ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80•ตอนที่ 35

กวาดล้างกบฏให้สิ้นซาก

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
เสียงตบโต๊ะไม้จันทน์หอมดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วท้องพระโรงใหญ่ที่เงียบงันราวกับป่าช้า กลิ่นอายคาวเลือดและอำนาจแผ่ซ่านปะปนไปกับกลิ่นธูปหอมกรุ่นที่จุดบูชาบรรพบุรุษ “ท่านอ๋อง... พระองค์ช่างบังอาจนัก! คิดจะก่อการกบฏล้มล้างราชบัลลังก์อย่างนั้นหรือ!” เสียงแหลมสูงของเสนาบดีหวังดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด นัยน์ตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน บนโต๊ะเบื้องหน้าเต็มไปด้วยฎีกาลับนับร้อยฉบับที่ถูกนำมาวางกองเป็นภูเขาเลากา ทุกฉบับล้วนเป็นหลักฐานมัดตัวกลุ่มขุนนางกังฉินที่แอบติดต่อกับแคว้นศัตรู จ้าวเฟยหรงประทับยืนสง่านิ่งอยู่เบื้องพระแท่น อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ทะยานฟ้าขับเน้นให้พระองค์ดูน่าเกรงขามดุจเทพแห่งสงครามผู้ลงมาพิพากษาโลกหล้า พระพักตร์หล่อเหลาเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี ไม่มีแม้แต่รอยสะดุ้งสะเทือนต่อคำกล่าวหาอันร้ายกาจนั้น ตรงกันข้าม มุมพระโอษฐ์กลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่ทำให้อุณหภูมิในห้องพระโรงลดฮวบลงทันที “กบฏหรือ...” สุระเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่ละคำราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเหล่าขุนนางที่ยืนตัวสั่นเทา “คำนี้เปี่ยมด้วยเกียรติเกินไปสำหรับพวกสุนัขรับใช้ที่คิดขายแผ่นดินเช่นพวกท่านเสียด้วยซ้ำ” หลินซูเหยาในชุดคลุมยาวปักลายเบญจมาศสีขาวบริสุทธิ์ เดินก้าวเข้ามาทางประตูท้องพระโรงอย่างมั่นคง เสียงฝีเท้าของนางกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา นางมิได้สะทกสะท้าน ในมือเรียวบางถือหีบไม้แกะสลักลวดลายประณีตบรรจุหลักฐานชิ้นสุดท้าย—บัญชีลับการค้าอาวุธข้ามพรมแดนที่นางและหน่วยเงาของท่านอ๋องเสี่ยงตายไปกวาดล้างมาได้เมื่อยามสาม “เรียนฝ่าบาท และเหล่าขุนนางผู้สูงศักดิ์ทุกท่าน” สุริยงยามเช้าสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานแก้วเจียระไนเข้ามาตกกระทบใบหน้างملมงามของนางพอดี สตรียุคแปดสิบผู้ข้ามมิติมาอยู่ในร่างพระชายาผู้ถูกลืมเลือนผู้นี้ บัดนี้มิใช่สตรีอ่อนแอที่ใครจะรังแกได้อีกต่อไป “หากท่านเสนาบดีหวังยังมีความละอายใจอยู่บ้าง คงต้องตระหนักได้แล้วกระมัง ว่าหลักฐานในหีบนี้... เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลหวังถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรถึงสามรอบแล้ว” “นัง... นังสารเลว! เจ้าเป็นแค่ชายาตกอับ กล้าดีอย่างไรมาแทรกแซงราชกิจแผ่นดิน!” เสนาบดีหวังชี้หน้าด่าทอด้วยความบันดาลโทสะ ลืมสิ้นซึ่งกฎระเบียบในราชสำนัก แต่ก่อนที่นิ้วนั้นจะทันได้ลดลง เงาร่างสีดำสายหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านอากาศราวสายฟ้าแลบ ปลายดาบคมกริบจ่อเข้าที่ลำคอของเสนาบดีหวังทันทีโดยไม่ต้องรอให้จ้าวเฟยหรงออก จ้าวเฟยหรงเพียงปรายพระเนตรมองด้วยหางตา ก่อนจะก้าวเข้าไปโอบเอวบางของหลินซูเหยาเข้ามาชิดพระonวย สัมผัสอบอุ่นและไอร้อนจากพระวรกายของพระองค์ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในท้องพระโรงออกไปจนหมดสิ้น สุระเสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างใบหูของนางแผ่วเบา “ระวังตัวหน่อย พระชายาของเปิ่นหวาง... เจ้าไม่ต้องเปลืองแรงจัดการสุนัขพวกนี้หรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีเจ้าเถอะ” คำว่า ‘สามี’ ที่หลุดออกมาจากพระโอษฐ์ของท่านอ๋องผู้เย็นชา ทำให้หลินซูเหยาถึงกับมุมปากกระตุกเล็กน้อย นางแอบหยิกเข้าที่เอวหนาของพระองค์เบาๆ เป็นเชิงหมั่นไส้ แต่ก็ยอมปล่อยให้พระองค์โอบประคองไว้แต่โดยดี เคมีระหว่างคนทั้งสองในยามนี้ช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างความโหดเหี้ยมดุจพายุกับความนิ่งสงบดั่งมหาสมุทร แต่กลับหลอมรวมเป็นอำนาจที่ทรงพลังจนไม่มีใครกล้าสบตา “ท่านอ๋อง... พระองค์คิดว่ากำจัดพวกเราหมดแล้ว