กลิ่นอายความอับชื้นของแฟลตเก่าริมคลองระบายน้ำ ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นบุหรี่เก่าเก็บจนน่าสะอิดสะเอียน แต่สำหรับรินรดาแล้ว มันคือกลิ่นของความจริงที่ธรรศพยายามใช้เงินนับร้อยล้านกลบฝังมันมาตลอดสามปีเต็ม
"คุณแน่ใจเหรอริน ว่าเราจะหาอะไรเจอในซอกตึกผุๆ แบบนี้"
เสียงของคีย์ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับเสียงชัตเตอร์กล้องที่กดบันทึกภาพบรรยากาศรอบตัวอย่างเงียบเชียบ มือเรียวของช่างภาพหนุ่มกระชับเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาว ขณะที่สายตาสอดส่องไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์จับกลุ่มตั้งวงดื่มเหล้าขาวอยู่ใต้ถุนตึกไม่ไกลนัก
รินรดาไม่ตอบ เธอยืนนิ่งอยู่หน้าห้องเช่าหมายเลข 404 ประตูไม้เก่าๆ ที่บานพับขึ้นสนิมสีแดงฉานราวกับคราบเลือดแห้งกรัง นิ้วเรียภายใต้ถุงมือหนังสีดำบรรจงเคาะลงบนเนื้อไม้สามครั้ง—จังหวะที่เธอซ้อมนับในใจมานับร้อยครั้งตั้งแต่คืนที่รถกระบะคันนั้นพุ่งเข้าชนเธอจนร่างกระเด็นลอยละลิ่ว ท่ามกลางสายฝนที่ชะล้างทั้งเลือดและหลักฐานทุกอย่างให้หายวับไปกับตา
*แอ๊ด...*
บานประตูเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้ายับย่นของชายชราวัยใกล้เกษียณ ดวงตาฝ้าฟางหรี่มองผู้มาเยือนอย่างหวาดระแวง ก่อนที่เขาจะจำรินรดาได้ ร่างผอมแห้งนั้นก็สะดุ้งสุดตัวราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
"คุณ... คุณผู้หญิงคนนั้น" เสียงแหบแห้งเอ่ยตะกุกตะกัก ประตูไม้ทำท่าจะปิดกระแทกใส่หน้า แต่รินรดากลับใช้ปลายรองเท้าส้นสูงขัดไว้ได้อย่างเยือกเย็น
"สวัสดีค่ะลุงเชษฐ์ จำฉันได้สินะคะ"
รินรดายิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่ัยน์ตาคมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของอดีตรปภ.คอนโดมิเนียมชื่อดัง "สามปีก่อน คุณเป็นคนกะพริบตาปล่อยให้รถคันนั้นขับผ่านไม้กั้น ทั้งๆที่เป็นเวลาห้ามรถภายนอกเข้า... เงินปิดปากก้อนนั้น คงจะหอมหวานมากสินะคะ ถึงทำให้คุณยอมกลaาย เป็นคนตาบอดไปได้นานขนาดนี้"
"ผม... ผมไม่รู้เรื่อง!" ลุงเชษฐ์ละล่ำละลักถอยหลังกรูด ฝ่ามือเหี่ยวย่นสั่นเทาจนเกือบทำแก้วกาแฟในมือร่วง "วันนั้นผม... ผมปวดท้องไปเข้าห้องน้ำ! ผมไม่ได้ปล่อยให้ใครเข้าทั้งนั้น!"
"โกหกไม่เนียนเลยนะคะ" คีย์ก้าวเข้ามาแทรกกลาง บีบไหล่ชายชราเบาๆ แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้เขาทรุดลงไปกองกับพื้น "กล้องวงจรปิดรอบนอกอาจจะถูกลบโดยฝีมือไอ้ซีอีโอหน้าเลือดคนนั้น แต่บันทึกการเข้าออกด้วยระบบคีย์การ์ดสำรองของป้อมยาม... ยังอยู่กับฉัน"
ภาพถ่ายหน้าจอโทรศัพท์มือถือถูกยื่นไปตรงหน้า ลุงเชษฐ์เบิกตากว้างเมื่อเห็นหลักฐานมัดตัว—สลิปโอนเงินสี่หลักที่ถูกส่งตรงมาจากบัญชีม้าของบริษัทในเครือธรรศกรุ๊ป ในคืนเดียวกับที่รินรดาสูญเสียทั้งลูกในท้อง และความทรงจำที่แหลกสลาย
รินรดาย่อตัวลง นั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่เสมอชายชราที่ตัวสั่นเทา เธอยื่นมือไปแตะบ่าผอมบางนั้นเบาๆ แต่สัมผัสกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
"ลุงเชษฐ์คะ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อจับเข้าคุกหรอกนะคะ คนแก่ใกล้ลงโลงอย่างลุง ติดคุกไปก็คงไม่สนุกเท่าไหร่..." เสียงหวานกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดุจค้อนเหล็กทุบลงกลางใจ "แต่คนที่บงการอยู่เบื้องหลังต่างหาก ที่สมควรต้องมาชดใช้... บอกฉันมา ว่าใครเป็นคนสั่งให้ลุงทำลายเบรกและเปิดทางให้รถคันนั้น"
ลุงเชษฐ์หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยตามรอยเหี่ยวย่น เขาเหลือบมองหน้าสวยหวานที่ฉาบด้วยรอยยิ้มพิฆาตแล้วเกิดความกลัวฝังจิตฝังใจยิ่งกว่าเจอฆาตกรต่อเนื่อง
"มะ... มันคือคุณธรรศ..." เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดออกมาจากปากแห้งผาก "คุณธรรศเป็นคนโทรศัพท์มาหาผมโดยตรง เขาสั่งว่า... 'ถ้าผู้หญิงคนนั้นรอดไปได้ แกเตรียมตัวติดคุกหัวโต แต่ถ้าตาย... เงินห้าล้านในบัญชีนั้นจะเป็นของแกทันที'..."
