"ถ้าคุณยังมีจิตสำนึกเหลืออยู่บ้าง... กรุณาถอยไปค่ะ ธรรศ"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบจนน่ากลัว มันไม่ใช่ความโกรธเกลียดที่ฟูมฟายเหมือนผู้หญิงในอดีตคนเดิมคนนั้น แต่มันคือความว่างเปล่า—ความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันแปลว่าเธอไม่ได้เหลือพื้นที่ใดในหัวใจไว้ให้ผู้ชายตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว
ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของล็อบบี้โรงแรมหรูหลังงานนิทรรศการศิลปะ คีย์ขยับตัวเข้ามาบังร่างของรินรดาไว้ครึ่งก้าว สัญชาตญาณการปกป้องปรากฏชัดในแววตาคู่นั้น มือหนาของช่างภาพหนุ่มแตะเบาๆ ที่ข้อศอกเรียวของเธอ เป็นเชิงส่งสัญญาณว่า *'เราไปกันเถอะ'* แต่ธรรศกลับไม่ยอมขยับเขยื้อน สายตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใดกำลังจดจ้องอยู่ที่ข้อมือของทั้งคู่ ภาพที่รินรดายอมให้ผู้ชายคนอื่นแตะเนื้อต้องตัวอย่างสนิทสนม บีั้นทอนความอดทนอันน้อยนิดของเขาจนแทบแหลกสลาย
"ริน... ผมบอกว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน" ธรรศเน้นเสียงต่ำ กรามของเขากัดแน่นจนนูนขึ้นเป็นสัน นัยน์ตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยพิษอารมณ์ที่เจ้าตัวก็อาจไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร—ความหึงหวง ความเสียดาย หรือความสำนึกผิดที่สายเกินแก้
"เราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วค่ะ อดีตก็คืออดีต และตัวคุณ... ก็เป็นแค่คนแปลกหน้าที่มีมารยาททรามคนหนึ่งเท่านั้น" รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความเย็นชาชนิดที่ทำให้ธรรศรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน
เธอดึงแขนออกจากการกุมมือของคีย์อย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างสูงใหญ่ของอดีสามีไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ คีย์ปรายตามองธรรศด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้าวเดินตามหญิงสาวไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ซีอีโอผู้ทรงอิทธิพลยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บที่เขาสร้างขึ้นมาเองกับมือ
รถยนต์อเนกประสงค์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถ ความเงียบงันภายในห้องโดยสารไม่ได้อึดอัดอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันเต็มไปด้วยร่องรอยความคิดที่กำลังกัดกินจิตใจของคนทั้งคู่ คีย์เหลือบมองกระจกหลังเป็นระยะด้วยความกังวล
"เขาดูเปลี่ยนไปนะ... หรือพูดให้ถูกคือ เขาดูเหมือนคนกำลังเสียสติ" คีย์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบาะหน้า
"ช่างเขาเถอะค่ะ" รินรดาตอบเสียงเรียบ สายตาทอดมองออกไปนอกกระจก หน้าต่างรถสะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ แต่ในใจเธอกลับมืดสนิท "คนแบบธรรศ ไม่ได้เสียใจเพราะเขารักฉันหรอกค่ะคีย์... เขาแค่เสียดายของมีค่าที่เคยอยู่ในกำมือแล้วเผลอทำตกแตกไปเองต่างหาก"
คีย์ถอนหายใจยาว "แล้วเรื่องจดหมายฉบับนั้น..."
รินรดานิ่งงันไปเมื่อได้ยินคำนั้น ปลายนิ้วเรียวเผลอแตะลงที่กระเป๋าเสื้อโค้ทโดยไม่รู้ตัว ภายในนั้นมีซองจดหมายสีครีมวินเทจ—ซองจดหมายที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีแสตมป์ และถูกสอดไว้ใต้ประตูกล้องสตูดิโอของเธอเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ข้อความข้างในนั้นเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ที่เธอคุ้นเคย... หรืออาจจะคุ้นเคยยิ่งกว่าลมหายใจของตัวเองในอดีต
เมื่อกลับมาถึงห้องพักส่วนตัวบนคอนโดมิเนียมหรู รินรดากลัดกลอนประตูอย่างแน่นหนา เธอถอดรองเท้าส้นสูงออก โยนกระเป๋าถือลงบนโซฟา แล้วเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานเปิดโคมไฟสีส้มสลัว ความเงสงัดของยามวิกาลทำให้หัวใจที่สงบนิ่งมาตลอดเริ่มเต้นรัวขึ้นทีละน้อย
เธอดึงซองจดหมายฉบับนั้นออกมาจากกระเป๋า กระดาษสาเนื้อหนามีกลิ่นจางๆ ของน้ำหอมผู้ชายราคาแพง—กลิ่นที่เธอเคยซุกซบอยู่ทุกค่ำคืนก่อนที่โลกทั้งใบจะพังทลายลง
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นคง ก่อนจะบรรจงดึงกระดาษแผ่นพับด้านในออกมา
* 'ริน...' *
แค่คำแรก หัวใจของเธอก็กระตุกวูบ ลายมือนี้ไม่ใช่ของธรรศ... แต่มันคือลายมือของ **'ภาคิน'** เลขาคนสนิทและเพื่อนสนิทที่สุดของธรรศในสมัยมหาวิทยาลัย ผู้ชายที่จู่ๆ ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนก่อนวันที่เธอและธรรศจะแต่งงานกันเมื่อห้าปีก่อน
