ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 22

ผ้าคลุมที่หลุดลุ่ย

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงฮือฮาจากกลุ่มผู้ทรงเกียรติแถวหน้ากลายสภาพเป็นเสียงหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนก เมื่อโครงเหล็กดัดประดับไฟแอลอีดีน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมเหนือเวทีแฟชั่นโชว์ระดับประเทศเริ่มสั่นไหว น็อตตัวใหญ่ที่ยึดโยงคานเหล็กหลุดกระเด็นลงมากระแทกพื้นพรมอัดแน่นจนเกิดเสียงดังสนั่น "ป... ปะป๋า?" เสียงใสๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของธรรศ ทว่าในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้น สัญชาตญาณและการเคลื่อนไหวกลับเร็วกว่าความคิด ชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษพุ่งตัวเข้ารับร่างของนางแบบกิตติมศักดิ์ที่กำลังก้าวเดินอยู่บนแคทว่านวิดอย่างไม่คิดชีวิต แรงกระแทกจากการพุ่งชนทำให้ทั้งคู่กลิ้งหลุดจากรัศมีมรณะได้อย่างเฉียดฉิว ท่ามกลางเศษกระจกและประกายไฟที่สпарกวาบลงมาเผาไหม้ชายผ้าคลุมชุดราตรีจนเกรียมไหม้ ดิฉัน—รินรดา—เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหวาดผวา หัวใจดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อเห็นร่างของอดีสามีล้มทับลงมาบนพื้นเวที พร้อมกับคานเหล็กมหึมาที่ฟาดลงมาเฉียดศีรษะเขาไปเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นเหม็นไหม้ของฉนวนไฟฟ้าลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แสงแฟลชจากช่างภาพนับร้อยชีวิตสาดส่องรัวรากับพายุฝนฟ้าคะนอง บดบังความอลหม่านเบื้องหน้าให้กลายเป็นฉากละครเวทีแห่งความโกลาหล "คุณธรรศ!" เสียงกรีดร้องของบรรณาธิการบริหารนิตยสารแฟชั่นชื่อดังดังขึ้นพร้อมกับทีมงานรักษาความปลอดภัยที่กรูกันเข้ามาล้อมรอบเวที แต่รินรดากลับเร็วกว่า มือเรียวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะตั้งสติได้ เธอรีบก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่นอนทับกันอยู่บนพื้น พลางใช้สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจความเสียหาย ธรรศกัดฟันกรอด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยไร้ความรู้สึกบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด หัวไหล่ด้านขวาของเขาถูกแรงกระแทกจากโครงเหล็กถากจนเนื้อผ้าสูทขาดวิ่นและมีคราบเลือดซึมออกมา ชายหนุ่มพยายามยันกายลุกขึ้น ทว่าอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าทำให้เขาเซถลาเกือบล้มลงไปอีกรอบ หากไม่มีมือเรียวคู่หนึ่งเอื้อมเข้ามาคว้าข้อศอกเขาไว้เสียก่อน "อย่าเพิ่งขยับค่ะ..." น้ำเสียงเย็นเยียบแต่แฝงด้วยความกังวลเจือจางเอ่ยขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ธรรศเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของมือคู่นั้น นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับสะท้อนภาพใบหน้าของดีไซเนอร์สาวผู้ซ่อนรอยยิ้มเยาะหยันไว้ใต้ผ้าคลุมหน้าตาข่าย รินรดากำลังประคองเขาไว้ด้วยความจำใจ—หรืออาจจะเป็นสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า หัวใจดวงนี้เคยรักผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน "คุณ..." ธรรศครางเสียงแผ่ว ริมฝีปากแห้งผากขยับคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ความเจ็บปวดและกลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าที่คุ้นเคยกลับทำให้สมองของเขาปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม กลิ่นนี้... กลิ่นเดียวกับภรรยาผู้ไร้ตัวตนที่เขาเคยเซ็นใบหย่าให้เมื่อหลายปีก่อน "ถ้ายังไม่อยากพิการไปตลอดชีวิต กรุณาอยู่นิ่งๆ เถอะค่ะท่านประธาน" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงด้วยแรงกดดันที่ทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บแปลบในอก เธอไม่ได้ช่วยเขาด้วยความเสน่หา แต่เธอเกลียดหนี้บุญคุณ... และยิ่งเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ที่แอบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นเขายอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอจากอุบัติเหตุครั้งนี้ "คุณช่วยผม..." ธรรศเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกวาดมองสำรวจรอยขีดข่วนบนลำคอระหงของเธอ "ทำไม... ทำไมต้องเอาตัวมาเสี่ยงด้วย" "ฉันไม่ได้เอาตัวมาเสี่ยงค่ะ ฉันแค่ไม่อยากให้งานแฟชั่นโชว์ของตัวเองต้องแปดเปื้อนเลือดของคนสารเลวอย่างคุณคาเวทีต่างหาก" รินรดาตอบกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนที่คมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีสามีอย่างไม่หลบเลี่ยง ความแค้นสะสมแรมปีและการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีในอดีตหลอมรวมเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย ไม่มีใครสังเกตเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่เดินเตาะแตะฝ่าวงล้อมของการ์ดเข้ามาใกล้จุดเกิดเหตุ ดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้นฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างเห็นได้ชัด มือเล็กๆ กำชายกระโปรงของตัวเองแน่นขณะมองชายแปลกหน้าที่หน้าตาละม้ายคล้ายตนเองราวกับแกะ "ปะป๋าเจ็บเหรอคะ?" เสียงใสแจ๋วเอ่ยแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นชั่วขณะ ทุกลมหายใจราวกับถูกแช่แข็ง ธรรศชะงักกึก ศีรษะที่กำลังมึนงงหันขวับไปตามต้นเสียง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้สบตากับเด็กหญิงตัวน้อยที่มีโครงหน้า คิ้ว และจมูกถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน—ราวกับส่องกระจกดูตัวเองเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก รินรดาสะดุ้งเฮือก สีหน้าถอดสีไปชั่วขณะ หัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลังเมื่อตระหนักว่าเธอกำลังพลาดท่าให้กับความไร้เดียงสาของเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง ธรรศหันกลับมามองใบหน้าซีดเผือดของอดีตภรรยา สลับกับเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้า สมองที่ชาฉลาดเริ่มประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว—ปีที่เธอหายตัวไป, ช่วงเวลาที่สอดคล้องกับวันที่เขาเซ็นใบหย่า, และดวงตาคู่นั้น... นิ้วเรียวหนาของซีอีโอหนุ่มเอื้อมไปคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น ราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยคำถามนับล้านคำที่ระเบิดออกในความเงียบ "รินรดา..." ธรรศกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจสะดุดกึก "เด็กคนนี้... ลูกของใคร?" และก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากแก้ตัว คีย์ ช่างภาพหนุ่มคู่คิดก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นจากกระเป๋าเสื้อคลุมของเขาลงมาแทบเท้าของธรรศ... มันคือสำเนาใบตรวจดีเอ็นเอระบุความสัมพันธ์ทางสายเลือด ที่แสดงชื่อของเด็กหญิงและชื่อของธรรศไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง! ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%