ทุกถ้อยคำตอกย้ำลงบนหัวใจของรินรดา แม้เธอจะคาดเดาคำตอบนี้ไว้อยู่แล้ว แต่พอได้ยินจากปากพยานคนสำคัญ ความเจ็บปวดบิดเบี้ยวในอกก็พุ่งพล่านจนแทบกระอักเลือด สามปีที่เธอโง่งอมงายคิดว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นคือความสะมานฉันท์ของโชคชะตา สามปีที่เธอพยายามกราบกรานขอความรักจากผู้ชายที่เหยียบย่ำแม้กระทั่งลมหายใจของลูกตัวเอง!
รินรดายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยน้ำตา มีเพียงประกายตาแห่งความอาฆาตมาดร้ายที่ลุกโชนดุจเปลวเพลิงโลกันตร์
"ขอบคุณนะคะลุงเชษฐ์ ที่ทำให้ฉันตื่นจากฝันร้ายเสียที"
เธอหันหลังเดินกลับออกมาจากห้องเช่าแคบๆ นั้น ปล่อยให้คีย์จัดการเคลียร์ขั้นตอนสุดท้าย เสียงถอนหายใจยาวเหยียดของช่างภาพหนุ่มดังตามหลังมาขณะที่เขาก้าวตามออกมาที่ลานจอดรถ
"ริน เธอจะเอายังไงต่อ หลักฐานนี้มันมากพอที่จะเอาผิดธรรศในข้อหาพยายามฆ่าและสมคบคิดได้แล้วนะ เราจะส่งให้ตำรวจเลยไหม?"
รินรดาสวมแว่นตากันแดดสีดำสนิทเพื่อบังคับซ่อนแว่นตาและดวงตาที่แดงก่ำ เธอก้าวขึ้นรถสปอร์ตคันหรูสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงคำรามก้อง ก่อนจะหันมามองคีย์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แสนอันตราย
"ตำรวจเหรอคะคีย์? มันใจดีเกินไปสำหรับคนอย่างเขา... ฉันอุตส่าห์อดทนสร้างเกมนี้ขึ้นมาทั้งเกม จะให้จบง่ายๆ ด้วยคุกตารางได้ยังไงกันคะ" เธอกดเกียร์พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว "ฉันจะทำให้เขาลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างทีละน้อย... เหมือนที่ฉันเคยโดน"
ในขณะเดียวกัน ที่คลังสินค้าเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถูกรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นสตูดิโอแฟชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ธรรศกำลังยืนเคาะนิ้วบนโต๊ะทำงานด้วยความกระวนกระวายใจ แผนการควบรวมกิจการกับแบรนด์ระดับโลกกำลังไปได้สวย แต่ทำไมหัวใจของเขาถึงได้เต้นผิดจังหวะราวกับมีลางสังหรณ์บางอย่าง
โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานสั่นครืด เขากดรับด้วยความหงุดหงิด
"ว่าไง ทางฝั่งแฟลตคลองระบายน้ำเรียบร้อยดีไหม ทำไมลูกน้องคุณถึงยังติดต่อไม่ได้?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทปลายสาย
"นายครับ!แย่แล้วครับ!" เสียงปลายสายหอบกระฮืดกระหอบด้วยความตื่นตระหนก "มีคนเห็นคุณรินรดาเข้าไปหาไอ้เชษฐ์ที่ห้องเช่าเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนนี้ลูกน้องที่เราส่งไปเฝ้า... ถูกสกัดจับไว้หมดแล้วครับ!"
ธรรศผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาถอดสีซีดเผือดในพริบตา ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงสันหลังวาบ
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งสติ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างระหงของดีไซเนอร์สาวในชุดสูทสีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่แช่แข็งบรรยากาศในห้องให้กลายเป็นศูนย์องศา
รินรดากวาดสายตามองอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ด้วยความสมเพชเวทนา เธอก้าวเข้าไปหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดที่เขาเคยเกลียดนักหนาลอยอบอวลแตะจมูก
"หาฉันอยู่เหรอคะคุณธรรศ?" รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้ม แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกราวกับยืนอยู่ปากเหวหน้าผา "ตกใจเหรอคะที่เห็นฉันยังยืนอยู่ตรงนี้... หรือว่าตกใจ ที่พยานปากเอกคนสุดท้าย กำลังจะเอาหมายจับมาเคาะประตูบ้านคุณพรุ่งนี้เช้ากันแน่?"
ธรรศชะงักงัน ริมฝีปากที่เคยเหยียดหยามบิดเบี้ยว ดวงตาคมกริบมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป—ทั้งความหวาดกลัว ความผิดบาป และเงาซ้อนของอดีตที่เขาเคยทำลายมันด้วยมือของตัวเอง
ทว่า... ก่อนที่ศึกปะทะคารมระหว่างคนทั้งสองจะระเบิดขึ้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงธรณีประตูห้องทำงาน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งตามหารินรดาเข้ามา
"คุณแม่ครับ! น้องรันหิวน้ำจังเลย ทำไมคุณแม่คุยกับคุณลุงหน้านิ่งคนนี้นานจัง..."
ดวงตากลมโตใสแป๋วและใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่ถอดแบบมาจากธรรศราวกับแกะ ทำให้อดีตซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร... ถึงกับทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น แทบจะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะหายใจ!
ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับเกมแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 15
พยานคนสุดท้าย
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!