กริ๊กล็อก... เสียงปากกาหมึกซึมราคาแพงที่ถูกสลักชื่อด้วยอักษรย่อ 'T.V.' กลิ้งหลุดจากเรียนิ้วที่สั่นเทาจนกระทั่งร่วงกระทบพื้นพรมหนานุ่ม ไร้ซึ่งเสียงเตือนใดๆ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาทของธรรศ ราวกับเสียงระฆังพังครืนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเพิ่งจุดไฟเผาด้วยมือของตัวเอง
ห้องทำงานกระจกใสชั้นบนสุดของตึกระฟ้าเวลานี้ มืดสลัวลงถนัดตาเมื่อระบบไฟอัตโนมัติหรี่แสงลงตามเวลาค่ำคืน ทว่าความมืดมิดภายนอกกลับเทียบไม่ได้เลยกับความเวิ้งว้างว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใด คำพูดของคีย์เมื่อครู่ยังคงกรีดลึกอยู่ในรอยหยักของสมอง—*คุณกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง แม้กระทั่งบริษัทที่คุณรักที่สุดในมือของผมกับริน*—แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ชายที่ชื่อธรรศในนาทีนี้
สิ่งที่น่ากลัวที่สุด... คือเงาเลือนรางของรผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงอากาศธาตุในชีวิตสมรสที่จืดจาง
ธรรศหลับตาลงช้าๆ ภาพของรินรดาในอดีตซ้อนทับเข้ามาในความทรงจำราวกับภาพยนตร์ฟิล์มเก่าที่ฉายซ้ำ รอยยิ้มจางๆ ที่เธอมอบให้ในวันที่เขาปฏิเสธจะร่วมโต๊ะอาหารเย็น แววตาสั่นระริกในคืนที่เธอยื่นซองเอกสารบางอย่างให้ก่อนที่เธอจะเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย และ... คราบน้ำตาบนหมอนใบนั้นในคืนที่ฝนตกหนัก ซึ่งเขาเลือกที่จะหันหลังให้เพราะคิดว่ามันเป็นเพียงเรียกร้องความสนใจของผู้หญิงอ่อนแอ
"บ้าเอ๊ย..." ธรรศสบถลอดไรฟัน เสียงแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของผู้นำองค์กรหมื่นล้าน
มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำๆ ความทรงจำชิ้นหนึ่งผุดวาบขึ้นมาในหัว—ภาพของรินรดากุมท้องตัวเองด้วยใบซีดเผือดในห้องครัวเมื่อปีก่อน เธอกำลังจะบอกอะไรบางอย่างแก่เขา แต่เขากลับตัดบทด้วยคำพูดเยชาชาว่า *'อย่ามาเล่นละครตบตาผม รินรดา มันน่าสมเพช'*
วินาทีนั้น ลมหายใจของธรรศสะดุดกຶก หัวใจข้างซ้ายกระตุกวูบราวกับถูกกระชากออกจากอกอย่างแรง
ถ้าตอนนั้น... ถ้าตอนนั้นเขาฟังเธอบ้างสักนิด ถ้าเขาไม่ได้หูหนวกตาบอดเพราะความทะเยอทะยานและทิฐิอันโง่เง่า เด็กคนนั้น... ลูกของเขากับเธอ จะมีโอกาสได้ลืมตาดูโลกไหม?