สายตากวาดอ่านตัวหนังสือที่เรียงรายด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และทุกๆ บรรทัดที่ผ่านพ้นไป โลกทั้งใบของรินรดาก็ยิ่งสั่นคลอนอย่างรุนแรงจนแทบยืนไม่อยู่
* 'ถ้าเธอกำลังอ่านจดหมายฉบับนี้อยู่ นั่นแปลว่าฉันคงไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้เพื่อบอกความจริงด้วยตัวเองแล้ว สิ่งที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวดจนแทบกระอักเลือดเมื่อห้าปีก่อน—เรื่องที่ธรรศบอกว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวที่เข้ามาเกาะเขาเพื่อเงิน และเรื่องที่เขาขอเลิกกับเธออย่างไร้เยื่อใยในคืนนั้น... มันไม่ใช่ความจริงเลย' *
มือของรินรดาเริ่มสั่นเทา กระดาษในมือแทบจะยับยู่ยู่ยี่ด้วยแรงกำที่เธอบีบมันแน่นโดยไม่รู้ตัว
* 'คืนนั้น ธรรศไม่ได้เป็นคนเขียนพินัยกรรมปลอมเพื่อกล่าวหาครอบครัวเธอ และเขาไม่ได้ตั้งใจจะขับไล่เธอออกไปจากชีวิตตั้งแต่แรก... แต่เพราะฉันเอง ฉันเป็นคนเอาเอกสารปลอมนั่นให้เขาดู ฉันเป็นคนโกหกเขาว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับลูกชายนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลเพื่อแลกกับอนาคตที่ดีกว่า และฉัน... ถูกบังคับให้ทำมันโดยคนที่อยู่เบื้องหลังตระกูลของธรรศเอง' *
ดวงตาของรินรดาเบิกกว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ความรู้สึกชาหนึบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่โคนสมอง ความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของอดีตกำลังพรั่งพรูออกมา กัดกินหัวใจเธอจนเจ็บแปลบราวกับมีใครเอามีดมาคว้าน
* 'ธรรศรักเธอ... เขารักเธอมากกว่าชีวิตของเขาเองด้วยซ้ำ แต่เขาเป็นหุ่นเชิดที่สมบูรณ์แบบในตระกูลนั้น เขาถูกขู่ว่าถ้าไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ เธอก็จะถูกเก็บ... เธอจะไม่มีทางรอดชีวิตไปได้เลย ฉันยอมเป็นคนทรยศเพื่อปกป้องพวกเธอทั้งคู่ในทางของฉัน แต่ฉันไม่คิดเลยว่าความลับนี้จะกลายเป็นกรงขังที่ทำลายชีวิตพวกเธอจนพัง ะพินาศขนาดนี้' *
* 'ขอโทษนะริน... ขอโทษที่สารภาพช้าเกินไป แต่จำไว้เถอะ ว่าผู้ชายที่เธอกำลังเกลียดเข้าไส้ในตอนนี้ ไม่เคยลืมชื่อของเธอเลยสักวินาทีเดียว แม้แต่ตอนที่เขาสลบไปเพราะอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ชื่อแรกที่เขาเพ้อออกมาก็ยังเป็นชื่อของเธอ...' *
ตึง!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก ขัดจังหวะความคิดที่กำลังดำดิ่งสู่ห้วงเหวแห่งความตกตะลึง รินรดาสะดุ้งเฮือก กระดาษในมือร่วงหล่นลงบนพื้นพรม
เสียงเคาะยังคงดังต่อเนื่อง—รัว เร็ว และเต็มไปด้วยความร้อนรนราวกับคนด้านนอกกำลังจะขาดใจตาย
"ริน... เปิดประตูให้ผมเถอะ ริน!"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยตะโกนเรียกชื่อเธอผ่านบานประตูไม้หนา น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย—เสียงของธรรศ ผู้ชายที่เพิ่งถูกเธอเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ตอนนี้เขากลับมายืนอยู่หน้าห้องพักของเธอในยามวิกาล พร้อมกับสภาพที่ดูไม่เหมือนซีอีโอผู้เย่อหยิ่งคนเดิมเลยแม้แต่น้อย
รินรดากลั้นหายใจ ก้าวเท้าถอยหลังช้าๆ สายตาจับจ้องไปที่ลูกบิดประตูที่กำลังถูกบิดไปมาด้วยความพยายามของผู้ชายอีกฝั่ง
ก่อนที่สติปัญญาจะทันได้สั่งการอะไร ประตูห้องที่ควรจะล็อกสนิทกลับถูกผลักเปิดออกด้วยรหัสผ่านสำรองที่เธอเคยตั้งไว้ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามา—รหัสผ่านที่เป็นวันเดือนปีเกิดของเราสองคน... รหัสที่เธอคิดว่าเขาคงลืมไปนานแล้ว
ร่างสูงของธรรศก้าวเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ไร้การป้องกัน เนคไทหลุดลุ่ย เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ และแววตาที่มองตรงมาที่เธอมันไม่ใช่แววตาของนักธุรกิจผู้เย็นชาอีกต่อไป แต่เป็นแววตาของคนที่กำลังจะแหลกสลายเป็นธุลีดิน
"ริน..." ธรรศก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว "ผมจำได้แล้ว... ผมจำทุกอย่างได้หมดแล้ว..."
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ปลายเท้าเหยียบอยู่บนจดหมายสารภาพบาปของภาคิน ขณะที่ดวงตาคู่สวยจ้องมองอดีตคนรักที่กำลังร้องไห้—น้ำตาของผู้ชายที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมันตลอดห้าปีที่ผ่านมา
---
โปรดติดตามตอนต่อไป...
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนนีจะทำให้ทุกท่านใจเต้นแรงและพร้อมลุ้นบทสรุปของการแก้แค้นที่กำลังจะพลิกผันไปตลอดกาล แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!)* ❤️✨
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 17
จดหมายที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!