เสียงกระดาษปึกใหญ่ที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกนิรکاری ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องรับรองกว้างขวางของสำนักงานที่ดินเขตพิเศษ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
รินมองเอกสารสิทธิ์ขาดในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลมีน ที่บัดนี้ตราประทับสีแดงฉานถูกสลักคำว่า 'อายัดและยึดทรัพย์โดยคำสั่งศาล' ไว้เด่นชัด ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เธอกะพริบตาปริบๆ หันกลับมามองชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องข้างด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
เศษเสี้ยวความอัปยศอดสูที่ธันวาและพวกเคยสาดใส่พวกเขาเมื่อหลายวันก่อน ราวกับถูกชำระล้างจนหมดสิ้นด้วยอำนาจเงินตราอันไร้ก้นบึ้งที่คินน์ถือครองในมือ
"เรียบร้อยแล้วครับนายท่าน เอกสารชุดนี้โอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนชื่อเป็นของคุณรินสมบูรณ์แบบตามกฎหมายทุกประการ ไม่มีช่องโหว่ใดๆ ทั้งสิ้น"
เสียงทุ้มต่ำและนอบน้อมของชายในชุดสูทสากลระดับพรีเมียมเอ่ยขึ้น พร้อมกับโค้งตัวลงทำความเคารพอย่างให้เกียรติสูงสุด ท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือของเจ้าหน้าที่และกลุ่มคนมีอำนาจเหล่านี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ในโลกยุคปัจจุบัน อำนาจเงินสามารถซื้อได้แม้กระทั่งความถูกต้องตามกฎหมายในพริบตาเดียว
คินน์ไม่ได้ปริปากพูดอะไร เขายังคงรักษาความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งไว้บนใบหน้าคมคาย ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังร่างบางของรินด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย
มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวเล็กที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อยเอาไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านผิวสัมผัส ช่วยดึงสติของหญิงสาวให้กลับคืนมาสู่ความเป็นจริง
"คินน์... นี่มัน... หมายความว่ายังไงกันคะ..." รินพยายามเปล่งเสียงออกมา แม้ลำคอจะตีบตันด้วยความตื้นตันใจ เธอมองหน้าสามีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเนิ่นนาน ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นแค่ 'ฮันเตอร์ไร้ค่า' เกรด F ที่ไม่มีอนาคต แต่ในตอนนี้ เขากลับกุมชะตาชีวิตของตระกูลใหญ่ที่เคยเหยียบย่ำพวกเขาไว้ใต้ฝ่าเท้าได้อย่างง่ายดาย
"มันคือสิ่งที่เธอควรจะได้รับมาตั้งนานแล้วต่างหากครับ ริน" คินน์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและจริงจัง แตกต่างจากความเย็นชาที่เขาใช้จัดการศัตรูอย่างสิ้นเชิง
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา ในวันที่ฉันไม่มีอะไรเลย ในวันที่คนอื่นมองว่าฉันเป็นแค่ขยะไร้ค่า มีเพียงเธอคนเดียวที่ไม่เคยทอดทิ้งฉัน มีเพียงแสงสว่างจากเธอที่ทำให้ฉันยังคงความเป็นมนุษย์อยู่ได้... ของขวัญแค่นี้ ยังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับการตอบแทนความเสียสละของเธอ"
สิ้นคำพูดนั้น คินน์ก็พยักหนให้ชายในชุดสูทอีกคนก้าวเข้ามา พร้อมกับเปิดกล่องกำมะหยี่สีดำสนิท ภายในนั้นไม่ได้มีแหวนเพชรราคาแพงระยับ แต่มันคือ 'กุญแจทองคำแท้' สลักลวดลายวิจิตรบรรจง พร้อมกับแฟลชไดรฟ์เข้ารหัสระดับสูง
"นี่คือ... กุญแจอะไรหรือคะ?" รินมองกุญแจในกล่องด้วยความสับสน
"คฤหาสน์หรู 'บลูมing การ์เด้น' บนยอดเขากลุ่มเขตเซ็นทรัลครับ" คินน์อธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงการซื้อลูกอมสักเม็ด ไม่ใช่การซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายร้อยล้านเครดิต
"ที่ดินแปลงนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่ผสมผสานความปลอดภัยระดับสูงสุด ระบบป้องกันภัยเวทมนตร์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ครบวงจร ไม่มีใครหน้าไหน ไม่ว่าจะเป็นตระกูลใหญ่โตมาจากไหน ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้าไปในอาณาจักรของเราได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเธอ"
หัวใจของรินกระตุกวูบ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานหลายปีพรั่งพรูออกมาเป็นหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตา ความรัก ความซื่อสัตย์ และความอดทนที่เธอทุ่มเทให้กับผู้ชายคนนี้ ไม่เคยสูญเปล่าเลยแม้แต่น้อย เขากลับมอบโลกทั้งใบให้กับเธอ เพื่อเป็นการตอบแทน
หญิงสาวโผเข้าสวมกอดร่างสูงของคินน์แน่น ซบใบหน้าลงกับอกแกร่ง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสุขและความตื้นตันไหลรินออกมาอย่างไร้การควบคุม คินน์โอบกอดเธอไว้แนบอก มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน สายตาคมกริบมองผ่านกระจกใสออกไปเบื้องนอก ท้องนภากำลังเปลี่ยนสี แต่สำหรับพวกเขาแล้ว อนาคตข้างหน้าช่างสว่างไสวและไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ จะมาขวางGั้นได้อีกต่อไป
ทว่า... ความสุขมักจะอยู่กับมนุษย์เราได้ไม่นานนัก ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และความโลภ การสูญเสียอำนาจย่อมนำมาซึ่งความบ้าคลั่งขั้นสุด
