ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 23

ร่องรอยแห่งอดีต

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กระดาษแผ่นบางที่นอนนิ่งอยู่แทบเท้าของธรรศไม่ได้เป็นเพียงแค่แผ่นกระดาษธรรมดา หากแต่มันคือใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่กรีดลึกลงไปในความเงียบงัน จนแทบจะได้ยินเสียงเลือดสูบฉีดในกายของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดในโลกใบนี้ ดวงตาสีเข้มของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลค่อยๆ เลื่อนขึ้นจากตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้น ไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของคีย์ ช่างภาพหนุ่มผู้ยืนบังร่างของรินรดาเอาไว้ด้วยท่าทีนิ่งสงบแต่มั่นคง บรรยากาศรอบตัวในสตูดิโอถ่ายภาพแห่งนี้อัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด ชนิดที่ว่าหากมีใครจุดประกายไฟขึ้นมาเพียงนิดเดียว ทุกอย่างคงระเบิดเป็นจุล "นี่มัน... อะไรกัน" เสียงของธรรศต่ำพร่า แหบแห้งราวกับคนขาดน้ำมาแรมปี ความมั่นใจทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เมื่อตัวเลขและเปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็นทางพันธุศาสตร์บนแผ่นกระดาษฟ้องความจริงที่เขาปฏิเสธไม่ได้ รินรดาไม่ได้หลบสายตา เธอขยับตัวก้าวพ้นจากการปกป้องของคีย์ ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มแบบเดียวกันกับที่เคยทำให้ธรรศรู้สึกรำคาญใจในอดีต แต่ในยามนี้มันกลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจเขา "แปลกใจเหรอคะคุณธรรศ" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าบาดลึกจนคนฟังเจ็บแปลบไปถึงกระดูกดำ "คิดว่าผู้หญิงไร้ค่าคนที่คุณเซ็นใบหย่าให้โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง จะไม่มีปัญญาปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองอย่างนั้นหรือคะ" ธรรศก้าวเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าว ราวกับถูกแรงกระแทกทางกายภาพ ความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับคืนวันอันยุ่งเหยิงในอดีตพรู 3 เข้ามาในหัว สมองของเขาพยายามประติดประต่อเรื่องราว ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงภาระทางสังคม หมากตัวหนึ่งที่ใช้แต่งตั้งเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ กลายเป็นคนที่กุมความลับและหัวใจของเขาไว้ทั้งหมดโดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวเลย ก่อนที่ธรรศจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวเราะใสกระจ่างก็ดังขึ้นจากด้านหลังประตูห้องแต่งตัวที่แง้มอยู่ "คุณแม่คะ! น้องดาอยากกิน..." เด็กหญิงตัวน้อยในชุดเดรสฟูฟรูกระโดดโลดเต้นออกมา แต่เมื่อเห็นผู้ชายแปลกหน้ายืนเรียงรายกันอยู่ในห้อง ร่างเล็กนั้นก็ชะงัก ช้อนดวงตากลมโตสุกใสขึ้นมองธรรศด้วยความสงสัย และในวินาทีนั้นเอง... หัวใจของธรรศก็กระตุกวูบราวกับตกลงไปในเหวลึก ดวงตากู่นั้น จมูกโด่งรั้นรัด และโดยเฉพาะรอยบุ๋มที่ข้างแก้มเวลารอยยิ้มปรากฏ... มันคือพิมพ์เดียวกับเขาราวกับถอดออกมาจากกระจกเงา รินรดารีบพุ่งเข้าไปอุ้มร่างเล็กนั้นเข้าสู่อ้อมกอด สัญชาตญาณความเป็นแม่พลุ่งพล่าน เธอปกป้องลูกน้อยด้วยการหันหลังให้ธรรศทันที เสื้อคลุมผ้าไหมเนื้อบางที่เธอสวมอยู่เลื่อนหลุดจากไหล่ลาดลงเล็กน้อย เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียด และที่ตรงนั้น... บริเวณสะบักด้านขวา มีรอยแผลเป็นจางๆ รูปทรงคล้ายกลีบดอกไม้ไฟที่ถูกไฟลวก ซึ่งเป็นร่องรอยจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อน อุบัติเหตุในคืนวันที่ธรรศจำไม่ได้... หรืออันที่จริง เขาเลือกที่จะ "ลืม" มันไปเองเพื่อแลกกับการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะผู้นำตระกูล ภาพในอดีตซ้อนทับขึ้นมาอย่างรุนแรง ภาพของหญิงสาวที่ยอมเอาตัวเข้ามารับเปลวเพลิงเพื่อปกป้องเขาจากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่โกดังสินค้าในคืนนั้น เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และอ้อมกอดที่สั่นเทาของรินรดาในยามที่เธอร้องขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ธรรศมอบให้กลับมีเพียงความเย็นชา คำพูดตัดเยื่อใย และการผลักไสเธอออกไปจากชีวิต เพราะเขาคิดว่าเธอเป็นตัวถ่วงความเจริญ "ริน..." ธรรศครางชื่อนั้นออกมาเบาหวิว มือหนายื่นออกไปในอากาศราวกับต้องการคว้าคว้าเงาของอดีตที่เขาทำลายมันด้วยมือของตัวเอง น้ำตาหยดแรกในรอบสิบปีร่วงเผาะลงบนพื้นสตูดิโอ ความเย่อหยิ่งทระนงตนอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายที่พ่ายแพ้ต่อบาปกรรมที่ตนเองก่อ รินรดากระชับกอดลูกสาวแน่นขึ้น เธอมองอดีตสามีด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยของความรักเหลืออยู่เลย มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ฉาบอยู่บนความเงียบงัน "จำได้แล้วสินะคะ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับพิพากษา "แผลเป็นที่หลังของฉัน และเด็กผู้หญิงที่คุณเพิ่งรู้ว่าเป็นลูก... ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากความใจร้ายของคุณเองค่ะคุณธรรศ" ธรรศทรรุดเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี เขามือสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่รินรดาเบี่ยงกายหลบอย่างไม่ใยดี ความรู้สึกสำนึกผิดกัดกินขั้วหัวใจจนเจ็บปวดเจียนตาย เขากำลังจะเอמהคำขอร้องอ้อนวอนที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิตออกมา ทว่า... เสียงกLิกเบาๆ ของกล้องถ่ายรูปจากมุมห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากเงาสลัวของฉากกั้น—ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมคายและรอยยิ้มเยาะเย้ยที่คุ้นตาเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ธรรศเคยคิดว่าเป็นแค่ช่างภาพกระจอกๆ คนหนึ่ง "เสียใจด้วยนะครับคุณธรรศ..." คีย์ยิ้มเยርพรางเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของซีอีโอหนุ่มพังทลายลงราบคาบ "เพราะตอนนี้... คุณไม่ใช่แค่สูญเสียภรรยาและลูกไปแล้ว แต่คุณกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง แม้กระทั่งบริษัทที่คุณรักที่สุดในมือของผมกับริน..." ติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ค่ะ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%