“เสียใจด้วยนะคุณธรรศ... ดูเหมือนว่าของสำคัญที่อยู่ในซองนั่น จะกลายเป็นขยะไร้ค่าไปเสียแล้ว”
เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น รินรดายืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย เธอมองซองเอกสารที่ร่วงหล่นลงบนพื้นด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาของเธอไม่ได้มีความโหยหาหรือความเจ็บปวดอย่างที่เขาเคยรู้จัก มีเพียงความสมเพชที่ฉาบไว้ภายใต้รอยยิ้มมุมปากที่แสนจะดูถูก
ธรรศตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เขายังคงจ้องมองใบหน้าอดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงดอกไม้ในแจกันที่เขาจะมองเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตอนนี้ ดอกไม้นั้นกลับมีหนามแหลมคมที่พร้อมจะทิ่มแทงเขาจนเลือดซิบ
“ริน... นี่เธอ...” เสียงของเขาสั่นพร่า ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความสับสนที่ถาโถมเข้าใส่จนตั้งตัวไม่ติด “สามปี... ที่ผ่านมาเธอหายไปไหน แล้วทำไม...”
“หายไปไหนไม่สำคัญเท่ากับ ‘วันนี้’ ผมอยู่ที่ไหนนะคะ” รินรดาขัดขึ้น เธอเดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยท่วงท่าสง่างาม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เขาไม่คุ้นเคยแต่กลับดึงดูดใจอย่างประหลาดลอยกระทบจมูก “ธรรศคะ... โลกของธุรกิจมันโหดร้ายกว่าที่คุณคิด โดยเฉพาะเมื่อคนที่คุณเคยทิ้งไว้ข้างหลัง กลายเป็นคนที่จะมาเปลี่ยนกติกาการเล่นเกมทั้งหมดของคุณ”
เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดส่งข้อความสั้นๆ เพียงประโยคเดียว ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋าคลัตช์อย่างใจเย็น
“เธอทำอะไรลงไป!” ธรรศเริ่มคุมสติไม่อยู่ เขาโผเข้าหาเธอหมายจะคว้าแขนไว้ แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“ถามนางแบบเบอร์หนึ่งของคุณดูสิคะ ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน... อ้อ ลืมไป คุณคงยังไม่รู้ว่า ‘มีนา’ เพิ่งจะเซ็นสัญญาเอกสิทธิ์กับแบรนด์ใหม่ของฉันเมื่อสิบนาทีก่อนที่ห้องรับรองวีไอพีชั้นบน”
ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ ธรรศหน้าซีดเผือด มีนาคือนางแบบคนสำคัญที่เขาวางแผนจะให้เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ที่เป็นเดิมพันของบริษัท หากไม่มีเธอ งานเดินแบบแฟชั่นโชว์ในสัปดาห์หน้าก็แทบจะพังพินาศ
“เธอวางแผนเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว รินรดา!” เขาคำรามอย่างเหลืออด
“นานพอที่จะทำให้คุณสูญเสียสิ่งที่รักที่สุด... ทีละอย่างไงคะ” รินรดาตอบพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจ “อดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้... ดูเหมือนวันนี้คุณจะจำฉันได้แม่นเลยนะ ไม่ว่าจะในฐานะภรรยาเก่าที่ตายไปแล้ว หรือในฐานะศัตรูคนสำคัญที่กำลังจะทำให้คุณหมดตัว”
เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ผินหน้าไปหาคีย์ที่ยืนรออยู่ตรงมุมมืดของสตูดิโอ ช่างภาพหนุ่มพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะกดชัตเตอร์รัวถ่ายภาพธรรศที่ยืนเคว้งคว้างท่ามกลางกองเอกสารเหล่านั้น ภาพความพ่ายแพ้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
“คุณคิดว่าผมจะยอมง่ายๆ งั้นเหรอ?” ธรรศเค้นเสียงถาม แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความดุดัน “ผมเป็นคนสร้างคุณขึ้นมานะรินรดา ผมรู้จักวิธีทำลายคุณดีที่สุด”
“งั้นก็ลองดูค่ะ... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าคุณไม่ได้สู้กับ ‘รินรดา’ คนเดิมที่อ่อนแอและรอคอยความรักจากคุณอีกต่อไปแล้ว” เธอหันหลังให้เขาอย่างไม่ใยดี เส้นผมสลวยสะบัดเป็นเงางาม “อ้อ... เกือบลืมไป ในซองนั่นน่ะ ทิ้งมันลงถังขยะไปเถอะค่ะ เพราะหลักฐานจริงๆ ที่จะทำให้คุณต้องก้มหัวให้ฉัน มันอยู่ในที่ที่ลึกกว่านั้นมาก”
รินรดาเดินจากไป ทิ้งให้ธรรศยืนอยู่เพียงลำพังในความเงียบงัน เขาก้มลงหยิบซองเอกสารขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะพบว่าเนื้อหาข้างในไม่ใช่แค่รายงานการเงิน แต่เป็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่หลุดออกมาจากช่องลับของซอง
มันเป็นภาพถ่ายของเด็กน้อยคนหนึ่ง... เด็กที่มีดวงตาเรียวรีเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในต่างประเทศ
หัวใจของธรรศกระตุกวูบ ความเย็นเยือกแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เมื่อเห็นวันที่บนภาพถ่ายคือเมื่อสองเดือนก่อน... เขาเงยหน้าขึ้นมองตามหลังหญิงสาวที่เดินลับตาไป หัวใจที่เคยแหลกสลายเริ่มสั่นรัวด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่อาจนิยามได้ว่ามันคือความโกรธ หรือความตื่นตระหนกที่กำลังจะกลืนกินลมหายใจของเขาไปตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดานะคะ หวังว่าจะถูกใจความเข้มข้นในบทนี้ค่ะ!
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 4
หมากเกมแรกเริ่ม
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!