กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นกระดาษสาเกรดพรีเมียมในห้องประชุมใหญ่ของมูลนิธิเด็กพิการทางสมอง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดนี้นุ่มนวลลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด มือเรียวภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาจรดปากกาเคมีลงบนแผนผังโครง
"โครงสร้างของบูธจัดแสดงในงานการกุศลครั้งนี้ ฉันต้องการให้ใช้โทนสีพาสเทลตุ่นๆ เพื่อสะท้อนถึงความอบอุ่นและความอ่อนโยน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความโครงสร้างที่แข็งแรงเพื่อสื่อถึงความยืดหยุ่นของชีวิต"
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคม ราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง ทุกสายตาในห้องประชุมต่างจับจ้องมาที่เธอในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ดีไซน์ ยกเว้นเสียแต่... คนคนนั้น
ธรรศนั่งไขว่ห้างอยู่มุมสุดของโต๊ะประชุมยาว
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยแนบชิดอยู่บนหมอนใบเดียวกันในอดีต บัดนี้สวมทับด้วยหน้ากากของซีอีโอผู้ทรงอิทธิพล สายตาคมกริบคู่นั้นมองลอดแว่น
สายตาคู่นั้นไม่ได้มองผลงานบนกระดาน แต่มันกำลังมองทะลุผ่านตัวเธอ ราวกับกำลังประเมินราคาของสินค้าชิ้นหนึ่ง
"พาสเทล?" ธรรศทวนคำ เสียงทุ้มต่ำนั้นดังก้องทำลายความเงียบ "เด็กๆ เหล่านั้นไม่ได้ต้องการความอ่อนโยนจอมปลอมหรอกครับ... เอ่อ ขออภัยค่ะ ฉันหมายถึง... พวกเขาต้องการความจริงใจต่างหาก สีพาสเทลดูเหมือนความพยายามที่จะกลบเกลื่อนความบกพร่องมากกว่าจะโอบกอดมันนะคะ"
รินรดากำด้ามปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
คำพูดที่ย้อนแย้งและการวิจารณ์อย่างไร้เยื่อใยนั้นบาดลึกเข้าไปในความทรงจำ
มันช่างคล้ายคลึงกับคำพูดของเขาเมื่อห้าปีก่อน—วันที่เธอนำเสนอแบบร่างชุดแต่งงานชิ้นแรกในฐานะภรรยาและผู้ช่วยของเขา แล้วถูกเขาปัดตกอย่างไร้ความปรานีด้วยเหตุผลว่า *'คุณยังอ่อนต่อโลกเกินกว่าจะเข้าใจความหมายของคำว่านิรันดร์'*
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายประจำตัวของธรรศ—กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมความเยือกเย็นของแอมเบอร์—ลอยมาแตะจมูกทุกครั้งที่เขยิบตัว มันเป็นกลิ่นที่เธอเคยซุกหน้าหลับใหลทั้งน้ำตา แต่วันนี้... มันเป็นเพียงกลิ่นของศัตรูทางธุรกิจที่เธอต้องเหยียบย่างผ่านไปให้ได้
"ถ้าคุณธรรศกรุณาใช้สายตาที่ปราศจากอคติมองดูรายละเอียดโครงสร้างตรงนั้นอีกสักนิด คุณจะเห็นว่าเส้นสายที่เราเลือกใช้ไม่ได้กำลังกลบเกลื่อนความบกพร่องค่ะ..." รินรดาหันกลับไปสบตาเขาตรงๆ ดวงตากลมโตนิ่งสนิทไร้ร่องรอยของความหวั่นไหว แม้หัวใจข้างในจะเต้นผิดจังหวะจนเจ็บแปลบ "แต่มันคือโครงสร้างที่โอบอุ้มน้ำหนักของความเปราะบางเอาไว้ต่างหาก เหมือนกับคนที่เคยล้ม... แล้วเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นยืนด้วยขาของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาสงสาร"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงทันที
คีย์ ซึ่งนั่งอยู่มุมห้องในฐานะช่างภาพบันทึกเบื้องหลังโปรเจกต์ ขยับตัวเล็กน้อยพร้อมกับกดชัตเตอร์บันทึกภาพแววตาที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและประกายความเจ็บปวดนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำ
ธรรศชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อปะทะกับสายตาที่แข็งกร้าวคู่นั้น
มีความคุ้นเคยบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในหัวสมองส่วนลึกของเขา—ความรู้สึกเหมือนเคยแพ้ให้กับแววตาคู่นี้... ที่ไหนสักแห่ง ในเวลาที่เขาจำไม่ได้ แต่กลับรู้สึกปวดหนึบที่กลางหน้าอกอย่างประหลาด
"น่าสนใจ..." ธรรศเหยียดยิ้มมุมปาก ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตรงกลางที่มีแบบร่างกองอยู่ รินรดาก้าวถอยหลังโดยอัตチโนมัติเพื่อรักษาระยะห่าง แต่ธรรศกลับจงใจเดินเข้ามาใกล้เสียจนกลิ่นกายของเขากลืนกินพื้นที่หายใจของเธอ "ดูเหมือนว่าดีไซเนอร์รินรดาจะเข้าใจความเปราะบางของมนุษย์เป็นอย่างดีนะคะ... บางที เราอาจจะต้องมาคุยรายละเอียด 'เชิงลึก' กันแบบตัวต่อตัวหลังเลิกประชุม เพื่อให้งานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธผสมผสานกับความรuร้าวตีรวนขึ้นมาในอก
เขาจำเธอไม่ได้... หรือแกล้งทำเป็นจำไม่ได้กันแน่?
