"พวกมันระดมทุนมาได้เท่าไหร่แล้วครับท่านประธาน?"
เสียงทุ้มต่ำของเลขานุการส่วนตัวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ธันวาหรี่ตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟตัวเลขสีแดงฉาน เม็ดเงินนับหมื่นล้านถูกเทกระจาดลงมาในตลาดหุ้นเพื่อกดดันบริษัทของคินน์อย่างไม่คิดชีวิต นี่คือการเดิมพันครั้งสุดท้าย ทุ่มหมดหน้าตักแบบหลังพิงฝา หากคินน์ไม่ล้มในวันนี้ ตระกูลใหญ่ของเขาต่างหากที่จะกลายเป็นฝ่ายพินาศย่อยยับ
"หกหมื่นล้าน... นี่คือตัวเลขทั้งหมดที่เรารวบรวมมาได้จากการจำนำทรัพย์สินและกู้ยืมสถาบันการเงินนอกระบบ" ธันวาแค่นยิ้มออกมาด้วยความเย่อหยิ่ง แม้ริมฝีปากจะแห้งผากและมีเหงื่อกาฬซึมตามไรผม "ต่อให้มันจะมีระบบปริศนาหนุนหลังอยู่จริง แต่สภาพคล่องระดับนี้ ต่อให้เป็นบริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่ก็ต้องกระอักเลือดตายภายในสามวินาที"
ทว่า ในห้องทำงานอีกด้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรบรรยากาศกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
คินน์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง สายตาคมกริบราวกับใบมีดน้ำแข็งจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงกระแสเงินสดไหลเข้าออกอย่างไร้ขีดจำกัด ใบหน้าของเขาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเยือกเย็นที่แผ่รังสีคุกคามออกมารอบตัว จนทำให้บรรยากาศในห้องลดอุณห็ภูมิลงอย่างเห็นได้ชัด
รินเดินเข้ามาเงียบๆ พร้อมกับแก้วกาแฟอุ่นในมือ เธอวางมันลงตรงหน้าเขาอย่างเบามือ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง ปลายนิ้วเรียวบางเอื้อมไปกุมมือหนาของเขาไว้ ความอบอุ่นจากเธอมักจะเป็นสิ่งเดียวที่ดึงสติและตอกย้ำให้เขารู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และความโลภ
"กังวลเรื่องงบประมาณที่พวกมันทุ่มเข้ามาหรือเปล่าคะ... เอ๊ย... ครับ?" รินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำติดปาก แต่คินน์กลับระบายยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่มีให้เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
"สำหรับพวกมัน นั่นคือการทุ่มหมดหน้าตักเพื่อเอาชีวิตรอดครับริน..." คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "แต่สำหรับผม... มันเป็นเพียงแค่เศษเงินที่ผมยินดีจะจ่าย เพื่อซื้อตั๋วดูละครฉากสุดท้ายของพวกโง่เขลาเท่านั้น"
คำพูดนั้นไม่ได้อวดดี แต่มันคือความจริงอันโหดร้ายที่ถูกขับเคลื่อนด้วย "ระบบจ่ายคืนมหาศาล" ทุกบาททุกสตางค์ที่ธันวาพยายามทุ่มตลาดเพื่อกดดันเขา จะถูกตีกลับเป็นผลกำไรมหาศาลเข้าสู่บัญชีลับของคินน์แบบทวีคูณ ยิ่งพวกมันดิ้นรนมากเท่าไหร่ หลุมฝังศพที่พวกมันขุดไว้ก็ยิ่งลึกและกว้างขึ้นเท่านั้น
"แต่ธันวารวบรวมพันธมิตรทางธุรกิจทั้งหมดมาเล่นงานเราพร้อมกันนะคะ... เอ๊ย... ครับ" รินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตากลมโตฉายแววเป็นห่วง "ฉันกลัวว่าพวกเขาจะเล่นตุกติกนอกเกม"
"ปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนไปให้สุดทางเถอะครับ" คินน์ดึงร่างบางเข้ามากอดแนบกาย สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอเพื่อชาร์จพลังใจ "คนพวกนั้นไม่เคยสร้างอะไรด้วยลำแข้งของตัวเอง เมื่อใกล้จนตรอก พวกเขาก็จะทำได้ทุกอย่าง... ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ผมรออยู่"
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วดุจพายุหมุน ในตลาดหุ้น การต่อสู้ดำเนินมาถึงจุดไคลแม็กซ์ เม็ดเงินหกหมื่นล้านถูกเทขายเพื่อกดราคาหุ้นของคินน์จนดิ่งลงเหวในพริบตา นักลงทุนรายย่อยต่างตื่นตระหนก โบรกเกอร์หลายสำนักเริ่มกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว สื่อมวลชนต่างพากันตีข่าวใหญ่โตว่า "จักรวรรดิธุรกิจของคินน์กำลังจะล่มสลายภายในไม่กี่นาทีนี้!"
