"คุณเป็นใครครับ?"
คำถามนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคยพزถ้อยคำพะเน้าพะนอแนบชิดผิวแก้วเมื่อหลายปีก่อนอย่างราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความทรงจำ ไร้แม้กระทั่งความสงสัยใคร่รู้ในแววตาคู่คมกริบที่มองตรงมายังเธอราวกับเธอกลุ่มก้อนอากาศธาตุที่บังเอิญลอยมาขวางหน้า
รินรดายังคงยืนนิ่ง รอยยิ้มเยาะที่แต่งแต้มอยู่มุมปากเมื่อครู่ไม่ได้เลือนหายไปไหน หากแต่ขยายกว้างขึ้นจนกลายเป็นความเย้ยหยันที่กรีดลึกลงไปในความเงียบงันของห้องรับรองวีไอพีแห่งนี้ กลิ่นอายของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมไม้จันทน์หอมที่ธรรศยังคงเลือกใช้ไม่เคยเปลี่ยน กลับกลายเป็นเครื่องประจักษ์พยานถึงความน่าสมเพชของผู้ชายตรงหน้า—ผู้ชายที่จดจำกลิ่นกายของความสำเร็จได้แม่นยำ แต่กลับลบเลือนผู้หญิงที่เคยยอมแลกแม้กระทั่งลมหายใจเพื่อสร้างเขาขึ้นมาจากดิน
"คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย... มั้งคะ" รินรดาเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเย็นเยียบราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านธารน้ำแข็งในฤดูหนาว
เธอขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะทำงานกระจกนิรساลช้าๆ ส้นสูงสีดำสนิทของแบรนด์ดังกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานเป็นจังหวะจะโคน ท่าทางของเธอในตอนนี้ไม่ใช่ภรรยาเก่าผู้แสนเจียมเนื้อเจียมตัวที่เคยนั่งรอเขาอย่างไร้จุดหมายในห้องชุดราคาแพงอีกต่อไปแล้ว แต่คือ 'รินรดา' ผู้ออกแบบชุดชั้นสูงที่กวาดรางวัลมาแล้วทั่วทวีปยุโรป ผู้หญิงที่สื่อทุกสำนักขนานนามให้ว่า 'ราชินีน้ำแข็งแห่งวงการแฟชั่น'
ธรรศขมวดคิ้วเล็กน้อย ความไม่พอใจฉายชัดขึ้นในดวงตาสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เขาวางปากกาในมือลงบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ—นิสัยรักความสมบูรณ์แบบที่เธอเคยต้องคอยระมัดระวังไม่ให้มันสร้างรอยขีดข่วนให้กับหัวใจของตัวเอง ในอดีต แค่เพียงเขาขยับตัวเพียงนิดเดียว เธอก็พร้อมจะวิ่งเข้าไปหาเพื่อปรนนิบัติ แต่วันนี้... เธอกลับยืนมองเขาด้วยสายตาราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นงานศิลปะที่ตำหนิเต็มเปี่ยม
"ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรสำคัญเกี่ยวกับงานออกแบบคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์เรา รบกวนช่วยออกไปก่อนนะคะ เลขาฯ ของผมคงปล่อยให้คนนอกเข้ามาพล่อยๆ แบบนี้อีกไม่ได้" ธรรศเอ่ยตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เขากลับไปสนใจเอกสารตรงหน้าโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเธออีก เป็นการกระทำที่จงใจตบหน้าและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหมือนเช่นเคย
แต่เขาคงลืมไป... ว่าคนเราเมื่อตายไปแล้วครั้งหนึ่ง จะไม่มีวันกลับมากลัวความหนาวเหน็บอีกเป็นครั้งที่สอง
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้ธรรศต้องชะงักมือที่กำลังพลิกกระดาษ เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวเป็นคลื่นใต้น้ำ
"คนนอกอย่างฉัน... จะมีสิทธิ์อะไรมายืนอยู่ในอาณาจักรที่สร้างขึ้นมาจากเศษเงินก้นกระเป๋าของฉันล่ะคะ, คุณธรรศ?"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งลึกลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ธรรศชะงักไป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความทรงจำกลับมา แต่เป็นเพราะความอวดดีของหญิงสาวตรงหน้าที่กล้าท้าทายอำนาจของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเครือธุรกิจสิ่งทอ
"คุณพูดเรื่องอะไร? เสียสติหรือเปล่า" ธรรศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงสง่าภายใต้สูทตัดเย็บชั้นดีก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานเพื่อกดดันเธอ "ถ้าคุณคิดจะมาเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีตบตาแบบนี้ บอกไว้ก่อนเลยว่ามันใช้ไม่ได้ผลกับผม ออกไปซะ ก่อนที่ผมจะให้ระบบรักษาความปลอดภัยเชิญคุณออกไปจริงๆ"
