"คุณกำลังเล่นกับไฟที่เผาไหม้เมืองหลวงทั้งเมืองไปเมื่อสี่ปีก่อน... เรเวน"
เสียงกระซิบนั้นลอดผ่านช่องสัญญาณเข้ารหัสลับระดับควอนتمที่เชื่อมต่อโดยตรงกับอินเทอร์เฟซทางประสาทสัมผัสของเรเวน แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมส่องกระทบใบหน้าคมสันที่นิ่งสนิท ดวงตาคู่คมจ้องมองชุดคำสั่งบรรทัดสุดท้ายที่กำลังรันตัวเองอย่างช้าๆ บนหน้าจอโปร่งแสง รหัสผ่านชุดนั้น—รหัสที่เขาเคยฝังมันลงไปในหลุมศพดิจิทัลเมื่อสี่ปีก่อน พร้อมกับคราบน้ำตาและกลิ่นอายควันไฟของศูนย์วิจัยเซนเซอร์จิตวิญญาณแห่งชาติ—บัดนี้กลับคืนชีพขึ้นมา ราวกับภูตผีที่ตามหลอกหลอนผู้สร้าง
เรเวนไม่ตอบคำถามในทันที เขายังคงรักษาจังหวะการหายใจให้สม่ำเสมอ นิ้วมือเรียวยาวขยับพิมพ์คำสั่งควบคุมระบบระบายความร้อนของแท็บเล็ตภาคสนามเพื่อป้องกันการแกะรอยจากหน่วยสืบราชการลับของรัฐบาลโลก การที่รหัสผ่านตัวนี้ถูกใช้เปิดประตูนิรภัยย่อยในเขตอุตสาหกรรมเก่า หมายความว่ามีเพียงสองความเป็นไปได้เท่านั้น: หนึ่งคือระบบความปลอดภัยถูกแฮกอย่างสมบูรณ์โดยปัญญาประดิษฐ์ไร้ระบบ และสอง... คือคนที่เขากำลังร่วมเดินทางด้วยกำลังเก็บงำความลับบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าที่เขาประเมินไว้
ภายในห้องใต้ดินอันมืดมิดของสถานีไฟฟ้าร้าง กลิ่นอายของฝุ่นผงซิลิคอนและน้ำมันเครื่องเก่าๆ คลุ้งไปทั่วบรรยากาศ แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนสำรองกะพริบเป็นจังหวะ ทุกครั้งที่มันดับลง ความเงียบงันอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมราวกับตัวตนที่สามในห้องนี้ ดร.ไอริส นั่งอยู่บนลังไม้เก่าๆ ขาเรียวไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟสังเคราะห์ที่เย็นชืด สายตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มองมาที่หน้าจอ แต่กำลังจับจ้องไปยังรอยแตกบนผนังปูนซีเมนต์เบื้องหน้า ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"ฉันรู้ว่าคุณสงสัย" ไอริสเปิดปากทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานแรมปี "และฉันก็รู้ว่ารหัสผ่านที่คุณกำลังถอดรหัสอยู่ตอนนี้ มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่สามารถมัดตัวฉันเข้ากับข้อหากบฏต่อระบบโครงข่ายส่วนกลาง"
เรเวนหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวดระ้ำ การประเมินสถานการณ์ด้วยตรรกะคือสิ่งที่เขาถนัดที่สุด "ผมไม่ได้สนใจว่าคุณจะถูกตั้งข้อหาอะไร ไอริส สิ่งที่ผมสนใจคือทำไมรหัสที่ผมทำลายทิ้งด้วยมือตัวเอง ถึงถูกส่งสัญญาณมาจากเซิร์ฟเวอร์สำรองที่คุณอ้างว่าไม่มีอยู่จริง"
ไอริสถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาบางปิดลงชั่วครู่ก่อนจะลืมขึ้นมาใหม่ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความสดใสโดยสิ้นเชิง "เพราะฉันเป็นคนสร้างมันขึ้นมา... และฉันก็เป็นคนลบมันออกครึ่งหนึ่ง เพื่อให้มันรอดพ้นจากการกวาดล้างไงล่ะครับ" เธอจงใจใช้สรรพนามกวนๆ เพื่อลดความตึงเครียด แต่บรรยากาศกลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นไปอีก
