กลิ่นอายความอับชื้นของเอกสารเก่าในห้องเก็บแฟ้มคดีของสถานีตำรวจนครบาล ไม่เคยเป็นมิตรกับชุดสูทรอบตัวของรินรดาเลยแม้แต่น้อยค่ะ
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวบางเฉียบกำลังพลิกแฟ้มคดีหมายเลข 402/2564 อย่างเชื่องช้า แต่ละหน้าที่ถูกเปิดผ่านราวกับเธอกำลังเปิดหน้าประวัติศาสตร์อาชญากรรมที่จงใจถูกฝังกลบ สามปีเต็มๆ ที่ร่างของเธอเกือบแหลกสลายบนถนนสายเปลี่ยว สามปีเต็มๆ ที่ความทรงจำสีเลือดถูกลบเลือนด้วยคำวินิจฉัยของแพทย์ว่าเป็น “อุบัติเหตุจากความประมาทเลินเล่อของเหยื่อเอง”
แต่สำหรับรินรดาในวันนี้... คำว่าบังเอิญไม่มีอยู่จริงในพจนานุกรมของดีไซเนอร์ผู้รอดตายค่ะ
"เจออะไรน่าสนใจไหมครับ คุณริน" เสียงทุ้มต่ำของคีย์ดังขึ้นจากมุมห้อง พร้อมกับเสียงกระป๋องกาแฟเย็นที่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ชายหนุ่มในชุดลำลองสวมแว่นตากรอบบางปรายตามองกองเอกสารสลับกับใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนประกายไฟแห่งความแค้นไว้มิดชิดของเธอ
"ทุกอย่างในสำนวนนี้สะอาดเกินไปค่ะคุณคีย์" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ สายตายังคงกวาดมองตัวอักษรพิมพ์ดีดที่ซีดจาง "เบรกไม่ทำงานเพราะน้ำมันรั่ว... สรุปสำนวนแบบขอไปที รถหรูราคาแปดหลักที่เพิ่งเช็คระยะจากศูนย์บริการมาตรฐานเมื่อสัปดาห์ก่อน ชิ้นส่วนระบบเบรกจะสึกหรอจนใช้งานไม่ได้ในคืนฝนตกหนักเนี่ยนะคะ มันเป็นเรื่องตลกที่ไม่มีใครขำเลยสักคน"
คีย์ถอนหายใจยาวนาน เขาขยับแว่นเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ฝั่งตรงข้าม "คุณกำลังบอกว่า... มีคนจงใจตัดสายเบรก? คนระดับธรรศไม่มีทางปล่อยให้ร่องรอยแบบนี้หลุดรอดหรอกครับ ถ้าเขาเป็นคนทำจริง เขาย่อมต้องจัดการให้มันเนียนกริบที่สุด"
"นั่นแหละค่ะคือสิ่งที่น่าสนใจ" รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่คมกริบสะท้อนแสงไฟนีออนสลัว "ธรรศไม่ใช่คนโง่ที่จะทิ้งหลักฐานมัดตัว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนประเภทที่ ‘มั่นใจ’ จนเกินไปว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้... รวมถึงชีวิตของฉันด้วย"
สามปีก่อน เธอยังเป็นภรรยาที่อ่อนแอ ไร้เสียงเรียกร้อง และยอมจำนนต่อสถานะเงาในคฤหาสน์ตระกูลอัครวรกุล ในคืนที่เธอตัดสินใจหอบหัวใจแหลกสลายหนีออกมา รถคันนั้นก็พุ่งชนเข้ากับราวสะพานราวกับมีคนกำหนดบทบาทไว้ล่วงหน้า ทว่าสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่ความตายที่เฉียดฉิวค่ะ... แต่เป็นการที่ฟื้นขึ้นมาพบว่า สามีผู้เป็นที่รักไม่ได้แม้แต่จะแยแสไต่ถามว่าเธอยังหายใจอยู่หรือไม่ เขากลับสนใจเพียงแค่เอกสารหย่าร้างและชื่อเสียงของบริษัทที่จะมัวหมอง
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนคีย์ยังต้องขนลุก
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อรอให้ตำรวจรื้อคดีให้หรอกค่ะคุณคีย์" เธอดึงภาพถ่ายใบเสร็จค่าซ่อมรถและบันทึกการเข้าออกอู่ซ่อมรถนอกเมืองออกมาจากแฟ้ม "คนเราต่อให้ระวังตัวแค่ไหน ก็มักจะพลาดในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เสมอ... โดยเฉพาะช่างซ่อมรถที่จู่ๆ ก็ลาออกจากงานแล้วย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุสามวัน"
มือเรียวหยิบนามบัตรเก่าๆ ที่แนบมากับรายงานการสืบสวนนอกรอบของนักสืบเอกชนที่เธอจ้างมา ข้อมูลระบุชัดเจนว่า ช่างซ่อมรถคนนั้นไม่ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังบัญชีลับของบริษัทในเครือที่อยู่ภายใต้การดูแลโดยตรงของ... เลขานุการส่วนตัวของธรรศ
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ไม่ใช่เพราะความกลัวค่ะ แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านจนปลายนิ้วชาดิ่ง มันคือหลักฐานชิ้นแรกที่เริ่มปะติดปะต่อภาพความจริงอันโหดร้าย สามีผู้เพียบพร้อมของเธอ... ผู้ชายที่เธอเคยรักจนหมดหัวใจ กำลังพยายาม ‘กำจัด’ เธอให้พ้นทาง เพื่อเปิดทางให้กับการแต่งงานใหม่กับทายาทตระกูลใหญ่ที่เสริมสร้างอำนาจให้เขาอย่างไร้รอยต่อ
