เสียงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดวาบเข้ามาราวกับดวงดาวที่ถูกบดขยี้ในความมืด แสงสีขาวโพลนเหล่านั้นไม่ได้ทำให้รินรดากะพริบตาแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งสงอยู่หลังโพเดียมบนเวทีแถลงข่าว แผ่นหลังตั้งตรงภายใต้เสื้อสูทสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบที่ออกแบบเองกับมือ รัศมีของความเย็นชาและเด็ดเดี่ยวแผ่ซ่านออกมาจนผู้สื่อข่าวที่นั่งอยู่เบื้องล่างต่างกลั้นหายใจ
"ดิฉันรินรดาค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบ ทรงพลัง และก้องกังวานผ่านไมโครโฟน สะท้อนก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรู "วันนี้ที่ดิฉันมายืนอยู่ตรงนี้ ไม่ได้มาเพื่อฟ้องร้อง หรือเรียกร้องเศษเสี้ยวความเห็นใจจากใครหน้าไหนทั้งสิ้น แต่ดิฉันมาเพื่อทวงความจริง—ความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้สูทราคาแพง และรอยยิ้มจอมปลอมของนักธุรกิจผู้ทรงเกียรติ"
ที่มุมหนึ่งของห้องแถลงข่าว ธรรศ ซีอีโอหนุ่มผู้เคยควบคุมทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ด้วยปลายนิ้ว กำลังยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นปฏิกิริยาทางความรู้สึกเพียงไม่กี่ครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมาของเขา เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เมื่อหน้าจอด้านหลังเวทีไม่ได้ฉายภาพโลโก้แบรนด์แฟชั่นของบริษัท แต่กลับปรากฏเอกสารทางบัญชี เอกสารการโอนเงินออกนอกประเทศ และภาพถ่ายลับที่มัดตัว "หุ้นส่วนใหญ่" ของบริษัทอย่างดิ้นไม่หลุด
"คุณธรรศคงคิดว่า เอกสารชุดนั้นถูกทำลายไปพร้อมกับสำนักงานเก่าในคืนที่ไฟไหม้สินะคะ" รินรดาปรายตามองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เธอยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของอดีตภรรยาที่ถูกเหยียบยละจนแหลقสลาย และวันนี้ เธอกลับมาเพื่อเหยียบย่ำเขาคืนบ้าง
เสียงฮือฮาจากนักข่าวและแขกผู้มีเกียรติระเบิดขึ้นทันทีเมื่อหน้าจอแสดงภาพสัญญาเงินกู้นอกระบบและการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับชื่อของธรรศโดยตรง คีย์ ซึ่งยืนถือกล้องอยู่หลังสุดกดชัตเตอร์รัวๆ บันทึกภาพใบหน้าซีดเผือดที่พยายามรักษาฟอร์มของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ธรรศกัดฟันกรอด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนร้อนผ่าวไปทั่วลำคอ ตลอดชีวิตเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่ "เงา" ไร้ค่าในบ้าน จะสามารถพลิกเกมและถือไพ่เหนือกว่าเขาในวินาทีที่ชี้เป็นชี้ตายเช่นนี้ได้ เขาก้าวฝ่าฝูงนักข่าวที่รุมล้อมเข้ามาหมายจะประชิดตัวเวที แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่รินรดาจ้างมาเป็นพิเศษกันเอาไว้
"ริน! หยุดบ้าได้แล้ว!" ธรรศตะโกนแทรกเสียงฮือฮา เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามปกปิด "เธอเข้าใจผิด เอกสารพวกนั้น... มันถูกปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียงบริษัท!"
รินรดาหันมามองเขาเต็มตา ดวงตากลมโตคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรัก ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอยกไมโครโฟนขึ้นอีกครั้งด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ
"ปลอมแปลงอย่างนั้นหรือคะคุณธรรศ?" เธอย้อนถาม เสียงใสทว่าบาดลึก "ถ้าเช่นนั้น ลายเซ็นบนเอกสารอนุมัติโอนเงินสิบคราวนั้น คงเป็นผีสางที่ไหนสักตัวมาเซ็นแทนคุณสินะคะ? น่าแปลกนะคะ คนที่ฉลาดและรอบคอบอย่างซีอีโอธรรศ กลับปล่อยให้ 'ผี' เข้ามาทำธุรกรรมในบริษัทได้ตั้งนานสองนานโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากฝั่งนักข่าว ขณะที่ธรรศรู้สึกราวกับถูกตบหน้ากลางสาธารณชน ความอัปยศอดสูแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ศักดิ์ศรีที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตพังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยน้ำมือของคนที่เขาเคยทิ้งขว้างอย่างไร้เยื่อใย
"คุณรินรดาคะ! มีข่าวลือว่าคุณเคยเป็นภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสของเขา เรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้แค้นส่วนตัวด้วยหรือไม่คะ?" นักข่าวสาวจากสำนักพิมพ์ชื่อดังยกมือถามเสียงดัง
รินรดานิ่งไปเสี้ยววินาที ดวงตาคู่สวยไหววูบลงเล็กน้อยก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดังเดิม เธอกวาดสายตามองไปยังธรรศที่กำลังพยายามดิ้นรนฝ่าวงล้อมเข้ามาใกล้เวทีมากขึ้นเรื่อยๆ
"การแก้แค้นเหรอคะ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุก "เปล่าเลยค่ะ... ดิฉันไม่ได้แก้แค้น ดิฉันแค่กำลังทวงความยุติธรรมให้ผู้หญิงทุกคนที่เคยถูกคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณธรรศ เหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีก็เท่านั้นเอง"
เธอก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ เป็นเวลาเดียวกับที่หน้าจอโปรเจกเตอร์เปลี่ยนภาพอีกครั้ง—ไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจ ไม่ใช่ภาพถ่ายการทุจริต แต่เป็นภาพสำเนาสูติบัตรใบหนึ่ง ที่มีชื่อบิดาถูกเว้นว่างไว้... แต่ทว่า บนมุมกระดาษอีกแผ่นกลับเป็นผลตรวจดีเอ็นเอฉบับจริง ที่ระบุความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างบุคคลสำคัญในห้องนี้ กับเด็กชายวัยห้าขวบคนหนึ่งอย่างชัดเจน
ธรรศที่กำลังพยายามก้าวขึ้นบันไดเวทีชะתักกะทันหัน สายตาของเขาคมกริบตกลงบนเอกสารแผ่นสุดท้ายนั้น ร่างสูงใหญ่ชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระหม่อมเมื่อสมองประมวลผลตัวเลขและวันที่ในเอกสารนั้นได้
ดวงตาคู่นั้นหันขวับกลับมามองรินรดาด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อรินรดายกยิ้มมุมปากขึ้นอีกครั้ง—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายแค่การล่มสลายทางธุรกิจ แต่เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่กำลังจะทำลายชีวิตส่วนตัวของเขาให้พินาศสิ้นเชิงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
— ชานมไข่มุกหวานร้อย
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 11
เปิดโปงธาตุแท้
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!