“กราฟหุ้นของบริษัทคุณกำลังดิ่งลงเหวเหมือนชีวิตคู่ของเราในอดีตเลยนะคะ ธรรศ… ดูสิคะ มันงดงามพอจะเรียกได้ว่าเป็นผลงานศิลปะชิ้นเอกเลยทีเดียว”
รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกหรูหรา เสียงกระทบของมันดังแผ่วเบา แต่กลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้มองเขาด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย แต่มองด้วยความว่างเปล่าที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ธรรศรู้สึกราวกับถูกบีบคอให้หายใจไม่ออก
ธรรศกระชับเนกไทแน่นขึ้นจนปมผ้าแทบจะรัดลำคอ เขาไม่ได้ตอบโต้ทันที มือหนาที่เคยหยิบจับเอกสารมูลค่านับพันล้านกำลังสั่นเทาอยู่ใต้โต๊ะ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่หน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงตัวเลขสีแดงฉาน ซึ่งกำลังไหลรูดลงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง
“เธอทำแบบนี้ทำไม ริน… การทำลายบริษัทไม่ได้ทำให้เธอได้ความสุขกลับคืนมาหรอกนะ” เสียงของเขาแหบพร่า เป็นน้ำเสียงที่เขาไม่เคยใช้กับใครนอกจากเธอในวันที่เขายังเรียกเธอว่า ‘ภรรยา’
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย “ความสุข? คุณยังกล้าพูดคำนี้กับฉันอีกเหรอคะ ในวันที่คุณเซ็นชื่อลงในเอกสารหย่าโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองหน้าฉันสักนิด วันนั้นคุณบอกว่า ‘บริษัทคือลมหายใจ’ ของคุณ งั้นวันนี้ฉันก็แค่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าลมหายใจมันขาดช่วงไปสักพัก คุณจะยังมีชีวิตรอดได้นานแค่ไหน”
บรรยากาศในห้องทำงานหรูบนชั้นดาดฟ้าตึงเครียดจนแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ คีย์ที่นั่งกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่ได้เอ่ยแทรก แต่สายตาที่เขามองธรรศนั้นเต็มไปด้วยความสมเพชและสมน้ำหน้า รินรดาไม่ใช่ผู้หญิงที่น่ากลัวเพราะความรุนแรง แต่เธอน่ากลัวเพราะ ‘ความเฉยเมย’ ที่เธอใช้จัดการกับอดีตคนรักคนนี้อย่างเป็นระบบ
“ข้อมูลวงในเรื่องการทุจริตในแผนกจัดซื้อ… หลุดออกไปถึงมือสื่อได้ยังไง” ธรรศถามเสียงต่ำ พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย “มีคนในขายข่าวนี้ หรือเธอ… เป็นคนวางแผนทั้งหมด?”
“คำถามที่ว่าใครทำไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องกังวลหรอกค่ะ สิ่งที่คุณต้องกังวลคือ ‘ใครจะอยู่ข้างคุณในวันที่ทุกอย่างพังทลาย’” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสสีดำสนิทขับให้ผิวของเธอดูซีดขาวราวกับหิมะ เธอเดินเข้าไปใกล้ธรรศจนกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเธออบอวลอยู่รอบตัวเขา “จำได้ไหมคะธรรศ วันที่เราแต่งงานกัน คุณบอกว่าคุณจะปกป้องฉันจากทุกอย่างบนโลกนี้… แต่แล้วคุณก็กลายเป็นคนแรกที่ผลักฉันลงเหวเพียงเพราะผู้หญิงอีกคนที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่า”
ธรรศเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า แววตาของเขาไหววูบ ความทรงจำเก่าๆ ที่เขาพยายามฝังกลบเริ่มย้อนคืนมาเหมือนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก เขาจำได้ว่ารินรดาคนเก่าเป็นอย่างไร และเขาก็เจ็บปวดที่ได้เห็นว่ารินรดาคนปัจจุบันได้ ‘ฆ่า’ ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไปหมดสิ้นแล้วด้วยน้ำมือของเขาเอง
“ริน… ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้…”
“อย่าค่ะ” เธอตัดบทเสียงเรียบ “อย่าเสียเวลาพูดเรื่องสมมติ เพราะในโลกความเป็นจริง คุณไม่เคยแม้แต่จะหันกลับมามองเงาของตัวเองเลยด้วยซ้ำ”
รินรดาเดินหันหลังให้เขา เธอส่งสัญญาณให้คีย์ที่ยืนอยู่มุมห้อง เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ เขาขยับแว่นสายตาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามหน้าที่ของเลขาฯ ชั่วคราว
“ท่านประธานครับ ข่าวร้ายยังไม่จบแค่นั้น หุ้นของบริษัทคู่ค้าหลักที่ถือหุ้นเราอยู่กำลังทยอยเทขายทำกำไรออกทั้งหมด ซึ่งแน่นอนว่านั่นเป็นผลมาจากข้อมูลชุดเดียวกันที่รินเพิ่งปล่อยออกไปครับ”
ธรรศช็อกจนตัวชาวา เขาไม่ได้ยินสิ่งที่คีย์พูดต่อ แต่สิ่งที่ดังสะท้อนอยู่ในหัวคือ ‘ความสูญเสีย’ ที่กำลังกัดกินอาณาจักรที่เขาใช้เวลาสร้างมาทั้งชีวิต เขารู้ดีว่ารินรดาไม่ใช่แค่ดีไซเนอร์หัวขบถธรรมดา แต่เธอคือหมากรุกตัวสำคัญที่กำลังวางแผนรุกฆาตเขาในกระดานที่เขาเป็นคนเลือกเดินเอง
รินรดาหยุดเดินที่หน้าประตู เธอหันกลับมามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความรักเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง
“อ้อ… เกือบลืมไปค่ะ” เธอพูดขึ้นก่อนจะเปิดประตูออก “คืนนี้มีงานกาล่าการกุศล อย่าลืมไปร่วมงานนะคะ เพราะฉันเตรียมเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่ไว้ให้คุณ โดยเฉพาะเรื่อง ‘ของขวัญ’ ที่ฉันเก็บไว้เป็นความลับมานาน… หวังว่าคุณจะเตรียมตัวรับมือไหวนะคะ”
ประตูถูกปิดลง ทิ้งให้ธรรศนั่งจมอยู่กับความเงียบงันและกองเอกสารแห่งความพินาศ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรหาใครสักคน แต่ทว่าสายตาเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่ใต้กองรายงานการเงินบนโต๊ะ มันเป็นซองที่เขาสังเกตเห็นตั้งแต่เมื่อเช้า แต่ไม่ได้ใส่ใจ
เขายื่นมือไปหยิบมันขึ้นมาเปิดออก กลิ่นหอมจางๆ ที่คุ้นเคยโชยออกมาจากกระดาษข้างใน ในนั้นมีผลตรวจสุขภาพและใบลงทะเบียนเรียนของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งที่หน้าตาถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน พร้อมกับบันทึกข้อความสั้นๆ ด้วยลายมือที่คุ้นตาของรินรดาว่า... *‘ลูกชายที่คุณไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่บนโลกนี้’*
มือของธรรศสั่นระริกจนซองเอกสารร่วงหล่นลงพื้น ขณะที่เสียงฝีเท้าของรินรดาที่เดินลับออกไปจากห้องนั้น ดังสะท้อนอยู่ในหัวของเขาเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบที่เขาไม่เคยนึกฝันมาก่อน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าจะถูกใจความเข้มข้นนี้ค่ะ!
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 6
รอยร้าวในธุรกิจ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!