วาทะรอยร้าวในบทกวีที่ยังไม่จบ•ตอนที่ 12

วรรคทองในความวุ่นวาย

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารกระดาษรีไซเคิลสันหนาบนโต๊ะไม้สักทอง สะท้อนก้องในห้องประชุมกระจกใสเงาวับชั้นสี่สิบของสำนักพิมพ์ใหญ่มหานคร มันไม่ใช่เสียงของการแสดงความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นสัญญาณบอกเวลาของความจริงอันไร้ความปรานี "คุณแก้ท่อนนี้สามรอบแล้วนะ รวิศ" ภัคพลเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแผ่นกระดาษที่มีรอยดินสอขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉาน บรรณาธิการบริหารรูปเนี้ยบในชุดสูทสีกรมท่าเข้มยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นและเฉียบคมเช่นเคย ทว่าแววตาที่มองลอดกรอบแว่นสายตานั้น เต็มไปด้วยความท้าทายที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของความเป็นมืออาชีพ รวิศถอนหายใจยาวอย่างช้าๆ เขาไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดหรือสะทกสะท้านดังเช่นในสัปดาห์แรกๆ ที่ก้าวเข้ามาในโลกอันหมุนเร็วด้านธุรกิจนี้ ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตลินินสีครีมยับย่นเล็กน้อยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังชั่วครู่ "โลกไม่ได้หมุนช้าพอให้เรามานั่งบรรยายความงามของหยดน้ำค้างบนใบหญ้าหรอกนะ รวิศ หนังสือเล่มนี้ต้องวางแผงในงานสัปดาห์หนังสือ และยอดพิมพ์ครั้งแรกห้าหมื่นเล่มไม่ได้ต้องการแค่บทกวีที่ไพเราะ แต่มันต้องการ 'คำตอบ' ที่ผู้อ่านยุคนี้สัมผัสได้ทันทีที่พลิกหน้าแรก" ภัคพลตอกย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าบาดลึกถึงรากเหง้าทางความคิด รวิศจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งสงบ เขาเรียนรู้ที่จะอ่านเกมของบรรณาธิการหนุ่มคนนี้แล้ว ภายใต้ความเร่งรีบและตรรกะอันเย็นชาของภัคพล ซ่อนไว้ด้วยความคาดหวังมหาศาลจากตระกูลผู้พิมพ์หนังสือเก่าแก่ที่แบกรับความอยู่รอดของสิ่งพิมพ์ในยุคดิจิทัล เช่นเดียวกับที่รวิศเองก็แบกรับจิตวิญญาณอันเปราะบางของงานวรรณกรรมไว้บนบ่า "คุณอยากได้คำตอบสำเร็จรูปในขวดโหล หรืออยากให้ผู้อ่านได้กลิ่นอายของฝนที่กำลังจะตกจริงๆ ล่ะครับ คุณภัคพล" รวิศเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวด รวิศไม่ได้ปฏิเสธระบบของสำนักพิมพ์หัวการค้าแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว ในทางกลับกัน เขากำลังใช้เครื่องมือและกรอบเวลาอันจำกัดของภัคพล มาเป็นกรอบแกะสลักถ้อยคำของตนเองให้คมกริบยิ่งขึ้น บทกวีของเขาในตอนนี้ไม่ได้สูญเสียจิตวิญญาณแห่งความสันโดษ แต่มันถูกเติมด้วยพลังแห่งการปะทะสังสรรค์กับโลกภายนอกอย่างกลมกลืน มันคือการประนีประนอมที่งดงามที่สุด ระหว่างความเงียบงันในป่าใหญ่กับเสียงคำรามของเมืองหลวง ภัคพลชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาที่มักจะหรี่ลงเพื่อประเมินคู่สนทนาเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของบรรณาธิการหนุ่มปรากฏขึ้นอย่างยากจะสังเกตเห็น เป็นรอยยิ้มที่ยอมรับในความเติบโตของอีกฝ่ายอย่างไม่เต็มปากนัก "คุณเริ่มเข้าใจวิธีเล่นเกมของเราแล้วนี่ รวิศ" ภัคพลพับแฟ้มเอกสารลง แล้วเลื่อนมันกลับมาตรงหน้ากวีหนุ่ม "ถ้าอย่างนั้น ลองพิสูจน์ให้ผมเห็นสิ ว่าท่อนที่คุณยืนยันนักหนาว่าจะไม่ยอมแก้ มันจะรอดพ้นสายตาของกองบรรณาธิการใหญ่ในบ่ายวันนี้ได้อย่างไร" ก่อนที่รวิศจะทันได้เอ่ยคำตอบใดๆ เพื่อโต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่ประตูห้องกระจกจะถูกเปิดออกโดยผู้ช่วยสาวฝ่ายประชาสัมพันธ์ ใบหน้าของเธอซีดเผือดเล็กน้อยในมือถือแท็บเล็ตหน้าจอเรืองแสง "คุณภัคพลคะ... เกิดเรื่องแล้วค่ะ มีคนปล่อยต้นฉบับบทกวีสามบทแรกของเล่มนี้ลงในแพลตฟอร์มออนไลน์สาธารณะ พร้อมกับบทวิจารณ์โจมตีว่าเรากำลังทำลายวรรณกรรมคลาสสิกเพื่อการค้า... ตอนนี้ยอดแชร์ทะลุหมื่นครั้งแล้วค่ะ!" ภายในห้องประชุมพลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ภัคพลลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุจใบมีดโกน เขากวาดตามองหน้าจอแท็บเล็ตในมือผู้ช่วยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาสบตากับรวิศที่ยังคงนั่งนิ่งสนิท รวิศไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อย เขากลับหยิบดินสอไม้ขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ระหว่างนิ้ว พลางเหลือบมองหน้าจอแสดงข้อความที่ถูกแคปเจอร์มาจากโลกออนไลน์นั้น ทันใดนั้น สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างในโพสต์ต้นเรื่อง—ชื่อบัญชีผู้ใช้นิรนามที่ใช้เผยแพร่ และรูปแบบการจัดวรรคตอนที่จงใจบิดเบือน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีต้นฉบับชุดนี้ในเวอร์ชันที่ยังไม่ได้แก้ไข และมีเพียงคนเดียวที่มีรหัสผ่านเข้าถึงฐานข้อมูลลับของฝ่ายจัดพิมพ์ก่อนการเซ็นเซอร์... รวิศเงยหน้าขึ้นสบตาภัคพล ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มบางเบาให้บรรณาธิการหนุ่มผู้กำลังเดือดดาล ก่อนจะเอ่ยชื่อคนที่ไม่คาดฝันที่สุดออกมาเบาๆ "ดูเหมือนว่า... 'บทกวี' บทนี้ จะไม่ได้รั่วไหลออกไปจากสำนักพิมพ์ของคุณหรอกนะครับ คุณภัคพล" รวิศเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาไปยังเงาสะท้อนของใครบางคนผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของประธานกรรมการบริหารชั้นบน "แต่คนที่ส่งมันออกไป... กำลังยืนดูความพินาศของเราจากชั้นบนสุดต่างหากล่ะครับ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาทะรอยร้าวในบทกวีที่ยังไม่จบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%