พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 21

คุกเข่าซะ

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยในห้องจัดเลี้ยงหรูหราพลันเงียบกริบ ราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียงในโรงภาพยนตร์ ธันวาเงยหน้าขึ้น จ้องมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและไม่อยากจะเชื่อ ชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับที่อีกฝ่ายสวมใส่ ข้อมือที่ประดับด้วยนาฬิกาดيزاینระดับโลก และเหนือสิ่งอื่นใดคือรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาจากนัยน์ตาคู่นั้น มันคือรอยยิ้มแบบเดียวกับที่ผู้ล่ามองเหยื่อที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกำมือ "แก... แกคิดว่าแกเป็นใครกันวะ คินน์!" ธันวาคำรามลอดไรฟัน เสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอายที่ถูกห้อมล้อมด้วยสายตาของแขกเหรื่อผู้มีหน้ามีตาในสังคม "แค่ขยะที่เคยเกาะผู้หญิงกินอย่างแก มีสิทธิอะไรมาเหยียบย่างเข้ามาในงานวันเกิดของฉัน แถมยังบัง... บังอาจทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่นี่!" คินน์ไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขายกมือขึ้นจัดเนกไทของตัวเองอย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมและไร้ซึ่งความตื่นตระหนกนั้น ยิ่งสร้างความเดือดดาลให้ธันวาจนแทบคลั่ง ข้างกายของคินน์คือริน หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของเขา วันนี้เธอสวมชุดราตรีสีดำสนิทที่ขับเน้นผิวขาวผ่องและใบหน้าอันงดงาม แม้ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับตระกูลใหญ่ที่เคยเหยียบย่ำพวกเขาอย่างไม่ไยดี รินก็ยังคงยืนหยัดเคียงข้างคินน์ด้วยหลังที่ตรงแน่ว สายตาของเธอที่มองธันวาไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสมเพชเวทนา... ความรู้สึกที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับคนหลงตัวเองอย่างธันวา "ธันวา" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนกดดันให้บรรยากาศรอบข้างลดฮวบลงราวกับอุณหภูมิในห้องแช่แข็ง "นายยังจำตอนที่ฉันคุกเข่าขอร้องให้นายเซ็นอนุมัติงบโปรเจกต์เมื่อสามปีก่อนได้ไหม?" ใบหน้าของธันวาชะงักไปเล็กน้อย เขาย่อมจำได้ดี วันนั้นเขาใช้เท้าเขี่ยเอกสารบนโต๊ะลงกับพื้น แล้วสั่งให้คินน์ก้มลงเก็บมันขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะเยาะเย้ยราวกับสุนัขตัวหนึ่ง "จำได้แล้วทำไมวะ! หรือว่าวันนี้แกอยากจะมาขอทานความเมตตาจากฉันบ้างล่ะ?" ธันวาแასიยิ้มหยัน พยายามเรียกความมั่นใจกลับคืนมาด้วยการอ้างอำนาจเงินของตระกูล "เปล่าเลย" คินน์ส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งลึกล้ำและเย็นชามากกว่าเดิม "ฉันแค่จะบอกว่า... กฎแห่งกรรมมันทำงานเร็วกว่าที่นายคิด และในวันนี้ หน้าที่นั้นจะต้องสลับกัน" "แกหมายความว่ายังไง!" "การ์ด!" คินน์ตบมือเบาๆ เพียงสองครั้ง สิ้นเสียงนั้น ประตูบานคู่ขนาดมหึกมาของห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำนับสิบคนเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ พวกเขาไม่ใช่การ์ดรักษาความปลอดภัยของโรงแรม แต่เป็นหน่วยรบพิเศษรับจ้างระดับท็อปที่ถูกซื้อตัวด้วยมูลค่ามหาศาลผ่านระบบ "จ่ายคืนมหาศาล" ของคินน์ แรงกดดันจากผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังแผ่ซ่านจนแขกหลายคนถึงกับขาอ่อนแรง ไม่เพียงเท่านั้น ด้านนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำเลียงพลรุ่นล่าสุดจำนวนสามลำกำลังลอยตัวนิ่งสนิทอยู่กลางอากาศ โดยมีลำแสงสปอตไลท์สีขาวสว่างจ้าส่องตรงมาที่ร่างของธันวาคนเดียว ราวกับเขากำลังยืนอยู่กลางเวทีประหารชีวิตที่ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ "แก... แกทำแบบนี้ไม่ได้นะ! พ่อฉันเป็นใคร แกก็รู้!" ธันวาเริ่มตื่นตระหนก ก้าวถอยหลังจนสะดุดขาตัวเองเกือบล้ม "พ่อของนายเหรอ?" คินน์ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ดุจเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "ตอนที่ฉันกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลนายเมื่อสิบนาทีที่แล้ว พ่อของนายยังกราบกรานฉันผ่านโทรศัพท์อยู่เลย... นายอยากฟังเสียงเขาไหมล่ะ?" คินน์หยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงขึ้นมา กดเปิดสปーカーโฟน เสียงหอบหายใจและเสียงร้องไห้คร่ำครวญของผู้นำตระกูลใหญ่ผู้เคยยิ่งใหญ่คับฟ้าดังสนั่นก้องห้องจัดเลี้ยง *『คุณคินน์ครับ! ได้โปรด... เมตตาตระกูลเราด้วย! ผมยอมยกทุกอย่างให้แล้ว! ขอร้องล่ะ... ไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถอะครับ!』* เสียงนั้นสะท้อนก้องในความเงียบงัน ทุกคนในงานต่างอ้าปากค้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ข่าวลือเรื่องมหาเศรษฐีลึกลับที่กว้านซื้อกิจการยักษ์ใหญ่ในชั่วข้ามคืน... แท้จริงแล้วคือชายหนุ่มที่พวกเขากำลังดูถูกเหยียดหยามอยู่ตรงนี้! รินมองแผ่นหลังอันอบอุ่นและมั่นคงของคินน์ หัวใจของเธอล้นปรี่ไปด้วยความรู้สึกตื้นตัน วันเวลาที่ต้องทนทุกข์และอดมื้อกินมื้อได้มลายหายไปสิ้น แสงสว่างที่คินน์สร้างขึ้นด้วยมือของเขาเองในตอนนี้ มันเจิดจ้าเสียจนเธอยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่ออยู่เคียงข้างเขาตลอดไป คินน์ปรายตามองธันวาที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แรงสั่นสะเทือนจากความจริงตรงหน้าทำให้เข่าทั้งสองข้างของทายาทตระกูลใหญ่หมดแรงที่จะพยุงร่างอีกต่อไป "คินน์... กู... ผมขอร้อง..." ธันวาเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัวสุดขีด ศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกเหยียบย่ามจนไม่เหลือชิ้นดี คินน์หยุดยืนตรงหน้าธันวา เขาก้มมองศัตรูคู่ปรับที่เคยเหยียบย่ำเขาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปรานี ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งที่ไม่มีค่าแม้แต่จะเหยียบซ้ำ "จำคำพูดของนายเมื่อสามปีก่อนได้ไหม?" คินน์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูธันวาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยือกเย็นเข้ากระดูกดำ *"ถ้าอยากให้ฉันเมตตา... คุกเข่าลงซะสิ"* ธันวาตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้า 10 นิ้วฝังลงไปในเนื้อจนเลือดซึม แต่ท่ามกลางความอัปยศอดสูทั้งหมด อำนาจเงินและอิทธิพลที่คินน์ถือครองอยู่ได้บดขยี้จิตวิญญาณของเขาจนแหลกละเอียด ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว... ธันวาก้มตัวลง ก้มศีรษะแนบชิดกับพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบต่อหน้ารินและคินน์ ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาและความตกตะลึงของคนทั้งห้อง รินขยับเข้าไปใกล้คินน์อีกนิด มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือของเขาไว้แน่น คินน์หันมาสบตากับเธอ รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึกที่มอบให้แก่เธอเพียงผู้เดียว ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะสมบูรณ์แบบและทุกคนคิดว่าเรื่องราวจบลงแล้วนั้น... หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของคินน์ก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ *ติ๊ง!* ไม่ใช่การหักเงิน... แต่เป็นการโอนเงินจำนวนหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์เข้าสู่บัญชีของเขาจากบุคคลปริศนา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอทราฟฟิกสีดำสนิท **[ตรวจพบคำสั่งแทรกแซงจาก "เป้าหมายระดับศูนย์": ยินดีต้อนรับสู่เกมจริง... คุณคินน์]** คินน์หรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา เมื่อประตูบานใหญ่อีกด้านของห้องจัดเลี้ยงค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาปริศนาในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนในสถานที่แห่งนี้! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%