ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 21

เดิมพันด้วยชื่อเสียง

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงปรบมือเกรียวกราวราวกับคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งคอนกรีตในฮอลล์จัดแสดงแฟชั่นระดับประเทศ แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงบนรันเ웨يยาวเหยียดที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นทางเดินแห่งความทะเยอทะยานและภาพลวงตา กลิ่นอายของน้ำหอมราคาแพงคละเคล้ากับความตึงเครียดในอากาศ ชานมไข่มุกหวานร้อยขอต้อนรับนักอ่านทุกท่านเข้าสู่บทที่ยี่สิบเอ็ดที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและหยดน้ำตาค่ะ รินรดายืนไขว่ห้างอยู่หลังเวที ม่านกำมะหยี่สีดำสนิทกั้นเธอกโลกภายนอกที่กำลังคลั่งไคล้ผลงานชิ้นเอกของเธอ ชุดผ้าไหมทอมือที่ผสมผสานความดิบเถื่อนของลวดลายขบถเข้ากับความประณีตชั้นสูง กำลังโลดแล่นอยู่บนร่างของนางแบบระดับท็อป ปลายเลิฟซ่อนคมกริบด้วยการปักด้ายสีเงินสะท้อนแสงไฟราวกับรอยแผลเป็นที่ถูกเปิดเผยอย่างสง่างาม ทว่าหัวใจของเธอกลับไม่ได้เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงเพลงบีตหนักหน่วงที่กระแทกกระทั้นอยู่ในฮอลล์ ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกส่งมาถึงมือเธอก่อนเริ่มงานเพียงสิบนาที ยังคงนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ดของเธอ ผลตรวจ DNA ที่ยืนยันตัวตนของเด็กชายวัยสี่ขวบ... เด็กผู้ชายที่ธรรศเคยผลักไสว่าเป็นลูกชู้อย่างไร้เยื่อใย ตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นกรีดแทงหัวใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่เพราะความอาลัยอาวรณ์ แต่เป็นความสะใจที่เย็นเยียบจนน่ากลัว ในที่สุด กรรมก็ตามทันผู้ชายที่เคยเหยียบยำศักดิ์ศรีความเป็นแม่ของเธอจนจมดินแล้วค่ะ "ริน ทุกอย่างพร้อมแล้วนะ ชุดฟินาลีของฝั่งเราจะออกในอีกสามนาที" คีย์กระซิบเบาๆ มืออุ่นวางลงบนไหล่บางเพื่อดึงสติ เธอหันไปมองช่างภาพหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนและพันธมิตรคนสำคัญ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม "ค่ะ คีย์... รินพร้อมยิ่งกว่าพร้อมเสียอีก" ทางด้านฝั่งตรงข้ามหลังฉีกม่านอีกด้าน ธรรศกำลังยืนมองผลงานคอลเลกชัน 'Empire' ของแบรนด์ตนเองด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเน้นย้ำภาพลักษณ์ซีอีโอผู้ไร้พ่าย ทว่ามือหนาที่กำแก้วกาแฟเย็นเฉียบกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างไร้สาเหตุ ในหัวของเขายังคงวนเวียนอยู่กับกระดาษแผ่นเดิม—กระดาษที่เขาเพิ่งขยำมันทิ้งลงถังขยะด้วยความสั่นกลัว บ้าจริง... มันไม่ใช่ลูกของชู้ รินรดาไม่ได้หักหลังเขาอย่างที่เขาเคยกล่าวหาด้วยซ้ำ แต่เป็นเขา... เป็นเขาเองที่ผลักไสทั้งแม่และลูกออกไปจากชีวิตด้วยมือคู่นี้ ความจริงข้อนั้นหนักอึ้งราวกับหุบเขาทับอก จนลมหายใจของซีอีโอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งขาดห้วง "คุณธรรศครับ อีกห้านาทีถึงคิวคอลเลกชันของเราแล้วครับ ดีไซเนอร์ฝั่งตรงข้ามปล่อยหมัดเด็ดออกมาแล้ว ยอดพรีออเดอร์ทางออนไลน์พุ่งทะยานจนระบบเกือบจะล่ม ฝั่งเราต้องเร่งเครื่องแล้วครับ" ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์กระซิบรัวเร็วด้วยความตื่นตระหนก ธรรศสูดหายใจเข้าลึกระงับความสั่นไหวในอก เขากวาดสายตาผ่านช่องว่างของม่านไปยังที่นั่งแถวหน้าสุด แสงแฟลชวับวาบกระทบเข้ากับดวงตาคมกริบ เขากำลังจะก้าวออกไปเพื่อกู้ชื่อเสียงและอาณาจักรแฟชั่นที่สร้างมาทั้งชีวิต แต่หัวใจกลับรู้สึกเหมือนกำลังเดินไปสู่ลานประหารที่เขาสร้างขึ้นเอง เสียงดนตรีเปลี่ยนจังหวะเป็นทำนองดุดันและทรงพลัง นางแบบในชุดฟินาลีของธรรศก้าวออกไปพร้อมกับเสียงฮือฮาจากผู้ชม ชุดเดรสยาวสีดำประดับคริสตัลระยิบระยับสะท้อนอำนาจและความเย่อหยิ่ง มันคือสัญลักษณ์ของความสำเร็จที่ไร้หัวใจ—สไตล์ที่ธรรศยึดถือมาตลอดชีวิตการทำงาน รินรดาก้าวออกมาจากหลังเวทีในจังหวะไล่เลี่ยกัน เธอไม่ได้เดินออกไปหน้าเวที แต่เลือกที่จะยืนกอดอกมองแผ่นหลังของอดีสามีผ่านจอภาพมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ แววตาของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกลียด หลงเหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าไฟบรรกัลป์ "คุณธรรศคะ... คุณเคยคิดไหมว่า วันที่คุณยืนอยู่บนจุดสูงสุดของความสำเร็จ มันคือวันที่คุณสูญเสียทุกอย่างที่มีค่าไปจริงๆ" เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากสีแดงสดของเธอ ราวกับคำสาปแช่งที่ลอยไปในอากาศ และในวินาทีที่แฟชั่นโชว์ดำเนินมาถึงจุดไคลแม็กซ์ เสียงฮือฮาฮือฮายิ่งกว่าเดิมก็ดังขึ้นเมื่อถึงคิวชุดฟินาลีของรินรดา ชุดที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ของแฟชั่นชั้นสูง—มันคือผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกแต่งแต้มด้วยรอยเปื้อนสีดำจางๆ แต่กลับงดงามจนละสายตาไม่ได้ ราวกับบทกวีของการไถ่บาปและการเกิดใหม่ ผู้ชมในฮอลล์ต่างลุกขึ้นยืนปรบมือให้ก้องกังวาน เสียงชื่นชมตะโกนเรียกชื่อดีไซเนอร์สาวดังระเบิด ธรรศหันขวับกลับมามองหน้าจอด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ผลงานของรินรดาไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่มันคือจิตวิญญาณที่ถูกฉีกกระชากออกมาโชว์ต่อหน้าธารกำนัล และมันกำลังบดขยี้ 'Empire' ของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ก่อนที่ความโกลาหลและความยินดีจะถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังพร้อมเสียงใสแจ๋วก็ดังขึ้นจากทางเข้าหลังเวทีฝั่งวีไอพี ร่างป้อมของเด็กชายตัวน้อยในชุดสูทตัวจิ๋ววิ่งฝ่าทีมงานเข้ามาอย่างไร้เดียงสา ดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากธรรศราวกับแกะ "คุณแม่ครับ! น้องกรณ์หิวน้ำจังเลย คุณแม่สัญญาว่าจะพาไปกินไอศกรีมหลังโชว์จบไม่ใช่หรอฮะ" เสียงนั้นดังก้องท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะที่ทีมงานทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว รินรดานิ่งค้างไปชั่ววินาที สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก ธรรศที่เดินกลับเข้ามาหลังเวทีพอดี ชะงักกึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเมื่อมองไปยังเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า—เด็กผู้ชายที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา และที่สำคัญที่สุด... สายตานั้นกำลังมองตรงมาที่เขาด้วยความสงสัย หัวใจของซีอีโอหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง ขณะที่ความจริงอันโหดร้ายและงดงามที่สุดในชีวิตพุ่งเข้าชนอกอย่างจังจนแทบกระอักเลือดค่ะ "ป... ปะป๋า?" เสียงใสๆ เอ่ยทักขึ้น พร้อมกับดวงตากลมโตที่กะพริบปริบๆ มองอดีตสามีผู้เย็นชาของแม่ด้วยความไร้เดียงสา ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับเกมแก้แค้นบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%