออกมาตามแรงดัน นางใช้สำลีชุบน้ำยาพิเศษกดซับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้กระบอกฉีดยาแก้วจิ๋วฉีดเซรุ่มล้างพิษเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่โดยตรงอย่างไร้ความลังเล สัมผัสอันเจ็บแปลบทำให้จ้าวเฟยหรงต้องกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ พระองค์ไม่เคยยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้จุดตายของตนเองเช่นนี้มาก่อน แม้แต่เงาองครักษ์เงาก็ยังต้องรักษาระยะห่าง ทว่ายามนี้... อ้อมกอดและกลิ่นกายหอมกรุ่นของสตรีเบื้องหน้า กลับเป็นสิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งพระองค์ไว้จากความมืดมิด "เจ้าเป็นใครกันแน่... หลินซูเหยา" สุรเสียงแหบพร่าเอמהชิดริมใบหู ขณะที่มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือนางไว้แน่น "หม่อมฉันก็คือสตรีผู้ที่จะทำให้ท่านร่ำรวยและมีชีวิตรอดไปจนแก่เฒ่าอย่างไรล่ะเพคะ" ซูเหยาตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากแผล นางเย็บปิดปากแผลอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือการเย็บแผลที่ประณีตงดงามราวกับงานศิลปะชั้นครู ท่ามกลางเสียงดาบกระทบกันแว่วๆ จากหน่วยองครักษ์ภายนอกที่เริ่มเข้ามาสมทบ ทว่า... ก่อนที่ความตึงเครียดจะคลี่คลาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดใหม่ก็ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่ใช่เสียงฝีเท้าขององครักษ์พิทักษ์กาย... และไม่ใช่เสียงของมือสังหารกลุ่มเดิม ร่างเงาสีดำทมิฬในชุดเกราะประดับตราพยัคฆ์โลหิตก้าวออกมาจากม่านหมอกหนาทึบ พร้อมกับกระบี่ในมือที่ยังมีหยดเลือดสดๆ ไหลหยดติ๋ง บุคคลผู้นั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาหมวกเหล็ก "เสด็จพี่... น้อง องครักษ์พิทักษ์พระองค์มาช้าไปหรือไม่เพคะ?" ซูเหยาชะงักมือที่กำลังเก็บเครื่องมือแพทย์ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงทันทีเมื่อตระหนักว่า "เกม" ในป่าลึกครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่การลอบสังหารธรรมดา... แต่มันคือการเปิดฉากหักเหลี่ยมสายเลือดครั้งใหญ่ที่สุดในราชสำนัก! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความระทึกใจไปกับ "ส้มหวานมิติลับ" ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%