พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 10

จุดเริ่มความพินาศ

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
“เจอตัวแล้ว... ไอ้พวกหนูสกปรก แกคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของตระกูลธันวาไปได้งั้นเหรอ!” เสียงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวของชายหนุ่มร่างท้วมในชุดสูทแบรนด์เนมดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างของสำนักงานทนายความชื่อดัง เอกสิทธิ์ ธันวา ทายาทลำดับที่สองแห่งตระกูลผู้ทรงอิทธิพล กำลังยืนจ้องมองคู่ชายหญิงที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับพวกเขากำลังมองดูแมลงสาบที่ไต่อยู่บนพื้นห้อง รินสะดุ้งเล็กน้อย มือเรียวบางของเธอเผลอยื่นไปกำมุมเสื้อสูทของคินน์แน่น ความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกจากการถูกตระกูลใหญ่คุกคามมาหลายสัปดาห์ยังคงสั่นคลอนหัวใจของเธอ แม้ว่าช่วงนี้อะไรๆ จะเริ่มเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม คินน์ไม่ได้ขยับตัว สีหน้าของชายหนุ่มยังคงเรียบเฉย เย็นชาดุจน้ำแข็งที่ถูกแช่ไว้ในขั้วโลก สายตาคู่คมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นราคาแพงไปยังเอกสิทธิ์ด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความนิ่งงันที่น่ากลัวจนอีกฝ่ายรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ “แก... แกยังกล้าทำหน้าตายด้านใส่อีกเหรอไอ้คินน์!” เอกสิทธิ์กัดฟันกรอดเมื่อพบว่าเหยื่อที่ตนเคยเหยียบย่ำในอดีต บัดนี้กลับไม่แสดงอาการสั่นกลัวให้เห็นแม้แต่น้อย “คิดว่าลาออกจากบริษัทแล้วจะบินหนีพ้นเงื้อมมือฉันงั้นสิ? บอกไว้ก่อนเลยนะว่า หุ้นส่วนและเครือข่ายธุรกิจทั้งหมดในเมืองนี้ อยู่ใต้ฝ่าเท้าของตระกูลธันวา แกไม่มีทางรอดไปได้หรอก!” คินน์ค่อยๆ ยกถ้วยชาเซรามิกขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงชั้นดีลอยละลิ่วท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เขาวางถ้วยลงบนโต๊ะกระจกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับทายาทตระกูลธันวาตรงๆ “พูดจบหรือยังครับคุณเอกสิทธิ์” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น คินน์ปรายตามองเอกสิทธิ์ราวกับกำลังมองเศษฝุ่นที่ติดอยู่บนรองเท้า “ถ้าพูดจบแล้ว ก็ช่วยกรุณานั่งลงและหุบปากฟาดงวงฟาดงาเสียที เพราะคุณกำลังรบกวนเวลาพักผ่อนอันมีค่าของผมกับภรรยาอยู่” “แก...!” เอกสิทธิ์หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด “ไอ้สวะไม่มีหัวนอนปลายเท้า แกกล้าดียังไงมาสั่งฉัน! วันนี้ฉันจะทำให้แกคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนฉันให้ได้!” “คุณเอกสิทธิ์ครับ... บางทีคุณอาจจะลืมไปว่า ตอนนี้ใครกันแน่ที่ควรเป็นฝ่ายคุกเข่า” คินน์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นไร้ซึ่งความอบอุ่น เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมกระจกใสก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เลขานุการส่วนตัวของเอกสิทธิ์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยเนื้อตัวที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าซีดเผือดราวน้ำต้มผัก “คุณเอกสิทธิ์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” เลขานุการละล่ำละลักพูดแทบไม่เป็นภาษา “มีอะไรวะ! แกแหกปากทำไมตอนฉันกำลังสั่งสอนไอ้ขยะนี่!” เอกสิทธิ์หันไปตวาดใส่ลูกน้องด้วยความหงุดหงิด “บริษัท... บริษัทแม่ในเครือธันวาของเรา... ถูก... ถูกกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดแบบไม่ทันตั้งตัวครับ!” คำพูดนั้นทำให้เอกสิทธิ์ชะงักกึก รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าแข็งค้าง “ว่ายังไงนะ? แกพูดบ้าอะไร! บริษัทในเครือของเรามีมูลค่าหลายพันล้าน ใครจะมีปัญญามากว้านซื้อในเวลาสั้นขนาดนี้!” “มะ... ไม่รู้ครับ!” เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาจนแทบถือไม่อยู่ “นักลงทุนนิรนามรายหนึ่ง ใช้เงินสดมหาศาลเทซื้อหุ้นรวดเดียวเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสิบนาที ตอนนี้... ตอนนี้คณะกรรมการบริหารฉุกเฉินกำลังลงมติปลดประธานคนปัจจุบัน และแต่งตั้ง... แต่งตั้งผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ขึ้นมาแทนแล้วครับ!” เอกสิทธิ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเย็นชาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหน้า รินที่นั่งอยู่ข้างๆ คินน์ แอบมองใบหน้าด้านข้างของคนรักด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เธอรู้ดีว่าคินน์มีความลับบางอย่างที่ไม่ธรรมดา แต่เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่า อำนาจที่เขาถือครองในมือตอนนี้ จะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ คินน์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสวมเสื้อสูทสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีตอย่างไร้ที่ติ ร่างสูงสง่าเดินเข้าไปใกล้เอกสิทธิ์ที่กำลังยืนตัวสั่นเทา กลิ่นอายความกดดันระดับราชาแผ่ขยายออกไปจนทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง “คุณสงสัยสินะครับว่าใครคือคนผู้นั้น” คินน์เอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าห่างจากเอกสิทธิ์เพียงแค่คืบ เอกสิทธิ์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มiหน้าผาก “แก... แกหมายความว่า... หรือว่าคนที่กว้านซื้อบริษัทของฉันคือ...” “ยินดีต้อนรับสู่การเป็นลูกจ้างคนใหม่ของผมนะครับ... คุณเอกสิทธิ์” คินน์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับปีศาจที่กำลังกระซิบคำสัญญาในความมืด ก่อนที่เขาจะหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดหน้าจอเพียงครั้งเดียวเพื่ออนุมัติคำสั่งบางอย่าง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากธนาคารระดับโลกดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมดิจิทัลที่ฉายภาพสถานะทรัพย์สินสุทธิพุ่งทะยานทะลุเพดานระบบอย่างไร้ขีดจำกัด ตัวเลขเงินสดหมุนเวียนในบัญชีส่วนตัวของคินน์พุ่งทะยานผ่านหลักหมื่นล้านในพริบตา พร้อมกันนั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็เริ่มคำรามกึกก้องอยู่บนดาดฟ้าตึก สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาคาร คินน์หันกลับมาจับมือกับรินเบาๆ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เคยเย็นชา “กลับบ้านกันเถอะครับที่รัก... งานกวาดล้างขยะชิ้นนี้ เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะครับ” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%