ความจริงอันโหดร้ายเริ่มกัดกินเนื้อหนังและจิตวิญญาณทีละน้อย ธรรศตระหนักแล้วว่า เกมการแก้แค้นที่รินรดากำลังเล่นอยู่ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การทำลายล้างทรัพย์สินเงินทองของเขา แต่มันคือการ "ควักหัวใจ" ของเขาออกมาวางไว้บนเขียง แล้วค่อยๆ เฉือนมันทิ้งทีละชิ้นอย่างใจเย็น เพื่อให้ลิ้มรสชาติความเจ็บปวดเดียวกับที่เธอเคยได้รับ
และที่เจ็บปวดที่สุด... คือการที่เขากำลังค้นพบความจริงอันน่ารังเกียจว่า ผู้หญิงที่เขาพยายามเหยียบย่ำ ทำลาย และผลักไสให้กลายเป็นคนไร้ค่า แท้จริงแล้วคือสิ่งล้ำค่าที่สุดที่พระเจ้าเคยประทานให้ แต่มันสายเกินไปเสียแล้วที่จะคว้าเธอกลับมา
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่ประธานกรรมการอาวุโสจะผลักเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารชุดใหญ่ สีหน้าของเลขาฯ ส่วนตัวดูตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดจนแทบไม่ต้องเดาเนื้อหาข้างใน
"คุณธรรศคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ทางคณะกรรมการบริหารฉุกเฉินส่งจดหมายเวียนด่วนที่สุดมาถึงคุณแล้วค่ะ พวกเขาอ้างสิทธิ์ตามมาตรา 42 และมติเสียงข้างมากของกลุ่มทุนใหม่... ซึ่งตอนนี้ถือหุ้นใหญ่เกินกว่าร้อยละ 51 ไปแล้วค่ะ"
ธรรศลืมตาขึ้น ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าสมเพชตัวเอง ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยหยดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาแต่ไม่ยอมไหลริน
"กลุ่มทุนใหม่ที่ว่า... ถือหุ้นในนามบริษัท 'R. V. Design' หรือเปล่าครับคุณมicaela?" น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก แต่สั่นสะท้อนความเจ็บปวดร้าวราญถึงขีดสุด
เลขาฯ สาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ "ค่ะ... และผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในนามนอมินี คือ คุณรินรดาค่ะ"
ชื่อนั้น... ชื่อเดียวที่ดังก้องอยู่ในหัวใจที่แตกสลายของธรรศ
เขาหัวเราะออกมาเบาๆ หัวเราะให้กับความโง่เขลาของตัวเอง หัวเราะให้กับชัยชนะอันงดงามและเด็ดเดี่ยวของอดีตภรรยาผู้เคยถูกเขากระทำย่ำยี รินรดาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยรอยแผลเป็นที่เขาเป็นคนสลักไว้บนร่างและจิตใจของเธอ เธอไม่ได้กลับมาเพื่อขอความเห็นใจ ไม่ได้กลับมาเพื่อรื้อฟื้นวันวาน แต่เธอกลับมาในฐานะ "ผู้พิพากษา" ที่ถือดาบอาบยาพิษตัดขั้วหัวใจเขาอย่างไร้ความปรานี
ธรรศผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินไปที่กระจกใสบานยักษ์ มองลงไปยังท้องถนนเบื้องล่างที่มีแสงไฟจากรถราวิ่งผ่านไปมาเป็นสาย น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านแก้มสากระคายของซีอีโอผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใคร หยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาพร้อมกับสำนึกแห่งการไถ่บาปที่สายเกินแก้
"ริน..." เขาพึมพำชื่อนั้นแผ่วเบา ราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย "คุณเกลียดผม... เกลียดจนอยากให้ผมตายทั้งเป็นเลยใช่ไหมครับ"
ทว่า ในขณะที่ธรรศกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความสำนึกผิดและรอยร้าวที่ไม่มีวันประสาน เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าห้องทำงานส่วนตัว ประตูบานหรูถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง
ธรรศขมวดคิ้วเล็กน้อย หันกลับไปมองด้วยแววตาเย็นชาที่ถูกปรับเปลี่ยนกลับมาอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์มของซีอีโอ แต่ทว่า... เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างระหงของบุคคลที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเด็กชายตัวเล็กวัยราวๆ สามขวบที่ซ่อนตัวอยู่หลังชายกระโปรงของเธอ ลมหายใจของธรรศก็ขาดห้วงไปทันที
โลกทั้งใบหยุดหมุน เสียงรอบกายเงียบงันลงชั่วพริบตา
รินรดายืนอยู่ตรงนั้น... สวมชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตา แววตาคู่คมเยียบเย็นมองตรงมาที่เขาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ก่อนที่เธอจะก้มลงลูบศีรษะเด็กชายตัวน้อยคนนั้นเบาๆ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ธรรศรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางกระบาล
"สวัสดีค่ะคุณธรรศ... ในฐานะเจ้านายคนใหม่ของตึกนี้ ดิฉันคิดว่าเราควรทำความรู้จักกับ 'ทายาท' คนใหม่ของตึกนี้เสียหน่อยนะคะ ก่อนที่คุณจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาที่นี่อีก"
ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครในบทนี้นะคะ
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 24
เสียงในใจที่กรีดร้อง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!