รินรดาก้าวเข้าไปหาเขาเช่นกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นผู้หญิงที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยบาดแผลกรีดแทงเข้าที่ความรู้สึกของธรรศอย่างประหลาด จนเขาสะดุดลมหายใจไปชั่วขณะ เธอเอื้อมมือเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดเล็กเรียաբง่ายไปแตะที่ปกเสื้อสูทของเขา ปัดฝุ่นละอองที่มองไม่เห็นออกให้อย่างใจเย็น ราวกับภรรยาที่กำลังจัดชุดให้สามีก่อนออกไปทำงาน... เป็นภาพจำที่ธรรศรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดจนหัวใจกระตุกวูบ แต่มันก็รวดเร็วเสียจนเขาคิดว่าตัวเองคิดไปเอง
"จำไม่ได้จริงๆ หรือคะ..." รินรดากระซิบแผ่วเบาริมฝีปาก ชิดใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วหูของเขา "วันที่คุณเซ็นใบหย่าบนโต๊ะอาหารกินทิ้งกินขว้าง วันที่คุณบอกว่าผู้หญิงไร้ค่าอย่างฉันมันเป็นตัวถ่วงความเจริญ... วันนั้น คุณจำหน้าฉันได้แม่นยำดีนี่คะ ทำไมล่ะคะ แค่ไม่กี่ปีผ่านไป เงินทองและอำนาจมันทำให้ความจำของคุณสั้นลงขนาดนี้เชียวหรือ"
ธรรศช็อกค้างไปชั่วขณะ สมองของเขาประมวลผลคำพูดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ภาพอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้กองงานและผลกำไรนับพันล้านเริ่มสั่นคลอน แต่ความเย่อหยิ่งและอีโก้ระดับมหาศาลทำให้เขาปฏิเสธที่จะยอมรับความจริง
"ริน... รินรดา?" เขาเอמהชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว ราวกับชื่อนี้มีพิษร้ายที่แผดเผาลำคอ "เป็นไปไม่ได้... เธอ... เธอตายไปแล้ว ในกองเพลิงวันนั้น..."
"ตายไปแล้วอย่างนั้นหรือคะ?" รินรดายิ้มหยัน แววตาของเธอดำมืดและว่างเปล่าจนน่ากลัว "คนที่ตายไปในกองเพลิงวันนั้น มีเพียงแค่ 'รินรดาคนโง่' ที่ยอมเป็นเงาให้คุณคนเดียวเท่านั้นค่ะ ส่วนผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้ คือคนที่กลับมาทวงทุกอย่าง... ที่คุณเคยแย่งชิงไปจากฉัน"
ก่อนที่ธรรศจะได้กล่าวคำแก้ตัวใดๆ หรือเอמהชื่อเธอกลบเกลื่อนความตระหนก ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหันโดยปราศจากการเคาะขออนุญาต
คีย์ ช่างภาพหนุ่มมือฉมังคู่ใจของรินรดา ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่จ่าหน้าซองด้วยตราประทับของสำนักงานกฎหมายระดับประเทศ คีย์กวาดสายตามองอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ด้วยแววตาเหยียดหยาม ก่อนจะวางแฟ้มนั้นลงกระแทกบนโต๊ะทำงานของธรรศเสียงดังสนั่น
"ขอโทษที่ขัดจังหวะผัวเมียเขาเคลียร์กันนะครับ..." คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบมีด "แต่พอดีท่านประธานธรรศคงต้องเลิกสนใจเรื่องอดีตภรรยาชั่วคราว แล้วมาเซ็นเอกสาร 'ยึดทรัพย์สิน' ชุดสุดท้ายที่จะทำให้บริษัทของคุณกลายเป็นแค่กระดาษเปล่าในอีกสามวินาทีข้างหน้านี้ซะก่อนครับ"
ธรรศหันขวับกลับมามองเอกสารตรงหน้า สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเขาว่าภัยพิบัติกำลังคืบคลานเข้ามา แต่ในวินาทีที่เขาก้มลงมองเอกสารแผ่นแรก ดวงตาสีดำสนิทก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
เพราะลายเซ็นที่ปรากฏอยู่บนเอกสารโอนหุ้นร้อยละห้าสิบของบริษัทเขา... เป็นชื่อของรินรดา และมันถูกเซ็นไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว
รินรดาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของอดีตสามีที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว น้ำเสียงของเธอกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต
"ยินดีต้อนรับสู่ขุมนรกที่คุณสร้างขึ้นเองนะคะ... สามีเก่า"
ธรรศหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความพังทลาย ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูกระจกของห้องทำงาน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยราวสี่ขวบที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"คุณแม่ครับ! คุณกุ๊กบอกว่าถ้าเคลียร์ธุระเสร็จแล้ว เราต้องไปกินไอติมกันนะ... เอ๊ะ คุณลุงคนนี้หน้าตาเหมือนผมเลย ทำไมหน้าตาบูดจังล่ะครับ?"
ร่างของธรรศแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาของเขาเบิกกว้างมองทะลุกระจกใสไปยังเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตาเรียวรีและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันราวกับส่องกระจก... และลมหายใจของเขาก็ขาดห้วingลงในวินาทีนั้นเอง
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสู่บทเรียนราคาแพงของความหยิ่งผยองนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ชานมไข่มุกหวานร้อย
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 2
คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!