ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 16

รอยร้าวที่ขยายตัว

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นอายความอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นชาเอิร์ลเกรย์ราคาแพงในห้องรับรองพิเศษของโรงแรมหรู ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย เสียงถ้วยกระเบื้องกระทบกับจานรองดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของธรรศ อดีตซีอีโอหนุ่มผู้เคยควบคุมทิศทางเศรษฐกิจนับพันล้าน บัดนี้ปลายนิ้วของเขากลับสั่นเทาจนแทบประคองภาชนะในมือไว้ไม่อยู่ ภาพดวงตากลมโตใสแป๋วและใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราของเด็กชายตัวน้อยที่ถอดแบบมาจากเขาจนราวกับใช้พิมพ์เดียวกัน ยังคงวนเวียนกรีดซ้ำลงมากลางใจ รอยแผลเป็นจากอดีตที่เขาเคยคิดว่ามันถูกฝังกลบไว้อย่างดีใต้กองเงินกองทอง กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วยมือของเด็กผู้ชายคนนั้น... เด็กที่เป็นเครื่องยืนยันว่าเขาเคยโง่เขลาแค่ไหนในอดีต "คุณธรรศคะ ดิฉันคิดว่าเราคุยกันเคลียร์แล้วนะคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนภาพลักษณ์ของดีไซเนอร์มือฉมังผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เธอนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาคู่คมกริบมองตรงมาที่เขาโดยไม่มีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ความอ่อนแอของผู้หญิงคนเดิมที่เคยนั่งรอเขาอย่างไร้จุดหมายในบ้านหลังใหญ่เมื่อหลายปีก่อน ได้ตายไปอย่างไร้วันฟื้นคืน "ริน..." ธรรศเค้นเสียงแหบพร่าออกจากลำคอ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาดเข้าฝั่ง "เด็กคนนั้น... แก... ลูกของเราใช่ไหม" รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน เป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่กลับมีอานุภาพทำลายล้างสูงเสียยิ่งกว่าอาวุธใดๆ เธอกวาดสายตามองชายหนุ่มผู้เคยเป็นดั่งโลกทั้งใบของเธอในอดีตด้วยความสมเพชเวทนาที่ปิดไม่มิด "เพิ่งฉลาดขึ้นมาหรือคะ? หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของอดีตซีอีโอเพิ่งประมวลผลทันว่า ระยะเวลาที่เราหย่าร้างกันไป มันมีช่องว่างตรงไหนที่หลงเหลืออยู่" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่ง แต่มันกลับคมกริบราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ "น่าเสียดายนะคะที่ความฉลาดของคุณมันมาช้าเกินไป... ช้าเสียจนไม่มีพื้นที่ให้คุณได้ใช้สิทธิ์ความเป็นพ่ออะไรนั่นอีกแล้ว" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางอกของธรรศจนเขาแทบกระอักเลือด ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโกรธ เพราะทุกอย่างที่หญิงสาวกำลังหยิบยื่นให้ในตอนนี้ มันคือผลลัพธ์จากความเย็นชาและความเห็นแก่ตัวที่เขาเคยกระทำกับเธอไว้เอง แต่ความเจ็บปวดในห้องรับรองนี้ยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่กำลังจะพังทลายทุกอย่างรอบตัวเขา คล้อยหลังการสนทนาอันแสนบีบคั้นหัวใจนั้นไม่กี่ชั่วโมง ความกดดันระลอกใหญ่ก็พุ่งเป้ามาที่คฤหาสน์ตระกูลธนandการกุล ครอบครัวผู้ดีเก่าที่ถือ หางความสมบูรณ์แบบมาตลอดชีวิต "แกไปทำอีท่าไหนมา ถึงปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นมีสายเลือดของเราหลุดรอดไปได้!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นลั่นห้องรับแขก ประมุขของบ้านอย่าง ‘คุณหญิงมยุรา’ มารดาบังเกิดเกล้าของธรรศ แผดเสียงกร้าวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบิดเบี้ยว ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความดูแคลนและหวาดระแวงในชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่สั่งสมมานาน "ยัยรินรดานั่นมันคิดจะทำอะไร! มันจงใจเอาเด็กมาเป็นเครื่องมือเพื่อเกาะแกะตระกูลเราใช่ไหม!" ธรรศที่เพิ่งก้าวเข้ามาในบ้านยืนนิ่งสนิท กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความกดดันจากผู้เป็นแม่และบรรดาญาติผู้ใหญ่ที่นั่งล้อมวงกันอยู่ราวกับศาลเตี้ย ทำให้บรรยากาศในบ้านอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "แม่ครับ... เรื่องนี้มันไม่ใช่ความผิดของริน..." ธรรศพยายามอดกลั้นความรู้สึก "ไม่ใช่ความผิดมันแล้วจะเป็นความผิดใคร!" คุณหญิงมยุราสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงแหลมสูง "แกเป็นถึงผู้นำตระกูล ปล่อยให้ผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้นมาหยามเกียรติเราถึงขนาดนี้ได้ยังไง ถ้าข่าวเรื่องทายาทนอกสมรสรั่วไหลออกไป หุ้นในตลาดหลักทรัพย์จะร่วงลงแค่ไหน