ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 25

ความจริงที่ถูกฝัง

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นชาอู่หลงจางๆ ที่ระเหยออกจากแก้วบนโต๊ะทำงานของธรรศ คือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่หลังจากเขาเดินออกไปจากห้องประชุมใหญ่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าตู้เซฟที่ถูกเปิดทิ้งไว้ เอกสารโครงการรีแบรนด์มูลค่าหลายร้อยล้านถูกกองระเกะระสะ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาคู่คมกริบของดีไซเนอร์สาวผู้ทรงอิทธิพลในวงการ ใต้แฟ้มหนังสีดำเข้มที่ถูกซ่อนไว้ในช่องลับของลิ้นชักชั้นในสุด มีสมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่ ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเพชรสكتเหลี่ยมเพชรเม็ดเล็กสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เธอไม่สามารถควบคุมได้ รินรดากลั้นหายใจขณะหยิบมันขึ้นมา น้ำหนักของสมุดเล่มนั้นเบาหวิว แต่หัวใจเธอกลับรู้สึกราวกับถูกหินผาน้ำหนักตันกดทับจนแหลกสลาย หน้าปกปราศจากชื่อเจ้าของ แต่ลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้มบนหน้าแรก... เป็นลายมือที่เธอเคยจูบซับอย่างไร้ค่าเมื่อสามปีก่อน ลายมือของธรรศ *“วันที่ 14 มีนาคม... เธอยังคงนั่งถักผ้าพันคอสีครีมตัวนั้นอยู่ริมหน้าต่าง โง่เง่าสิ้นดีที่คิดว่าความรักจะช่วยให้อิ่มท้องได้ในโลกธุรกิจนี้ ฉันบอกเธอว่าฉันเกลียดของไร้สาระพวกนั้น แต่ทำไม... สายตาที่เธอมองมาตอนที่ฉันบอกว่ามันน่ารำคาญ ถึงยังตามหลอกหลอนฉันจนนอนไม่หลับ”* รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่กลกลืนความขมขื่นจนกลายเป็นรสชาติปร่าในลำคอ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาที่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความหยิ่งทะนง สามปีที่เธอถูกผลไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย สามปีที่เธอต้องอุ้มท้องโตๆ หนีตายไปต่างประเทศโดยไม่มีแม้แต่คำลา สามปีที่เธอถูกตราหน้าว่าเป็นแค่อดีตภรรยาจอมเกาะแกะและไร้ประโยชน์ แต่ในเงาความมืดของสมุดไดอารี่เล่มนี้... ผู้ชายคนที่ประกาศกร้าวว่าเธอเป็นแค่วัตถุทางธุรกิจ กลับบันทึกทุกรายละเอียดของเธอไว้ด้วยความเจ็บปวดบิดเบี้ยว เธอพลิกหน้ากระดาษต่อไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังเสพติดความเจ็บปวดที่แสนหอมหวาน *“วันที่ 22 สิงหาคม... วันที่เธอยื่นใบหย่า รอยยิ้มของเธอมันเหมือนมีดที่กรีดลงบนขั้วหัวใจ ทำไมเธอถึงไม่ร้องไห้ ทำไมเธอถึงไม่ด่าทอฉันเหมือนผู้หญิงคนอื่น ทำไมแววตาคู่นั้นถึงว่างเปล่าอย่างไร้เยื่อใยขนาดนั้น หรือจริงๆ แล้ว... คนที่ตายไปตั้งแต่วันแรกที่ไม่ยอมรับความจริง คือฉันเองกันแน่”* “ตลกดีนะคะ…” รินรดาพึมพำกับความว่างเปล่า หยดน้ำตาใสไหลร่วงลงบนกระดาษราคาแพงจนหมึกซึมเลือนราง “เพิ่งมาสำนึกได้ในวันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดีเนี่ยนะ ธรรศ” ความแค้นที่สะสมมานานนับปีไม่ได้มอดไหม้ลง กลับยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเมื่อเธอตระหนักว่า ความเย็นชาที่เขาใช้ทิ่มแทงเธอนั้น แท้จริงแล้วเป็นเกราะกำบังความอ่อนแอของตัวเขาเอง เขาเลือกอำนาจ เลือกตระกูล เลือกความสมบูรณ์แบบ และโยนเธอทิ้งลงเหวลึกเพียงเพราะความขี้ขลาด พรึบ! เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นอย่างกะทันหัน รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่เก็บอาการได้อย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ซ่อนสมุดไดอารี่เล่มนั้น แต่กลับถือมันไว้ในมือด้วยท่าทางสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กำลังมองเหยื่อ ธรรศยืนอยู่ตรงกรอบประตู เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามอารมณ์ที่คุกรุ่น ดวงตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของเธอ สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด สีหน้าของคนที่ถูกกระชากหน้ากากออกต่อหน้าอดีตภรรยา “คุณกำลังทำอะไรในห้องของผม… รินรดา” เสียงของธรรศแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นที่เคยมีพังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นว่าเแพะรับบาปในอดีตกำลังถือความลับทั้งหมดของเขาไว้ รินรดาก้าวช้าๆ เข้าหาเขา ส้นสูงสีดำกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาแห่งการพิพากษา เธอยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่สวยหยาดเยิ้มแต่เย็นชาจนน่ากลัว ดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่กรีดลึกลงบนเนื้อสดๆ “หาความจริงที่ถูกฝังไว้ค่ะ… คุณธรรศ” เธอยื่นสมุดเล่มนั้นไปตรงหน้าเขา ปลายปกกระดาษเกือบแตะกับอกเสื้อด้านซ้ายตรงตำแหน่งที่หัวใจของเขากำลังเต้นระรัว “ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าคนอย่างคุณ จะมีมุมที่อ่อนแอถึงขนาดเขียนระบายความรู้สึกใส่กระดาษเป็นเด็กๆ แบบนี้... หรือว่าสามปีที่ผ่านมา คนที่จำชื่อฉันไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่คุณหรอก... แต่เป็นสมองขี้ขลาดของคุณต่างหากล่ะที่สั่งให้ลืม” ธรรศก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกไปหมายจะแย่งสมุดคืน แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบด้วยความเร็วกว่า พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาที่บาดลึกถึงกระดูกดำ “อยากรู้ไหมคะว่า ถ้าหุ้นส่วนและสื่อมวลชนรู้ว่าซีอีโอผู้ไร้หัวใจคนนี้ แอบร้องไห้ให้อดีตภรรยาที่ตัวเองเป็นคนเขี่ยทิ้ง... หุ้นของบริษัทจะร่วงลงไปสักกี่เปอร์เซ็นต์?” ธรรศจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด คละเคล้าด้วยความโกรธเกรี้ยวและ... ความโหยหาที่เขาพยายามกดทับมาตลอดสามปี มือของเขาสั่นระริกขณะเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น แต่ไม่กล้าออกแรงบีบ “ริน... อย่าทำแบบนี้” เสียงของเขาไม่ใช่คำสั่งของผู้ทรงอิทธิพลอีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงอ้อนวอนของคนที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่าง “ปล่อยค่ะ!” รินรดาสลัดข้อมือออกอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาสื่อความรังเกียจอย่างชัดเจน “อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกคู่นี้ เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ คุณธรรศ... และคุณไม่มีสิทธิ์บอกให้ฉันหยุด จนกว่าฉันจะพอใจ” เธอก้าวผ่านเขาไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้ธรรศยืนแข็งค้างอยู่กลางห้องท่ามกลางความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีที่รินรดากำลังจะผลักประตูเดินออกไป เสียงทุ้มต่ำและสั่นเครือของธรรศก็ดังไล่หลังขึ้นมา ทำเอาฝ่าเท้าของเธอหยุดชะงักลงทันที “ถ้าฉันยอมก้มกราบขอขมาเธอตอนนี้... เธอยังจะให้โอกาสฉันได้เจอ ‘ลูก’ ของเราบ้างไหม... รินรดา” ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%