หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์แปดสิบจอภายในห้องเพนต์เฮาส์ชั้นสูงสุดระฟ้าสะท้อนแสงสีแดงฉาน กราฟหุ้นของกลุ่มบริษัทฟีนิกซ์ กรุ๊ป ดิ่งเหวลงราวกับตึกถล่ม เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังระรัวจนแทบประสาทกิน ทว่าภายในห้องทำงานสุดหรูแห่งนี้กลับมีเพียงความเงียบงันที่เยือกเย็นเสียยิ่งกว่าขั้วโลก
ธันวาขยุมเส้นผมของตัวเองจนยุ่งเหยิง นัยน์ตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอยที่แตกโพยพุ่ง มือที่สั่นเทาถือสมาร์ตโฟนราคาแพงลิบลิ่วแนบหู ปลายสายคือเสียงตะคอกด้วยความตื่นตระหนกของเหล่าผู้บริหารระดับสูงที่กำลังร้องขอชีวิต
"ท่านประธานครับ! หุ้นของเราถูกเทขายอย่างไร้เหตุผล แรงซื้อจากไหนไม่รู้กวาดซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดในตลาดจนเกลี้ยงพอร์ตแล้วครับ!"
"หาตัวการให้เจอสิโว้ย! พวกมันเป็นใคร หน้าไหนมันกล้ามาเล่นงานฟีนิกซ์ กรุ๊ป!" ธันวาแผדเสียงคำรามลั่นห้อง ขว้างโทรศัพท์มือถือราคาหลักแสนอัดใส่กระจกกันกระสุนจนแตกละเอียดเป็นใยแมงมุม
"ไม่มีเวลาให้ท่านประธานโกรธหรอกนะครับ..."
เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คินน์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท นาฬิกาข้อมือเรือนหรูสะท้อนแสงไฟสีแดงจากหน้าจอหุ้น ดوน่าเกรงขามดุจพญามัจจุราชที่ก้าวลงมาจากขุมนรก
ธันวาสะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อ สายตาที่เคยใช้มองเหยียดหยามอดีตพนักงานกระจอกอย่างคินน์ บัดนี้กลับสั่นระริกราวกับลูกนกตกในดงพญาอินทรีย์
"แก... คินน์! เป็นฝีมือแกงั้นเหรอ? แกเอาเงินมาจากไหนมากมายมหาศาลขนาดนี้เพื่อมากว้านซื้อบริษัทฉัน!" ธันวาแผดเสียงถาม ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
คินน์ไม่ตอบคำถาม เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเย้ยหยันและคมกริบดุจใบมีดโกน เขาเดินช้าๆ ไปยังเก้าอี้ประธานที่ธันวาเคยครอบครอง ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างอย่างไร้ความเกรงกลัว
"เงินน่ะเหรอครับ..." คินน์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์หนักแน่นดุจค้อนเหล็กที่ตอกลงบนหัวใจของศัตรู "สำหรับคุณ มันคือตัวเลขมหาศาลที่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตหามา แต่สำหรับผม... มันเป็นเพียงแค่เศษเงินที่ระบบประทานมาให้ใช้เล่นแก้เบื่อเท่านั้นเองครับ"
บนโซฟารับแขกมุมห้อง รินกำลังนั่งไขว่ห้างจิบชาคาโมมายล์อุ่นๆ อย่างใจเย็น เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูสีเอิร์ธโทน ขับเน้นให้ผิวพรรณผ่องใสและแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ สายตาของเธอมองมาที่ธันวาด้วยความเวทนา—สายตาแบบเดียวกับที่ธันวาเคยใช้มองเธอกับคินน์ในวันที่พวกเขาไม่มีอะไรเลย
"จำได้ไหมครับธันวา..." รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงหวานนุ่มแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "วันที่คุณไล่พวกเราออกจากบริษัท พร้อมกับคำพูดดูถูกเหยียดหยามว่า 'คนจนก็คือขยะสังคม' วันนี้... คุณเข้าใจความหมายของคำว่าขยะหรือยังครับ?"