ที่สำนักงานใหญ่ของตระกูลใหญ่ ธันวากำหมัดแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เขายืนหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้องเมื่อเห็นกราฟดิ่งลงอย่างน่ากลัว
"ฮ่าๆๆๆ! เป็นไงล่ะไอ้สวะคินน์! แกคิดว่าแกแน่มาจากไหนวะ! สุดท้ายแกก็เป็นแค่เศษสวะที่รอวันถูกเหยียบย่ำอยู่ดี!" ธันวาสهيสติหลุดด้วยความสะใจ เขากดโทรศัพท์หาผู้ช่วยทันที "เตรียมจัดงานฉลองได้เลย! คืนนี้พวกเราจะเหยียบศพมันให้จมดิน!"
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังดื่มด่ำกับชัยชนะปลอมๆ นั้นเอง หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักของตลาดหลักทรัพย์ก็เกิดอาการสะดุด ตัวเลขสีแดงที่เคยดิ่งลงเหว กลับหยุดชะงักกะทันหันราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากเอาไว้
เส้นกราฟที่ควรจะพังทลาย กลับพุ่งสวนกลับขึ้นฟ้าด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการราวกับจรวดมิสไซล์!
ธันวาเบิกตากว้างจนแทบถลอกจากเบ้า รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ร่างกายชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อเห็นตัวเลขการซื้อคืน (Buyback) ที่ไหลทะลักเข้ามาอย่างไร้ขีดจำกัด เม็ดเงินหลัก "แสนล้าน" ถูกอัดฉีดเข้ามาในระบบโดยไม่รู้ว่ามาจากไหน และนั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับการแจ้งเตือนสถานะบัญชีของตระกูลเขาเอง
*ติ๊ง!*
เสียงข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารดังขึ้นพร้อมกันในโทรศัพท์ของบอร์ดบริหารตระกูลใหญ่ทุกท่าน ธันวารembleสั่นเทาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่เย็นเฉียบ
[แจ้งเตือน: หลักทรัพย์ค้ำประกันทั้งหมดของคุณถูกยึดเนื่องจากผิดนัดชำระหนี้]
[แจ้งเตือน: บัญชีบริษัทถูกอายัดโดยคำสั่งศาลฉุกเฉิน]
[แจ้งเตือน: หุ้นทั้งหมดของตระกูลท่านถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงโดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ปริศนา]
"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!" ธันวาแผדเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง เขาทุบโต๊ะทำงานจนพังยศ "มันเกิดอะไรขึ้นวะ! ใครเป็นคนซื้อ! ใครมันมีเงินถุงเงินถังขนาดนี้!"
ประตูกระจกห้องทำงานหรูหราถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาทีละก้าว พร้อมกับการปรากฏตัวของชายในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป ใบหน้าคมคายเยือกเย็นไร้ความรู้สึก นัยน์ตาสสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองธันวาที่กำลังนั่งทรุดฮวบคุกเข่าอยู่กับพื้นด้วยสายตาราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง
คินน์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าอดีตคุณชายผู้เคยเหยียบย่ำเขา เขาหยพเก็บบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดขึ้นมาหมุนเล่นในมือชamatเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของคนที่กำลังสั่นเทา
"ยินดีด้วยนะครับ... ที่คุณทุ่มหมดหน้าตักจนหมดตัวจริงๆ" คินน์ยิ้มเยาะ "และตอนนี้... ถึงเวลาจ่ายดอกเบี้ยด้วยชีวิตของพวกคุณแล้วล่ะครับ"
ก่อนที่ธันวาจะได้เปล่งเสียงกรีดร้อง ประตูห้องก็เปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานตรวจสอบสินทรัพย์นับสิบนายที่เดินเข้ามาพร้อมหมายจับกุมคดีฉ้อโกงและฟอกเงินระดับชาติ
คินน์หันหลังเดินกลับออกมาจากนรกที่เขาสร้างขึ้นอย่างสง่างาม ทิ้งให้ศัตรูจมดิ่งลงสู่ความพินาศชั่วนิรันดร์ ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวขึ้นรถลิมูซีนส่วนตัวเพื่อกลับไปหาคนรัก โทรศัพท์ในกระเป๋ากลับสั่นสะเทือนขึ้นมาพร้อมข้อความปริศนาจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีตัวตนในระบบ...
[เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น คินน์... นายคิดเหรอว่ามีแค่ตระกูลธันวาที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด?]
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 31
จุดวิกฤตของตระกูลใหญ่
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!