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกห้องรับรองดังขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้มารยาท ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเกรงใจ ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์ดังยับยู่ยี่ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวสุดขีด พุ่งพรวดเข้ามาในห้องราวกับคนเสียสละสติ
"ไอ้... ไอ้สารเลวคินน์!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความคับแค้นใจดังลั่น ธันวา ทายาทผู้สูงส่งแห่งตระกูลใหญ่ที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร บัดนี้สภาพของเขาราวกับสุนัขจนตรอก ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและฤทธิ์ของความพ่ายแพ้ที่ได้รับอย่างกะทันหัน
รินสะดุ้งตกใจเล็กน้อย รีบผละออกจากอ้อมกอดของคินน์ แต่มือหนายังคงคว้าจับมือเธอไว้มั่น ดึงร่างบางให้มาอยู่ด้านหลังของเขาอย่างปกป้อง คินน์ปรายตามองธันวาด้วยหางตา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน
"อ้าว คุณธันวา แขกผู้มีเกียรติ... หรือควรจะเรียกว่า 'ขอทานตกอับ' ดีล่ะครับ?" คินน์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชาจนแทบจะแช่แข็งบรรยากาศในห้องให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ในพริบตา
"แก! แกทำอะไรกับทรัพย์สินของตระกูลฉัน! บัญชีทั้งหมดถูกอายัด! หุ้นในตลาดร่วงดิ่งจนหมดมูลค่า! ฝีมือแกใช่ไหม แกใช้เล่ห์กลอะไรไอ้สวะ!" ธันวาพุ่งเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อของคินน์ด้วยความคลุ้มคลั่ง ลืมสิ้นซึ่งมาAรยาทและศักดิ์ศรีใดๆ
หมับ!
เสียงกระชากข้อมือดังขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับภาพตัดต่อ คินน์ไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยแม้แต่น้อย แต่บอดี้การ์ดสวมสูทสีดำสนิทสองคนปรากฏตัวขึ้นด้านหลังธันวาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พวกเขาบิดแขนของทายาทตระกูลใหญ่ไขว้หลัง กดร่างของธันวาลงกับพื้นพรมราคาแพงจนหน้าคว่ำ
"โอ๊ย! ปล่อยกูนะ! พวกมึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร! กูจะฆ่าพวกมึง!" ธันวาแหกปากร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่แรงกดมหาศาลจากฮันเตอร์ระดับสูงที่คินน์ว่าจ้างมานั้น ทำให้เขาเป็นเหมือนแค่แมลงตัวหนึ่งที่รอวันถูกขยี้
คินน์ก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังดิ้นรนอยู่บนพื้น เขาย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้สายตากดดันมองลงมายังใบหน้าของศัตรูคู่ปรับที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำเขา
"แกเคยถามฉันไหมธันวา ตอนที่แกเอาเงินฟาดหัวฉัน ตอนที่แกไล่ฉันออกจากบริษัท และตอนที่แกหัวเราะเยาะความยากลำบากของเรา... แกเคยคิดไหมว่าจะมีวันนี้?" คินน์เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังจนทำให้ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง
"แก... แกต้องการอะไรจากฉัน... เงินเท่าไหร่ แกบอกมาสิ ฉันจะให้มากกว่าที่แกต้องการ!" ธันวาเริ่มละทิ้งศักดิ์ศรี ร้องขอชีวิตด้วยความหวาดผวา
คินน์ยิ้มเยาะ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ เลื่อนนิ้วไม่กี่ครั้งก่อนจะโยนเครื่องมือสื่อสารนั้นลงไปตรงหน้าของธันวา
"ฉันไม่ได้ต้องการเงินของแกหรอกธันวา... เพราะตอนนี้ ของทั้งหมดที่แกเคยมี มันกลายเป็นของฉันหมดแล้ว"
บนหน้าจอโทรศัพท์แสดงผลกราฟการซื้อ1ขายหุ้นครั้งใหญ่ และข้อความยืนยันการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลธันวาด้วยวงเงินสดมหาศาลที่ถูกอนุมัติผ่านระบบจ่ายคืนอย่างไร้ขีดจำกัด
ธันวาเบิกตากว้างจนแทบจะถסתออกมานอกเบ้า ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง สมองหยุดทำงานทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า ตระกูลอันยิ่งใหญ่ที่บรรพบุรุษสร้างมาหลายชั่วอายุคน ได้ล่มสลายลงด้วยน้ำมือของชายหนุ่มที่เขาเคยเรียกว่า 'ขยะ' เพียงชั่วข้ามคืนเดียวเท่านั้น
"และตอนนี้..." คินน์ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปัดฝุ่นบนเสื้อสูทของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะหันไปโอบไหล่รินอย่างทะนุถนอม
"เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเองครับ"
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของคินน์ หน้าจอสมาร์ตโฟนในมือของธันวาที่ตกอยู่บนพื้น ก็เกิดแสงสีแดงกระพริบเตือนขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารกลางที่ดังลั่นห้อง...
"แจ้งเตือนด่วน: ทรัพย์สินส่วนบุคคลทั้งหมดของ 'ธันวา' ถูกบังคับขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้... และคำสั่งขับไล่ออกจากตระกูล มีผลบังคับใช้ ณ บัดนี้!"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของโอเวอร์ลอร์ดซีโร่ด้วยดีเสมอมานะครับ)
พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 4
ของขวัญสำหรับคนข้างกาย
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!