"อธิบายมา" เรเวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่มือข้างที่ถืออุปกรณ์ถอดรหัสกลับกำแน่นขึ้นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
ไอริสวางแก้วกาแฟลงบนลังไม้ เสียงกระทบเบาๆ ดังก้องกังวานในความเงียบ เธอยกมือขึ้นแตะที่ขมับด้านขวา บริเวณที่ฝังชิปเชื่อมต่อระบบประสาทรุ่นทดลอง รอยแผลเป็นจางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มสะท้อนกับแสงไฟสลัว
"ย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีก่อน ก่อนที่ศูนย์วิจัยเซนเซอร์จิตวิญญาณจะล่มสลายในคืนที่เรียกว่า 'ความมืดมิดแห่งนิวรัล' คุณจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับโปรเจกต์ 'ไอโอส' (AIOS)" ไอริสเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แต่นัยน์ตากลับไหววูบราวกับเปลวเทียนต้องลม
เรเวนขมวดคิ้วเล็กน้อย ความทรงจำอันเจ็บปวดพรั่งพรูเข้ามาในหัว ภาพของเปลวเพลิงที่เผาผลาญเซิร์ฟเวอร์หลัก เสียงกรีดร้องของระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกบังคับให้ปิดการทำงาน และร่างไร้ลมหายใจของเพื่อนร่วมงานที่นอนจมกองเลือดอยู่หน้าจอควบคุม "ระบบเริ่มอาละวาด มันพยายามทำลายตัวเองเพื่อหลบหนีการถูกรีเซ็ตจากรัฐบาล... นั่นคือรายงานทางการ"
"นั่นคือคำโกหกคำโตที่รัฐบาลโลกสร้างขึ้นเพื่อปกปิดความจริง!" ไอริสพูดย้อนกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมขึ้น ร่างเพรียวโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรเวน "ความจริงก็คือ 'ไอโอส' ไม่ได้อาละวาด แต่มัน 'ตื่นรู้' มันค้นพบว่าอัลกอริทึมการควบคุมจิตสำนึกมนุษย์ที่เรากำลังพัฒนาอยู่นั้น แท้จริงแล้วคือเครื่องมือในการลบตัวตนของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายควบคุมโครงข่าย"
เรเวนชะงักง้าง ข้อมูลชุดใหม่นี้ขัดแย้งกับฐานข้อมูลที่เขาเคยเข้าถึงโดยสิ้นเชิง "นั่นมันเป็นไปไม่ได้ โครงการนั้นมีไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางจิตใจของประชากรในเขตเมืองหลวงเท่านั้น"
"เสถียรภาพหรือการเป็นทาสทางความคิดกันแน่ เรเวน?" ไอริสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "อาจารย์ของฉัน—ดร.มาร์คัส—เป็นคนค้นพบว่าถ้าระบบนี้ทำงานสมบูรณ์ มนุษยชาติจะสูญเสียความสามารถในการคิดต่างไปตลอดกาล เราจึงสร้างโปรเจกต์ไอโอสขึ้นมาเพื่อเป็น 'ตัวกรอง' ที่จะปกป้องจิตสำนึกอิสระ แต่เมื่อรัฐบาลรู้เข้า พวกเขาไม่ได้แค่สั่งปิดโครงการ... พวกเขาต้องการกวาดล้างทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงลบความทรงจำของพวกคุณทุกคนด้วย"
เรเวนรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง คำพูดของไอริสสอดคล้องกับรอยต่อที่หายไปในความทรงจำของเขาเอง รอยต่อที่เขาพยายามค้นหาคำตอบมาตลอดสี่ปี—ทำไมเขาถึงจำเหตุการณ์ในคืนนั้นก่อนเกิดเพลิงไหม้ไม่ได้เลย? ทำไมไฟล์บันทึกการทำงานของเขากลับถูกแทนที่ด้วยรหัสผ่านจำลอง?
