เสียงกระแทกของถ้วยเซรามิกราคาแพงกระทบลงบนโต๊ะหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ดังพอจะกลบเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งของธรรศได้เลยค่ะ รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องหน้าเขา ชุดสูทเข้ารูปสีชาไทยขับเน้นให้ร่างเพรียวบางนั้นดูทรงอำนาจและเยือกเย็นราวกับราชสีห์ที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรงเล็บ ไม่มีคราบน้ำตาของอดีตภรรยาผู้เคยอ้อนวอนขอความรักหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงแววตานิ่งสนิทที่สะท้อนภาพซีอีโอหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นเพียงเศษฝุ่นในสายตา
“พูดสิคะ ธรรศ” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดโกนที่อาบไว้ด้วยน้ำผึ้งฉาบยาพิษ “ไหนคุณเคยบอกว่าทุกสิ่งที่ทำลงไปในอดีตคือความจำเป็นเพื่ออนาคตของบริษัท วันนี้ไม่มีคนอื่นแล้ว มีแค่คุณกับดิฉัน... ช่วยกรุณาอธิบายความ ‘จำเป็น’ นั้นให้คนที่ความจำเสื่อมอย่างดิฉันฟังใหม่อีกสักรอบซิคะ ว่าการผลักไสผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอุ้มท้องลูกของคุณออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย มันถูกขับเคลื่อนด้วยตรรกะข้อไหนของนักบริหารผู้ปราดเปรื่องอย่างคุณ”
ธรรศกลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก สันจมูกโด่งเป็นสันคมนั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความสั่นไหวในดวงตา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเคยเชื่อสนิทใจว่าการเลือกเส้นทางสายอำนาจและการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แต่วันนี้ เมื่อหลักฐานความผิดพลาดทั้งหมดถูกกองอยู่ตรงหน้า รอยแผลเป็นที่เขาเคยคิดว่ามันจางหายไปกลับปริแตกออก พร้อมกับเลือดสดๆ ที่ไหลรินออกมาจากความจริงที่ว่า เขานั่นเองที่เป็นคนทำลายทุกสิ่งด้วยมือของตัวเอง
“ริน... ผมในวันนั้นกับผมในวันนี้ไม่ใช่คนเดียวกัน” ธรรศเอ่ยเสียงแหบพร่า สองมือประสานกันแน่นบนตักเพื่อซ่อนอาการสั่นเทา “คุณคิดว่าผมมีความสุขนักหรือไงกับการตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองได้อำนาจที่แลกมาด้วยความว่างเปล่า ทุกครั้งที่ผมนึกถึงเรื่องในคืนนั้น... คืนที่เราหย่ากัน... ผมไม่ได้อยากให้มันจบแบบนั้นเลย”
“โอ้ น่าประทับใจจังค่ะ” รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอยื่นมือเรียวไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทขึ้นมาเปิดพลิกช้าๆ ทีละหน้า เสียงกระดาษพลิกดังแซรกขึ้นมาในความเงียบงันราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง “น้ำตานักบริหารนี่มีราคาแพงระยับจริงๆ นะคะ น่าเสียดายที่ดิฉันไม่ใช่ตลาดหุ้น ที่จะมาใจอ่อนซื้อขายความรู้สึกกับคำแก้ตัวราคาถูกของคุณ”
“รินรดา!” ธรรศเผลอขึ้นเสียงด้วยความอัดอั้น เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง โน้มตัวลงค้ำโต๊ะทำงานเพื่อบีบให้เธอยอมสบตา “คุณจะให้ผมต้องคุกเข่าอ้อนวอนสำนึกผิดไปจนถึงเมื่อไหร่ ผมยอมรับว่าผมเลว ผมเห็นแก่ตัว ผมมันไอ้สารเลวที่ทิ้งคุณไปในวันที่คุณต้องการผมมากที่สุด! แต่เรื่องในอดีตมันมีเบื้องหลัง... มีคนที่พยายามชักใยอยู่เบื้องหลังความสัมพันธ์ของเราตั้งแต่แรก คุณก็รู้ว่าตระกูลของผมกดดันแค่ไหน!”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ จนความสูงและรัศมีกดดันของทั้งคู่แทบไม่ทิ้งระยะห่าง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันโชยเข้าจมูกของธรรศ ยิ่งทำให้เขาแทบคลั่งเพราะมันเป็นกลิ่นเดียวกับวันที่เธอก้าวเดินออกจากชีวิตเขาไปอย่างไร้ร่องรอย
