ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 12

ระยะห่างที่บีบคั้น

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นอายของไวน์แดงราคาแพงที่รินรดาจิบผ่านริมฝีปากสีชาดไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดในห้องจัดแสดงงานศิลปะลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำบรรจงหมุนก้านแก้วคริสตัลช้าๆ ขณะที่ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองผ่านม่านหมอกแห่งความตึงเครียด ตรงหน้าเธอคือธรรศ—อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ดวงตาคมกริบของเขาคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่เธอราวกับจะแผดเผาให้มอดไหม้ แต่ขอโทษเถอะค่ะ... ไฟโลกันตร์ในอดีตของเขา ในตอนนี้มันเป็นได้แค่ความอบอุ่นปลอมๆ ที่เธอไม่แม้แต่จะชายตามอง "ผลงานชิ้นนี้ของฉัน ดูมีความหมายขึ้นมาทันทีที่มีคนให้เกียรติยืนมองนานเกินกว่าห้าวินาทีนะคะ..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และบาดลึก เธอจงใจทิ้งช่วงจังหวะการหายใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบนสายตาไปสบตากับร่างสูงใหญ่ของธรรศที่ยืนขบกรามแน่นอยู่ไม่ไกล ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ จากมุมห้อง แต่บรรยากาศรอบตัวพวกเขากลับคุกรุ่นยิ่งกว่าลาวาใต้เปลือกโลก ธรรศขยับตัวเข้าหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า สันกรามคมสันขึ้นเป็นสันนูนบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังพยายามสะกดกลั้นอย่างถึงที่สุด เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างที่คงไม่พ้นคำพูดเย่อหยิ่งตามนิสัยเดิมของเขา ทว่า... รินรดากลับไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ทำเช่นนั้น มือเรียวบางที่ถือแก้วไวน์ถูกยกขึ้น วางแหมะลงบนท่อนแขนภายใต้เสื้อสูทเนื้อดีอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับที่ร่างระหงก้าวเข้าไปแนบชิดกับชายหนุ่มอีกคนซึ่งยืนอยู่เคียงข้างเธอมาตลอด—คีย์ ช่างภาพหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาที่อ่านยากซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสายตา "จริงไหมคะคุณคีย์? รินว่าผลงานชุดนี้ของเรา สื่ออารมณ์ความสัมพันธ์ที่เปราะบางได้ดีทีเดียว เหมือนกับเรา... ที่ยิ่งพยายามไขว่คว้า ยิ่งเหมือนจะหลุดลอย" รินรดาจงใจเอียงศีรษะซบลงบนไหล่กว้างของคีย์อย่างแนบเนียน กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเธอลอยวนอยู่ปลายจมูกของช่างภาพหนุ่ม ทำเอาคีย์ถึงกับชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วโอบเอวบางของเธอไว้ตามสัญชาตญาณของการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ธรรศหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงต่างต้องรีบถอยร่น ดวงตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใคร จ้องเขม็งไปยังมือของคีย์ที่โอบกระชับเอวของอดีตภรรยา เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความหึงหวงบ้าคลั่งที่เขาพยายามกดทับไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นมาตลอดกำลังจะระเบิดออกเป็นจุล "ริน..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากไรฟันของธรรศ มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัส "คุณกำลังทำอะไรอยู่" รินรดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากไหล่ของคีย์ ปล่อยให้รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบัง เธอหันไปสบตากับอดีตสามีตรงๆ โดยมีคีย์ยืนเป็นเกราะกำบังอันมั่นคงอยู่ด้านข้าง "ทำไมเหรอคะคุณธรรศ? หรือว่าภาพที่รินยืนแนบชิดกับคนอื่น มันขัดหูขัดตาซีอีโอผู้สูงส่งอย่างคุณเข้าแล้ว? ทั้งๆที่เมื่อก่อน... คุณยังเคยบอกเลยไม่ใช่เหรอคะ ว่าผู้หญิงอย่างรินไม่มีค่าพอที่จะให้ใครมาใส่ใจด้วยซ้ำ" คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่กรีดลงบนหัวใจของคนที่ยืนฟัง ธรรศหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความทรงจำในวันที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธอพรั่งพรูเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำๆ คีย์มองปฏิกิริยาของทั้งสองคนด้วยแววตาที่ซับซ้อน เขารู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมการแก้แค้นนี้ แต่ความรู้สึกที่เขามีต่อรินรดามันลึกซึ้งเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ชายหนุ่มจึงกระชับวงแขนที่โอบเอวเธอให้แน่นขึ้นอีกนิด เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งรู้ว่า ตอนนี้รินรดาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว "ดูเหมือนว่าบรรยากาศตรงนี้จะเริ่มร้อนเกินไปแล้วนะครับคุณริน..." คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นพอที่จะทำให้ธรรศต้องกำMหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ถ้าคุณธรรศไม่มีเรื่องงานสำคัญอะไร ผมขอตัวพารินไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะครับ" ธรรศก้าวเท้าพรวดเดียวเข้ามาประชิด รัศมีกดดันแผ่ซ้ำจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ เขาจ้องหน้าคีย์ด้วยแววตาดุดล้ำราวกับสัตว์ป่าหวงถิ่น ก่อนจะเบนสายตามาที่รินรดา หญิงสาวผู้ที่เคยยอมจำนนต่อเขาเสมอ แต่วันนี้... เธอกลับยืนหยัดอย่างสง่างามโดยมีผู้ชายคนอื่นโอบกอด "ถอยไป" ธรรศเอ่ยเสียงลอดไรฟัน สั่งคีย์ด้วยอำนาจที่เขามี แต่น่าเสียดาย... คีย์ไม่มีวันเกรงกลัวอำนาจจอมปลอมเหล่านั้น "ถ้าคุณธรรศหมายถึงสิทธิ์ในการเข้าใกล้คุณริน... เกรงว่าตอนนี้ คุณไม่มีสิทธิ์นั้นหลงเหลืออยู่อีกแล้วล่ะครับ" คีย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพแต่ท้าทาย รินรดาแอบซ่อนรอยยิ้มสะใจไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ เกมนี้เธอเป็นคนเดินหมาก และเธอกำลังเป็นฝ่ายกุมชัยชนะ ธรรศกำลังจะเสียสติเพราะความหึงหวงและสำนึกผิดที่ตีรวนอยู่ในอก แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังพุ่งสู่จุดเดือดสูงสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีย์ก็สั่นครืนขึ้นมาทำลายความเงียบ ช่างภาพหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที คีย์เงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยแววตากลัดกลุ้มปนตกใจ ก่อนจะกระซิบเสียงเบาที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ "ริน... ทางโรงเรียนโทรมาแจ้งว่า น้องรัน... ลูกของคุณ เป็นลมหมดสติไปตอนทำกิจกรรมที่โรงเรียนครับ!" คำว่า "ลูก" และ "โรงเรียน" ลอยเข้าหูของธรรศที่ยืนอยู่ใกล้จนได้ยินถนัดถนี่ ร่างสูงชะงักกึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ลูก? รินรดามีลูกงั้นหรือ? แล้วเด็กคนนั้น... อายุเท่าไหร่กัน? รินรดาหน้าซีดเผือด สติที่เคยควบคุมไว้อย่างดีหลุดลอยไปในพริบตา เธอลืมตัวผลักธรรศออกเต็มแรงแล้ววิ่งทะยานออกจากงานไปทันทีโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป ธรรศยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น สมองประมวลผลย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาเมื่อหลายปีก่อน ภาพเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักที่เขาเคยบังเอิญเห็นวิ่งเล่นอยู่ในบริเวณงานแฟชั่นโชว์เมื่อสัปดาห์ก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว... เด็กคนนั้นมีโครงหน้าและดวงตาที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมแค้นอันร้อนAุ่มนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ชานมไข่มุกหวานร้อย
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%