การต้องมาทำงานร่วมกับคนที่เคยเหยียบยละศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี แต่กลับทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าที่สนใจในผลงาน มันคือการทรมานที่แยบยลที่สุดที่โชคชะตาหยิบยื่นให้
"ขอตัวนะคะ พอดีฉันมีธุระต้องไปคุยกับฝ่ายจัดซื้อต่อ" รินรดาตัดบทอย่างไร้มารยาท เธอกวาดเอกสารบนโต๊ะใส่แฟ้มอย่างลวกๆ แล้วหมุนตัวเดินหนีทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต
ขาเรียวก้าวฉับๆ ออกมาจากห้องประชุม มุ่งตรงไปยังระเบียงทางเดินด้านนอกที่ปลอดผู้คน มือบางยกขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายที่กำลังเต้นรัวระรัวราวกับคนเป็นโรคหัวใจ ความเจ็บปวดจากอดีตถาโถมเข้าใส่จนลมหายใจสะดุด ทำไมกัน... ทั้งที่ผ่านมาตั้งนานแล้ว ทั้งที่เธอเป็นคนวางแผนทั้งหมดเพื่อจะเหยียบย้ำเขาให้จมดิน แต่ทำไมแค่เพียงปลายนิ้วของเขาเฉียดผ่านอากาศใกล้ตัว หัวใจทรยศดวงนี้ถึงยังสั่นไหวได้อีก?
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับคนสวย?"
เสียงทุ้มคุ้นเคยของคีย์ดังขึ้นพร้อมกับที่ช่างภาพหนุ่มยื่นแก้วน้ำอุ่นมาให้ รินรดารับมาถือไว้โดยไม่พูดอะไร เธอมองน้ำในแก้วที่สะท้อนภาพใบหน้าซีดเซียวของตัวเอง
"ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นหรอกคีย์" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "แค่รู้สึก... เหม็นกลิ่นความมั่น
ใจปลอมๆ ของเขาก็เท่านั้น"
"แต่สายตาที่เขามองคุณเมื่อกี้ มันไม่ใช่สายตาของคนแปลกหน้านะครับริน..." คีย์หรี่ตามองอย่างวิเคราะห์ "ระวังตัวหน่อย เขาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ และดูเหมือนเขาจะสนใจคุณมากกว่าที่ควรจะเป็นแล้วล่ะ"
รินรดายังไม่ทันได้ตอบคำถาม เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นหูก็เดินตามออกมาจากมุมตึก
ธรรศก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว
"คุยเรื่องงานยังไม่ทันจบ คุณก็รีบหนีเสียแล้ว ดีไซเนอร์รินรดา..." ธรรศเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความกดดัน "หรือว่า... แบบร่างและกลิ่นอายบางอย่างในตัวคุณ มันทำให้คุณนึกถึงเรื่องที่เรา... 'เคยคุยกัน' ในอดีต?"
รินรดาตัวแข็งทื่อ เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ เธอหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตสามี ดวงตากลมโตจ้องเขม็งราวกับแมวป่าพร้อมข่วน
"คุณหมายความว่ายังไง?" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน
ธรรศก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับกำแพงระเบียงกระจก มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นทาบกับกระจกโอบล้อมร่างเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน
ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังพยายามค้นหาความลับบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทร
"เปล่าครับ..." ธรรศกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นอย่างประหลาด "แค่รู้สึกว่า... หัวใจของผมมันเต้นผิดจังหวะแปลกๆ ตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในห้องประชุมเมื่อเช้าแล้วล่ะครับ... คุณรินรดา"
รินรดากลั้นหายใจ สมองขาวโพลน หัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
กลิ่นซีดาร์หอมกรุ่นโอบล้อมเธอไว้จนแทบขาดอากาศหายใจ แต่ก่อนที่เธอจะได้ผลักเขาออกไปให้พ้นทาง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธรรศก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ธรรศขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างขัดใจ เขายังไม่ละสายตาไปจากริมฝีปากที่เม้มแน่นของเธอ มือข้างหนึ่งล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูกลางคัน หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนและรูปภาพขนาดเล็กที่ส่งตรงมาจากเลขาส่วนตัวของเขา
ชายหนุ่มก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว... แต่แล้วสีหน้าเรียบเฉยและมั่นใจเมื่อครู่ กลับถอดสีลงอย่างกะทันหัน ร่างสูงชะงักนิ่ง ลมหายใจสะดุดกоก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า
รินรดาเหลือบมองตามสัญชาตญาณ... และวินาทีนั้นเอง เลือดในกายของเธอก็แทบจะหยุดไหล
สิ่งที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของธรรศ ไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจ ไม่ใช่ยอดบริจาค แต่เป็นภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบคนหนึ่ง—เด็กชายที่มีดวงตากลมโต ดั้งโด่งรั้น และรอยยิ้มพิมพ์เดียวกับผู้ชายที่กำลังยืนอึ้งอยู่ตรงหน้าเธออย่างไร้ที่ติ!
และที่มุมภาพ... มีซองผลตรวจ DNA จากโรงพยาบาลชื่อดัง วางเด่นหราอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาเอง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าจะถูกใจความเข้มข้นนี้ค่ะ!
— ชานมไข่มุกหวานร้อย
ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้•ตอนที่ 8
จังหวะของหัวใจที่เต้นผิด
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่จำชื่อผมไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!