เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางกรุงเทพมหานครดังระงมราวกับคลื่นซัดสาดกระทบฝั่ง ทว่าสำหรับรินรดาแล้ว เสียงเหล่านั้นเป็นเพียงคลื่นใต้น้ำที่ไร้ซึ่งความหมาย เธอยืนอยู่เบื้องหลังม่านกำมะหยี่สีแดงเข้ม ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าไหมสีดำสนิทกำลังบรรจงจัดระเบียบปกเสื้อสูททקเซ็ตผ้าทวีตสั่งตัดพิเศษให้หุ่นโชว์ตัวสุดท้ายอย่างใจเย็น ทุกตะเข็บ ทุกรอยเย็บ และทุกรายละเอียดถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยความประณีตดุจงานศิลปะชั้นสูง แต่น้อยคนนักจะล่วงรู้ว่า... ทุกเข็มที่เธอปักลงไปในผืนผ้า คือการจำลองความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับ ตรากตรำ และกัดฟันกลืนกินมันลงท้องตลอดห้าปีที่ผ่านมา
ในฐานะ "รีน่า ดีไซเนอร์" มือหนึ่งผู้กุมบังเหียนห้องเสื้อแฟชั่นชั้นสูงที่กำลังโด่งดังเป็นพลุแตกในปารีส การกลับมาเหยียบผืนแผ่นดินบ้านเกิดครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อการคืนสู่เหย้าอย่างมีความสุข หากแต่เป็นการเดินเข้าสู่สนามประลองที่เธอเป็นคนออกแบบกติกาด้วยตัวเองทั้งหมด
"ตื่นเต้นไหมครับ คุณริน... แสงแฟลชข้างนอกนั่นคงกำลังรอแผดเผาคุณอยู่พอดี"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบมาจากด้านข้าง คีย์ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสקสิโปรกำลังถือกล้องถ่ายรูปคู่ใจพาดบ่า ดวงตาคมกريบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววความกังวลระคนทึ่ง เขามองเพื่อนสนิทและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจคนเก่งที่ใบหน้าเรียบเฉยราตุรูปปั้นหินอ่อน
รินรดาไม่ตอบ เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นิ่งสนิท
"ความตื่นเต้นมันเป็นของเด็กอมมือค่ะคีย์ คนที่เคยตายไปแล้วหนหนึ่งอย่างฉัน ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว"
ทันทีที่พิธีกรบนเวทีประกาศชื่อแบรนด์และเชิญดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์คอลเลกชัน "Echo of Scars" (เสียงสะท้อนจากรอยแผลเป็น) ก้าวขึ้นสู่เวที ม่านกำมะหยี่ก็ถูกเลื่อนเปิดออก แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาจนรินรดาต้องกระพริบตาปรับโฟกัสเล็กน้อย เธอก้าวเดินออกไปด้วยจังหวะมั่นคง สง่างาม และเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่ดึงดูดทุกสายตาในห้องโถงให้หยุดนิ่ง
ทว่า... ท่ามกลางทะเลสาบแห่งผู้คนนับร้อยที่กำลังลุกขึ้นยืนปรบมือ มีสายตาคู่หนึ่งที่ตรึงตรึงรินรดาไว้ราวกับถูกตรึงด้วยตะปู
แถวหน้าสุดของโซนวีไอพี... ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของแบรนด์ระดับโลก ธรรศ นั่งไข្វ่ห้างด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่กาลเวลาไม่อาจทำลายความดูดีลงได้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมปลาบสีนิลคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอ นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความฉงนระคนค้นหา คล้ายกำลังพยายามขุดคุ้ยความทรงจำส่วนลึกที่ถูกฝังกลบไว้ แต่มันกลับว่างเปล่า... เขาจำเธอไม่ได้
ใช่... ธรรศจำอดีตภรรยาที่เขาเคยเซ็นใบหย่าให้อย่างไม่ใยดีเมื่อห้าปีก่อนไม่ได้เลย ผู้หญิงที่เคยเนื้อตัวมอมแมม ร้องไห้ฟูมฟายอ้อนวอนขอความเห็นใจในคืนฝนตกวันนั้น ได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงแต่ "รีน่า" ดีไซเนอร์ชื่อดังผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังยืนสบตากับเขาด้วยแววตาเยື้ยเย็นและท้าทาย
รินรดายกไมโครโฟนขึ้นจรดริมฝีปาก รอยยิ้มเย้ายวนถูกจุดขึ้นบนใบหน้าสวยคม ขณะที่สายตายังคงล็อกเป้าหมายไปที่ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งสามีเก่าและเจ้าภาพจัดงานประมูลในค่ำคืนนี้
"สวัสดีค่ะทุกท่าน... ขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น คอลเลกชันนี้ฉันตั้งใจทำมันขึ้นมาเพื่อเตือนใจใครบางคน..." น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ก้องกังวานราucมีดกรีดลงบนความเงียบ "ว่าแผลเป็นบางรอย... ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มันก็ไม่มีทางจางหายไปได้เอง หากเราไม่ลงมือชำระล้างมันด้วยเลือดและน้ำตาเสียก่อน"
เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นในหมู่แขกเหรื่อผู้ดีตีนแดง ธรรศขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในอกข้างซ้าย ราวกับหัวใจที่ด้านชามานานกำลังถูกเข็มเล่มเล็กๆ สะกิดเตือน แต่เขาก็ยังคงปัดมันทิ้งด้วยความมั่นใจในตรรกะอันเย็นชาของตนเอง—*ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่? ทำไมแววตานั้นถึงทำให้เขารู้สึกกระสับกระส่ายได้อย่างประหลาด?*
หลังเสร็จสิ้นพิธีการบนเวที รินรดาก้าวเลี่ยงเข้ามายังโซนรับรองแขกวีไอพีด้านหลังห้องจัดเลี้ยง บรรยากาศเงียบสงบกว่าด้านนอกลิบลับ มีเพียงเสียงเพลงคลาสสิกคลอเบาๆ เธอยืนจิบแชมเปญเงียบๆ อยู่ริมระเบียงกระจกใส มองดูแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน
"คุณคือ... รีน่า ดีไซเนอร์เจ้าของคอลเลกชันคืนนี้สินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นน้ำหอมกลิ่นประจำตัวที่เธอเคยคุ้นเคยและเกลียดชัง ลอยอบอวลปะปนมากับสายลม
รินรดาค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มการค้าถูกสวมทับใบหน้าไว้อย่างแนบเนียน เธอสบตาคมกريบของธรรศอย่างไร้ความเกรงกลัว
"ค่ะ ฉันเองค่ะ คุณธรรศ ประธานกรรมการบริหารผู้ทรงเกียรติ... ไม่คิดว่าคนระดับคุณจะสนใจผลงานแฟชั่นเด็กๆ แบบนี้ด้วย" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความประชดประชัน
ธรรศก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว เขากวาดสายตามองสำรวจเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ สมองของเขาพยายามประมวลผล ค้นหาภาพซ้อนทับในอดีต แต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า
"เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าครับ... คุณรีน่า" ธรรศเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมปลาบจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ ราวกับพยายามจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่งนั้น "ทำไมผมถึงรู้สึก... เหมือนเคยรู้จักคุณ"
รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันช่างบาดลึกหัวใจคนฟัง เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ
"คนระดับคุณ... ความทรงจำคงมีค่าเกินกว่าจะมาจดจำเศษสวะอย่างฉันหรอกค่ะคุณธรรศ..." เธอมองหน้าเขา นัยน์ตาวาววับด้วยประกายไฟแห่งการแก้แค้น "แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป คุณจะได้จดจำฉันไปจนวันตายเลยล่ะค่ะ"
ธรรศชะงักงัน ร่างสูงแข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยถามอะไรออกมา เสียงฝีเท้าเร่งรีบของเลขาหนุ่มก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาหนุ่มหน้าซีดเผือด หอบหายใจโยนแท็บเล็ตในมือให้ธรรศดู "เด็กผู้ชายคนหนึ่ง... เอ่อ ลูกค้าตัวน้อยที่มากับคุณแม่ในงาน ปรากฏว่าพลัดหลงแล้วเดินเข้าไปในห้องแต่งตัววีไอพีหลังเวทีครับ แล้ว... แล้วเขา..."
ธรรศรับแท็บเล็ตมาด้วยความหงุดหงิด "แล้วมันทำไม แค่เด็กหลงทาง ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่โต?"
"เปล่าครับท่าน... แต่เด็กคนนั้น... เขา... เขาหน้าตาเหมือนคุณตอนเด็กไม่มีผิดเพียรเลยครับ!"
ธรรศนิ่งงัด ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมกลางวันแสกๆ เขารีบก้มลงมองภาพในจอแท็บเล็ตทันที และลมหายใจของเขาก็ต้องสะดุดกึกลงตรงนั้น
ในจอภาพวงจรปิด... เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ในชุดสูทเด็กตัวจิ๋ว กำลังยืนกอดอกเชิดหน้ามองกล้องด้วยท่าทางที่ถอดแบบมาจาก "รีน่า" ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเมื่อครู่ราวกับแกะ... และที่สำคัญที่สุด รอยแผลเป็นเล็กๆ ที่หางคิ้วซ้ายของเด็กชายคนนั้น มีตำแหน่งและรูปทรงเดียวกันกับรอยแผลเป็นที่ธรรศเคยได้รับอุบัติเหตุในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ธรรศตัวชาดิ่ง หันขวับกลับมามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง ร่างสูงสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าตกใจที่กำลังพุ่งชนเข้าใส่หน้าอย่างจัง
รินรดายังคงยืนยิ้มเยาะให้กับความตกตะลึงของอดีสามี รอยยิ้มของเธองดงามราวกับปีศาจสาวที่กำลังรอคอยให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักที่เธอขุดรอไว้
—--------------------------------------------------------------------------------
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะใจเต้นแรงไปกับรินรดาด้วยกันค่ะ)
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 1
รอยเย็บบนความหลัง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!