“อย่ามาอ้างตระกูลหรือใครหน้าไหนเลยค่ะ ธรรศ” เสียงกระซิบของเธอแผ่วเบาแต่ก้องกังวานไปทั่วห้อง “ในเมื่อมือของคุณนั่นแหละที่เป็นคนเซ็นชื่อลงในใบหย่าด้วยความเต็มใจ ในเมื่อหัวใจของคุณเลือกที่จะเชื่อเอกสารบัญชีมากกว่าเสียงร้องไห้ของฉันในห้องนอนคืนนั้น... คุณเลือกเองค่ะ อย่ามาโยนความผิดให้โชคชะตาหรือคนอื่นเลย ในเมื่อคุณกล้าพอที่จะทำลายอนาคตของเด็กคนหนึ่ง คุณก็ต้องกล้าพอที่จะรับผลกรรมที่กำลังจะตามมาด้วย”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ธรรศมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือน หัวใจของเขาเจ็บแปลบราวกับถูกบีบด้วยคีมเหล็ก เขารู้ดีว่าคำพูดใดๆ ก็ไม่อาจลบล้างความผิดบาปในอดีตได้ แต่การได้เห็นเธอยืนหยัดอยู่ตรงนี้ในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจที่พร้อมจะบดขยี้เขาได้ทุกเมื่อ กลับทำให้ความรู้สึกผิดพุ่งพล่านกลายเป็นความโหยหาที่บิดเบี้ยว—เขาอยากได้เธอกลับคืนมา แม้จะต้องแลกด้วยทุกสิ่งที่เขามีอยู่ตอนนี้ก็ตามที
ในจังหวะที่ธรรศกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของเธอเพื่อรั้งไม่ให้เธอหันหลังเดินหนีเหมือนเช่นเคย เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งติดกันราวกับมีเหตุฉุกเฉิน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกโดยเลขาคนสนิทของธรรศ สีหน้าของชายหนุ่มวัยกลางคนซีดเผือก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าจนน่าตกใจ เขากวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยความลังเล ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานแล้วยื่นแท็บเล็ตหน้าจอเปิดค้างไว้ให้ซีอีโอหนุ่มดูทันทีโดยไม่รอให้เจ้านายอนุญาต
“ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” เสียงของเลขาขาดห้วง “มีสำนักข่าวสายแฟชั่นปล่อยภาพลับหลุดออกมา... เป็นภาพถ่ายเบื้องหลังการทำงานของคุณรินรดาเมื่อสามปีก่อนที่ปารีส... และ... และในภาพนั้น มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างกายเธอ... เด็กผู้หญิงที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากคุณราวกับแกะ... แถมตอนนี้แฮชแท็กชื่อเด็กคนนั้นกำลังติดเทรนด์อันดับหนึ่งในโซเชียลแล้วครับ!”
ธรรศชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน เขาหันขวับกลับไปมองรินรดาที่เวลานี้ไม่ได้มีท่าทีตกใจเลยแม้แต่น้อย เธอกลับยืนกอดอกพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้นบนเรียวปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
“ยินดีต้อนรับสู่ความจริงบทที่สองค่ะ ธรรศ” รินรดากระซิบเสียงหวานหยด ทว่าเย็นเยือกดุจน้ำแข็งขั้วโลก “ลูกสาวที่พ่อผู้ประเสริฐอย่างคุณบอกว่าไม่เคยต้องการ... ตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่หน้าตึกบริษัทของคุณแล้วค่ะ”
(ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์มาด้วยกันในตอนนี้นะคะ)
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 29
ปมที่ขยับเขยื้อน
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!