"นัง...!" ธันวาพยายามพุ่งตัวเข้าไปหาเรื่องรินด้วยความบันดาลโทสะ ทว่ายังไม่ทันก้าวเท้าพ้นโต๊ะทำงาน ร่างของเขาก็ถูกการ์ดชุดสูทสีดำสองนายที่ยืนคุมเชิงอยู่กดตัวลงแนบพื้นอย่างไร้ทางสู้ เสียงกระดูกกระทบพื้นดังลั่นห้อง
"อย่าใช้สายตาต่ำๆ และมือสกปรกของคุณมองหรือเข้าใกล้ภรรยาของผมครับ" คินน์กล่าวเสียงเหี้ยมเกรียม นัยน์ตาสสีดำสนิททอประกายแสงสีฟ้าจางๆ ของระบบ ปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาลจนอากาศภายในห้องแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ
ธันวานอนดิ้นรนอยู่บนพื้น ลมหายใจหอบกระชั้น หน้าผากแนบกับพรมราคาแพง ความมั่น ภูมิใจในตระกูลและอำนาจเงินที่สั่งสมมานานถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังสั่นสะเทือน นักลงทุนรายใหญ่ต่างพากันถอนทุนหนีเพราะชื่อของ "ฟีนิกซ์ กรุ๊ป" ถูกขึ้นบัญชีดำจากการแทรกแซงราคาหุ้นและติดหนี้มหาศาลที่ไม่มีวันชดใช้หมด
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสอดมือข้างหนึ่ง2ใส่กระเป๋าเสื้อสูท ก้มมองศัตรูที่เคยเหยียบย่ำเขาด้วยสายตาที่มองมดปลวก
"เกมนี้คุณแพ้แล้วครับ ธันวา" คินน์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว เพราะความโกรธมีไว้สำหรับคนอ่อนแอ ส่วนผู้ชนะที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างเขา มีเพียงความเย็นชาและชัยชนะที่เด็ดขาดเท่านั้น
"แกต้องการอะไร... จะให้ฉันกราบตีนแกใช่ไหม? เอาเลยสิ!" ธันวาร้องไห้โฮออกมาด้วยความสิ้นหวัง ศักดิ์ศรีที่เคยมีมลายหายสิ้น
"กราบตีนคุณเหรอครับ? เสียเวลาเปล่าๆ" คินน์ยิ้มเยาะ "สิ่งที่ผมต้องการไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นการยึดทุกอย่างที่คุณรักไปต่างหาก... ตอนนี้ ที่ดิน บ้าน รถยนต์ และหุ้นทุกตัวในเครือตระกูลของคุณ ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของผมผ่านระบบเรียบร้อยแล้วครับ"
ธันวาเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า "เป็นไปไม่ได้! ฉันเซ็นเอกสารที่ไหน!?"
"คุณไม่ต้องเซ็นหรอกครับ..." คินน์หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ลวดลาย ล้อมรอบด้วยขอบทองคำแท้ขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์ "เพราะอำนาจเงินระดับที่สามารถซื้อธนาคารกลางได้ทั้งแห่ง เขาไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากลูกหนี้หรอกครับ"
รินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระทบกันของ porcelain ดังสะท้อนในความเงียบ เธอลุกขึ้นเดินเคียงข้างคินน์ มือเรียวบางสอดประสานเข้ากับอุ้งมืออุ่นของสามี ปลายตาKüมองธันวาครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง
เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์บินมาจอดสนิทบนลานจอดดาดฟ้าของเพนต์เฮาส์ แรงลมพัดปะทะกระจกหน้าต่างเสียงดังสนั่น คินน์โอบเอวรินไว้แน่น ก้าวเดินผ่านร่างของธันวาที่นอนหมดสภาพอย่างไร้ค่า โดยไม่ชายตามองอีกเลยแม้แต่นิดเดียว
ธันวากัดฟันกรอดด้วยความแค้นฝังหุ่น มือที่สั่นเทาคว้าวิทยุสื่อสารฉุกเฉินที่ตกอยู่ใกล้ตัวขึ้นมากดปุ่มเปิดใช้งานครั้งสุดท้าย "หน่วยจู่โจมลับ... จัดการเก็บมันซะ! เอาเงินกองทุนสำรองก้อนสุดท้ายยิงมันให้ตายคาฟ้า!"
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสลับเสียงกริ่งดังลั่นตึก ระเบิดลูกใหญ่สั่นสะเทือนจากชั้นล่างขึ้นมาถึงชั้นบน ควันไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ
บนดาดฟ้า ลมหนาวพัดกระโชกแรง คินน์หยุดเดินชั่วขณะเมื่อระบบส่งเสียงแจ้งเตือนเตือนภัยสีแดงฉานกระพริบวาววับในดวงตาของเขา
[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบการลอบสังหารระยะไกลด้วยอาวุธพลังงานสูง วงเงินป้องกันอัตโนมัติเปิดใช้งาน]
คินน์หันกลับไปมองเบื้องหลัง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ในขณะที่รอยกระสุนแสงพลาสม่าพุ่งตรงแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูงมุ่งเป้ามาที่แผ่นหลังของเขา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสะใจนี้ด้วยกันนะครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 32
สงครามไร้เสียง
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!