พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 30

หายนะมาเยือน

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
"เซ็นเอกสารซะ... หรือจะให้ฉันช่วยเซ็นใบมรณะบัตรให้พวกแกแทนดีล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยไอความเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องประชุมสุดหรูของตระกูลธันวา กลิ่นอายของอำนาจเงินตราและความเด็ดขาดแผ่ซ่านกดทับจนบรรดาผู้บริหารระดับสูงต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ไม่มีใครกล้าสบตาชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงฮันเตอร์ไร้ค่าที่พวกมันเคยเหยียบย่ำ แต่วันนี้... เขากลับถือครองอำนาจที่จะชี้เป็นชี้ตายอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านแห่งนี้ได้ด้วยปลายนิ้ว ผมกวาดสายตามองหน้าพวกมันทีละคนด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา ธันวา บุตรชายคนโตผู้หยิ่งยโสแห่งตระกูลธันวา บัดนี้กำลังนั่งหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกจนแทบไม่มีสีเลือด มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ความเย่อหยิ่งจองหองที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกินจิตใจเมื่อรู้ว่า "เกม" ได้จบลงแล้ว และเขากำลังจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบ "คินน์... แก... แกมันก็แค่ไอ้สวะเศษสวะ ทำไมถึง..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย แต่ทว่าเสียงของเขากลับสั่นเครือจนน่าสมเพช "สวะงั้นเหรอครับ?" ผมยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "คำนี้ผมยกให้พวกคุณต่างหาก... คนที่กล้าแตะต้องริน ก็สมควรได้รับผลลัพธ์ที่สาสมไม่ใช่หรือไงครับ" ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นมาในหัว ริน หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ ผู้ซึ่งอยู่เคียงข้างผมในยวันที่ผมไม่มีแม้แต่เศษเงินติดตัว เธอผู้เป็นแสงสว่างเดียวที่คอยโอบกอดตัวตนอันแตกสลายของผมไว้ ต้องมาบาดเจ็บเพราะแผนการสกปรกของพวกมัน การลักพาตัวครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมธุรกิจ แต่มันคือการล้ำเส้นที่ไม่มีวันให้อภัย และในเมื่อพวกมันเลือกที่จะเล่นกับไฟ... ผมก็จะเผาอาณาจักรของพวกมันให้เป็นจุล ผมหันไปสบตากับเลขาคนสนิทที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลัง เขาพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะวางแท็บเล็ตเครื่องหรูลงตรงหน้าธันวา "ตรวจสอบดูให้ดีนะครับ เอกสารชุดนี้คือคำสั่งซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover) และหมายศาลยึดทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทในเครือธันวา กรุ๊ป รวมถึงบัญชีส่วนตัวของพวกคุณทุกคดีความ ที่ถูกรวบรวมหลักฐานความผิดทางการเงินและการติดสินบนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ "มะ... ไม่จริง! แกไม่มีทางทำแบบนี้ได้ บริษัทเรามีทุนหนาแน่นขนาดไหน แกเอาเงินมาจากไหนมากมาย..." เสียงโวยวายของหนึ่งในคณะกรรมการบริหารดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เขาพยายามปฏิเสธความจริงตรงหน้า แต่ทว่าความจริงมักจะโหดร้ายเสมอ "เงินเหรอครับ?" ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ "สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับผม... มันเป็นแค่ตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นทุกวินาทีก็เท่านั้นเอง" ระบบจ่ายคืนมหาศาลไม่ได้มอบแค่พลังและความมั่งคั่งให้ผม แต่มันมอบ "อำนาจ" ที่จะบดขยี้คนที่เคยเหยียบย่ำผมให้จมดินโดยที่พวกมันไม่มีโอกาสแม้แต่จะอ้าปากเถียง ภายในห้องประชุมเริ่มโกลาหล บรรดานักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเชิดหน้าชูตาในสังคม บัดนี้กลับทรุดตัวลงคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา บางคนถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน เสียงร้องขอชีวิตและเสียงสะอื้นไห้ผสมปนเปกันจนน่ารำคาญ แต่สำหรับผมแล้ว ภาพเหล่านี้ไม่ได้สร้างความรู้สึกเวทนาขึ้นมาแม้แต่น้อย มันคือความสะใจ... ความสะใจที่ทวีคูณเป็นร้อยเท่าเมื่อนึกถึงรอยแผลเป็นบนตัวของริน "คินน์... ได้โปรดเถอะครับ ท่านประธานคินน์ ไว้ชีวิตพวกเราสักครั้งเถอะครับ พวกเรายอมจำนนทุกอย่างแล้ว!" ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง พยายามคลานเข้ามาหาผมเพื่อกอดขา แต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์กันเอาไว้เสียก่อน ผมก้มมองเขาด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง "ตอนที่พวกคุณสั่งให้คนไปทำร้ายริน คุณเคยคิดถึงคำว่า 'ไว้ชีวิต'็ไหมครับ? ตอนที่พวกคุณหัวเราะเยาะความยากจนของผม คุณเคยคิดถึงความเมตตาบ้างไหม?" คำพูดของผมทำให้ทุกคนในห้องนิ่งงั้น ราวกับถูกสาบให้เป็นหิน ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด "เซ็นซะ..." ผมยื่นปากกาหรูสีดำสนิทไปตรงหน้าธันวา "อย่าทำให้ผมต้องหมดความอดทน ไม่อย่างนั้น... จากที่แค่ล้มละลาย พวกคุณอาจจะไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินให้อยู่อาศัยนะครับ" ธันวามือสั่นเทาขณะเอื้อมมารับปากกา ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ความเย่อหยิ่งของทายาทตระกูลใหญ่พังทลายลงไม่เป็นท่า ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษเอกสารแผ่นสำคัญ หยดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้หยดลงบนกระดาษจนเปียกชื้น แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว... ทันทีที่ลายเซ็นสุดท้ายเสร็จสิ้น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของผมก็ดังขึ้น พร้อมกับข้อความยืนยันการโอนถ่ายสิทธิ์และการยึดครองกิจการทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทสีดำสนิทให้เข้ารูปอย่างเนียบกริบ สายตาคมกริบกวาดมองความพินาศตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องประชุมแห่งนี้ ภารกิจการแก้แค้นในวันนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ทว่า... ความสงบสุขที่แท้จริงยังมาไม่ถึง ในขณะที่ผมก้าวเท้าพ้นประตูห้องประชุม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอย่างไร้ที่มา ไฟฟ้าภายในตึกดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟสีแดงฉานที่กะพริบเตือนภัย บอดี้การ์ดส่วนตัวของผมขยับเข้าประชิดตัวทันทีด้วยสัญชาตญาณนักสู้ขั้นสูง ตึกระฟ้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาตกลงบนดาดฟ้าชั้นบนสุด แรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกนิรภัยรอบด้านแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของผมสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นดาดฟ้าที่ถูกส่งตรงเข้ามาโดยระบบ AI อัจฉริยะ ร่างของบุคคลปริศนาในชุดเกราะฮันเตอร์สีเงินยวงสะท้อนแสงไฟฉุกเฉิน ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางลมพายุ ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากโลหิต แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องหยุดชะงักและนัยน์ตาหดแคบลงทันที คือสัญลักษณ์ประจำตระกูลลึกลับที่สลักอยู่บนดาบยักษ์ในมือของมัน... สัญลักษณ์เดียวกับรอยแผลเป็นปริศนาบนแผ่นหลังของรินในคืนที่เธอถูกลักพาตัว! คิ้วของผมขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักว่า เกมที่คิดว่าจบลงแล้ว... แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง ผมหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับเหตุการณ์พลิกผันในครั้งนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%