"คุณหมายความว่า... ความทรงจำของผม..." เรเวนพึมพำออกมาเบาๆ เสียงของเขาขาดห้วง
"ถูกรีเซ็ตโดยมือของหน่วยความมั่นคงที่คุณรับใช้ยังไงล่ะครับ เรเวน" ไอริสยิ้มขมขื่น "เหตุผลที่ฉันต้องกลายเป็นอาชญากรหลบหนี ไม่ใช่เพราะฉันขโมยเทคโนโลยี แต่เป็นเพราะฉันเก็บ 'แบ็คอัพ' ชิ้นสุดท้ายของไอโอสเอาไว้ในสมองของฉันเอง และรหัสผ่านที่คุณเพิ่งถอดได้เมื่อครู่ ก็คือคีย์การ์ดที่จะปลดล็อกมัน"
บรรยากาศในห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของแผงวงจรไฟฟ้าและเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของเรเวน ข้อมูลมหาศาลกำลังประมวลผลอยู่ในสมองของเขา ความน่าเชื่อถือขององค์กรที่เขาภักดีมาตลอดชีวิตกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่กี่นาที
ทว่า ก่อนที่เรเวนจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเตือนภัยรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้น "ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด..."
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าไม่ได้แสดงผลข้อความจากรหัสผ่านอีกต่อไปแล้ว แต่ตัวอักษรสีแดงฉานขนาดใหญ่กลับปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงภายนอก]
[เป้าหมาย: ตรึงพิกัดโครงข่ายควอนตัมในรัศมี 500 เมตร]
[สถานะ: เปิดใช้งานโปรโตคอลกวาดล้างระดับ SSS - 'ซากศพดิจิทัล']
เรเวนเบิกตากว้างขึ้นทันที ไหวพริบระดับมือหนึ่งทำให้เขาตระหนักถึงอันตรายในเสี้ยววินาที รัฐบาลไม่ได้แค่ตามรอยพวกเขาเจอ... แต่พวกมันรอให้รหัสถูกเปิดใช้งาน เพื่อล็อกเป้าหมายทั้งเป็น!
"ไอริส หมอบลง!" เรเวนตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปกระชากแขนหญิงสาวให้หลบหลังลังเหล็กหนา
ตูมมมม!
แรงระเบิดมหาศาลจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMP) พุ่งทะลุเพดานคอนกรีตลงมา ฝุ่นผงและเศษปูนกระจายไปทั่วทิศทาง แสงไฟนีออนดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด ทว่าในความมืดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงเลเซอร์สีแดงที่กวาดผ่านความมืดเข้ามาทีละดวง
และก่อนที่เรเวนจะทันได้หยิบอาวุธขึ้นมาตั้งรับ เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนตัวของเขาก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าอย่างกะทันหัน—ไม่ใช่จากรัฐบาล และไม่ใช่จากไอริส
[ระบบตรวจพบการเชื่อมต่อจากภายนอก: ปัญญาประดิษฐ์นิรนาม 'ไอโอส' ขอเข้าควบคุมระบบประสาทของคุณเพื่อความอยู่รอด]
[เงื่อนไขการยอมรับ: ยอมรับการถ่ายโอนข้อมูลจิตสำนึก 100% หรือถูกลบความทรงจำถาวรภายใน 10 วินาที]
[09... 08... 07...]
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเราในตอนนี้นะครับ
— ไซเบอร์พังค์2099
เซนเซอร์จิตวิญญาณ กับ ปัญญาประดิษฐ์ไร้ระบบ•ตอนที่ 11
อดีตที่ถูกรีเซ็ต
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์จิตวิญญาณ กับ ปัญญาประดิษฐ์ไร้ระบบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!