แผ่นดินนี้จะสงบสุขอย่างนั้นหรือ?” ขุนนางเฒ่าอีกคนหนึ่งหัวเราะรơiออกมาอย่างน่าสมเพช ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต “ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักเพราะพิษสุรา... และอีกไม่นาน พระองค์ก็จะเสด็จตามบรรพบุรุษไป! บัลลังก์นี้ไม่มีทางเป็นของท่านหรอก!” สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในท้องพระโรงก็พลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ทุกสายตาหันไปมองขุนนางเฒ่าผู้กำลังจะตายด้วยความตกตะลึง หลินซูเหยาสบตากับจ้าวเฟยหรงเพียงเสี้ยววินาที นางรับรู้ได้ถึงแผนการชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำขู่นั้น รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นบนริมฝีปากอิ่ม นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ยื่นมือเปิดหีบไม้ในมือออก เผยให้เห็นขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาหลายสิบขวด “ท่านคิดว่าฮ่องเต้ทรงถูกวางยาพิษจนไม่มีทางรอดแล้วสินะคะ” สุริยงสาดส่องกระทบดวงตากลมโตที่ฉายแววเฉียบคมดุจศัลยแพทย์ผู้ถือมีดผ่าตัด “น่าเสียดายจริงๆ ที่ในยุคของข้า... การล้างพิษออกจากกระแสเลือดไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถเลยแม้แต่น้อย เพคะ!” สิ้นเสียงหวานใสแต่ทรงพลัง ประตูบานใหญ่ด้านหลังพระแท่นทองคำก็ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคนที่คิดว่าพระองค์บรรทมสิ้นสติไปแล้ว ร่างของฮ่องเต้ผู้ทรงพระประชวร เสด็จดำเนินออกมาด้วยพระองค์เอง แม้จะยังดูซีดเซียวอยู่บ้าง แต่พระพักตร์กลับเปี่ยมด้วยพระ Sati และอำนาจอันล้นเหลือ พระองค์ทอดพระเนตรมองเหล่าขุนนางกบฏเบื้องล่างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเหี้ยมเกรียม “พวกเจ้า... ช่างกำหนัดตัณหาในอำนาจเสียจนตาบอด” ฮ่องเต้ตรัสก้องท้องพระโรง “จับกุมตัวพวกมันทั้งหมดเข้าคุกใต้ดิน! ห้ามผู้ใดขัดขวางเด็ดขาด!” เสียงเหล็กกระทบกันระรัวจากทหารองครักษ์นับร้อยที่กรูเข้ามาปิดล้อมท้องพระโรงไว้ทุกด้าน ปฏิบัติการกวาดล้างกบฏดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เหล่าขุนนางกังฉินถูกลากตัวออกไปทีละคนอย่างไร้ความปรานี เสียงกรีดร้องและร่ำไห้ระงับไปพร้อมกับความยุติธรรมที่ได้รับการชำระสะสาง จ้าวเฟยหรงยืนมองภาพเบื้องหน้าอย่างสงบนิ่ง พระหัตถ์หนายังคงกุมมือเรียวบางของหลินซูเหยาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ห่างกายแม้แต่ปลายนิ้ว “ทรงเหนื่อยแล้วกระมัง พระชายาของเปิ่นหวาง” พระองค์ตรัสถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเหลือเพียงกันและกันในมุมเงียบสงบของท้องพระโรง “ไม่เหนื่อยหรอกค่ะท่านอ๋อง...” หลินซูเหยาแย้มยิ้มบางเบາ นัยน์ตาระยิบระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะ “เพราะศึกในราชสำนักจบลงแล้ว... แต่ดูท่าทาง ‘ศึกในเรือนหอ’ ของเรา คงต้องสะสางกันยาวๆ แล้วล่ะมั้งคะ” นางเอ่ยหยอกเย้า ทว่าในวินาทีที่พระองค์กำลังจะโน้มพระพักตร์ลงมาประทับรอยจุมพิตลงบนหน้าผากของนางเพื่อเป็นการให้รางวัล ขันטיหนุ่มคนสนิทก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเบื้องพระบาทด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา หอบหายใจรัวราวกำลังจะขาดใจ “ท... ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ขันหลวงละล่ำละลักรายงาน “มี... มีราชโองการลับฉบับด่วนที่สุด ส่งตรงมาจากชายแดนแคว้นเหนือ... แจ้งว่ากองทัพปริศนาบุกเข้ายึดเมืองหน้าด่าน และผู้นำทัพศัตรูในครั้งนี้... ทรงใช้ ‘ตราประทับหยก’ ที่หายสาบสูญไปของอดีตองค์รัชทายาทผู้ล่วงลับพ่ะย่ะค่ะ!” จ้าวเฟยหรงชะงักกึก รอยแย้มสรวลบนพระพักตร์หายวับไปในพริบตา แว่นแคว้นที่สงบสุขกลับถูกสั่นคลอนด้วยเงาปริศนาจากอดีตที่ไม่มีใครคาดคิด! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับวินาทีพลิกแผ่นดินนี้ และเตรียมพบกับการหักมุมครั้งใหญ่ที่สุดในตอนต่อไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้าย... เดี๋ยวสายเปย์จะหนีไปยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%