แกเคยคิดถึงตรงนี้บ้างไหม!" คำว่า ‘ชื่อเสียง’ และ ‘ผลประโยชน์’ มักจะมาก่อนความเป็นมนุษย์เสมอในครอบครัวนี้ และนั่นคือเหตุผลที่ในอดีตรินรดากลายเป็นเพียงเศษฝุ่นในสายตาของพวกเขา... เป็นสะใภ้ที่ไร้ค่าเพราะไม่สามารถเสริมอำนาจให้ตระกูลได้ ธรรศหลับตาลงช้าๆ ภาพความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นมาซ้ำๆ วันที่รินรดากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และเดินมาบอกเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง แต่วันนั้นเขากลับไล่เธอให้ไปพ้นหน้าเพราะคิดว่าเธอแค่กุเรื่องเพื่อเหนี่ยวรั้งเขาไว้กับตำแหน่งซีอีโอที่กำลังสั่นคลอน ความโลภและความเย่อหยิ่งในวันนั้น กลายมาเป็นบ่วงโซ่ที่กำลังรัดคอเขาจนหายใจไม่ออกในวันนี้ "ผมจะรับผิดชอบ" ธรรศลืมตาขึ้น แววตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่คนในครอบครัวไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมจะรับผิดชอบทั้งรินและลูก... ผมจะทำให้ถูกต้อง" "แกเสียสติไปแล้วหรือไงธรรศ!" คุณหญิงมยุรากรีดร้องลั่น ยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจสุดขีด "จะไปแต่งงานกับผู้หญิงที่มันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเราเนี่ยนะ! แกไม่กลัวตระกูลเราต้องอับอายขายหน้าชาวบ้านเขาหรือไง!" "ผมไม่สน!" ธรรศตาดวดเสียงกร้าวใส่ผู้เป็นแม่เป็นครั้งแรกในชีวิต ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานระเบิดออกมา "สิ่งที่ผมสนในตอนนี้ไม่ใช่ชื่อเสียงจอมปลอมนี่อีกต่อไปแล้วแม่! แต่คือการที่ผมเกือบสูญเสียโอกาสที่จะได้เป็นพ่อคน... เพราะความใจร้ายของพวกเราทุกคน!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับแขกชั่วขณะ ทุกคนต่างตกตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของอดีตซีอีโอหนุ่มผู้เคยอยู่ในโอวาทมาตลอด รอยร้าวระหว่างเขากับครอบครัวไม่ได้เป็นแค่รอยร้าวเล็กๆ อีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาล ในขณะเดียวกัน ที่สตูดิโอออกแบบดีไซน์ใจกลางเมือง รินรดากำลังนั่งจิบไวน์แดงราคาแพงมองวิวทิศทางเมืองยามค่ำคืนผ่านกระจกใสบานใหญ่ รอยยิ้มมุมปากของเธอยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอย่างผู้กุมชัยชนะ คีย์ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในฐานะคู่คิดและช่างภาพคนสนิท เดินถือแท็บเล็ตเข้ามาหาพร้อมกับสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับระคนความกังวลเล็กน้อย "ข่าวลือเรื่องทายาทตระกูลธนกุลเริ่มหลุดลอดออกไปในแวดวงไฮโซแล้วนะริน เธอแน่ใจเหรอว่าจะเล่นเกมนี้ต่อ? แรงกระแทกจากทางฝั่งคุณหญิงมยุรามันไม่เบาแน่" คีย์เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี รินรดาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ เธอกวาดสายตาคมกริบมองออกไปไกลแสนไกล แววตาคู่นั้นสะท้อนความเจ็บแค้นในอดีตที่ได้รับการชำระสะสางทีละน้อย "ก็ให้มันกระแทกเข้ามาสิคะคีย์..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเยือกเย็น "ยิ่งพวกเขากดดันธรรศมากเท่าไหร่ รอยร้าวระหว่างแม่ลูกคู่นั้นก็จะยิ่งขยายตัวกว้างขึ้นเท่านั้น... และเมื่อถึงจุดที่มันแตกสลายจนไม่มีชิ้นดี ฉันนี่แหละค่ะ จะเป็นคนเดินเข้าไปเก็บกวาดซากปรักหักพังพวกนั้นเอง" ทว่า ในขณะที่เกมการแก้แค้นกำลังดำเนินไปตามแผนที่เธอกำหนด เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ร่างสูงของเลขาประจำตัวของเธอเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด "คุณรินรดาคะ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบคุณอยู่ที่ล็อบบี้ด้านล่างค่ะ..." เลขาเอמהเสียงสั่น "เขาบอกว่าถ้าวันนี้ไม่ได้เจอคุณ เขาจะไม่ยอมกลับเด็ดขาด... และคนๆ นั้นก็คือ..." รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม ประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มไว้ก็ถูกผลักให้เปิดกว้างขึ้นด้วยมือของใครบางคน ร่างสูงโปร่งของบุคคลที่เธอคาดไม่ถึงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง แววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความสำนึกผิด และความมุ่งมั่นอย่างไร้ขีดจำกัด พุ่งตรงมาที่เธอราวกับจะกลืนกิน "สวัสดีครับริน... เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันให้รู้เรื่องเสียที" ธรรศเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของรินรดาและคีย์ที่ยืนอยู่ตรงนั้น! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางแก้แค้นไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%