"คุณจะทำยังไงต่อไป?" คีย์ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นความระแวดระวัง "หลักฐานเส้นทางการเงินนี้ยังไม่รัดกุมพอที่จะเอาผิดใครในทางกฎหมาย แถมฝั่งนั้นยังมีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้เรื่องนี้เงียบหายไปได้อีกรอบ"
"ใครบอกว่าฉันจะใช้กฎหมายล่ะคะ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทราคาแพงระยับรับกับสัดส่วนเพรียวระหงและท่าทีที่เปี่ยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ เธอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก "กฎหมายมีไว้สำหรับคนทำผิดที่สำนึกผิดค่ะ... แต่สำหรับคนอย่างธรรศ ความยุติธรรมที่ดีที่สุด คือการทำให้เขาสูญเสียทุกสิ่งที่เขารักทีละนิด จนกระทั่งเขาต้องคุกเข่าขอร้องให้ฉันยกโทษให้ด้วยตัวเอง"
ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรินรดาก็แผדเสียงสั่นครืนขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บแฟ้มคดี หน้าจอแสดงผลเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย แต่กลับมีรหัสพื้นที่ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... เบอร์จากเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของธรรศ
รินรดากดรับสายโดยไม่ลังเล ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความหงุดหงิดและระแวงสงสัย
"รินรดา... เธออยู่ที่ไหน?" เสียงของธรรศลอดผ่านเข้ามาในสาย แฝงความกดดันและอำนาจที่เขาชอบใช้สั่งการคนอื่นเสมอ "ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ห้องเสื้อ... และเอกสารโครงการประกวดแบบชิ้นล่าสุดทำไมถึงมีลายเซ็นที่คุ้นตาแปลกๆ เหมือนกับคน... คนที่ฉันตามหามาสามปี"
รินรดากวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างสถานีตำรวจ แสงไฟจากท้องถนนยามค่ำคืนสะท้อนลงบนนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอยกโทรศัพท์แนบชิดใบหู รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ
"ตามหาฉันเหรอคะ คุณธรรศ..." รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยด ทว่าทุกคำพูดกลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจอีกฝ่าย "ไม่ต้องลำบากตามหาไกลหดหู่หรอกค่ะ... เพราะอีกไม่นาน คนที่คุณอยากลืมที่สุดคนนี้ จะเดินกลับเข้าไปทวงทุกอย่างในชีวิตของคุณ... แบบที่ไม่มีวันหนีพ้นแน่นอนค่ะ"
เธอกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำทักท้วงใดๆ ปล่อยให้ปลายสายต้องเผชิญกับความเงียบงันและความหวาดระแวงที่เธอจงใจปลูกฝังไว้ในใจเขา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอหันหลังกลับเพื่อเตรียมก้าวออกจากห้องเก็บแฟ้ม เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก กลับหยุดชะงักลงตรงหน้าประตูห้องพอดี ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มคุ้นตา ที่ยืนกอดอกจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนความเจ็บปวด... ดวงตาคู่ที่เธอจดจำได้ดีแม้ในยามหลับตา
ธรรศยืนอยู่ตรงนั้น... พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ที่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นซีเมนต์เสียงดังสนั่น เมื่อสายตาของเขาประสานเข้ากับรอยยิ้มเยือกเย็นของอดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่า ‘ตาย’ ไปแล้วเมื่อสามปีก่อน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมแก้แค้นอันหอมหวานและเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 3
กลิ่นอายความลับ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!