พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 3

รอยเท้าบนความอับอาย

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
แรงลมมหาศาลจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์รุ่นทหารผ่านศึกพัดกระหน่ำจนกระจกใสของภัตตาคารหรูสั่นสะเทือนระรัว เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องฟ้ากดทับบรรยากาศอวดเบ่งเมื่อครู่ให้จมดิ่งลงสู่ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ธันวาหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของมันแข็งค้างดุจรูปปั้นปูนปั้น ขณะที่กลุ่มพนักงานต้อนรับต่างพากันเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดผวา คินน์ยืนนิ่งสงบ มือข้างหนึ่งยังคงถือโทรศัพท์มือถือแนบหู ดวงตาคู่คมกริบมองลอดผ่านคราบน้ำตาและร่องรอยความชอกช้ำบนใบหน้าของริน—หญิงสาวผู้เป็นแสงสว่างเดียวในวันที่มืดมนที่สุดของเขา หัวใจที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งกำลังถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดมานานหลายปี "คุณคินน์ครับ..." รินกระซิบเสียงสั่น เธอดึงชายเสื้อของเขาเบาๆ ด้วยความกังวลใจ แม้ในยามนี้เธอก็ยังคงเป็นห่วงความปลอดภัยของเขามากกว่าตัวเธอเอง คินน์หันกลับมาสบตา เธอคลายความเย็นชาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนมุมปาก "ไม่ต้องกลัวครับริน ต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครหน้าไหนในโลกนี้กล้าทำร้ายเธออีกแล้ว" เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสนายดังขึ้นจากบันไดหนีไฟและลิฟต์ส่วนตัวที่ถูกบังคับให้เปิดออก ชายชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนเดินเรียงแถวเข้ามาด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ท่าทางองอาจและแววตาคมกริบดุจเหยี่ยวบ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขาไม่ใช่บอดี้การ์ดธรรมดา แต่เป็นอดีตหน่วยรบพิเศษระดับท็อปที่ถูกซื้อตัวมาด้วยเม็ดเงินมหาศาล นำหน้ามาโดยชายวัยกลางคนสวมแว่นตาไร้กรอบ ท่าทางภูมิฐานนามว่า 'ท่านประธานกิตติ' ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มบริษัทการเงินระดับท็อป 3 ของประเทศ เขารีบก้าวเข้ามาคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าคินน์ทันทีด้วยความเคารพสูงสุด "ท่านประธานคินน์ครับ... ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายเข้าซื้อกิจการดำเนินการเรียบร้อยตามคำสั่งแล้วครับ บัดนี้ กลุ่มทุน 'ซีโร่ โฮลดิ้งส์' ได้เข้าถือหุ้น 100% ของภัตตาคารแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ" เสียงรายงานดังฟังชัดก้องกังวานไปทั่วห้องอาหาร ทุกคนที่ได้ยินต่างหน้าซีดเผือกราวกับคนใกล้ตาย ธันวาเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้า มันพยายามอ้าปากพูดบางอย่างแต่ลำคอตีบตันราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเอาไว้ หุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์? นั่นหมายความว่าตระกูลของมันที่เคยพยายามซื้อหุ้นส่วนน้อยของที่นี่มานานแรมปี ยังต้องก้มหัวให้ชายหนุ่มที่มันเพิ่งเหยียดหยามว่าเป็นไอ้ขยะไร้ค่าเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว! "ดีมาก" คินน์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปรายตามองธันวาที่ตอนนี้กำลังสั่นเทาเป็นเจ้าเข้า "ในฐานะเจ้าของคนใหม่คนแรกของที่นี่ ผมคิดว่าบรรยากาศมันชักจะสกปรกเกินไปหน่อยแล้วล่ะครับ" "รับทราบครับ!" ท่านประธานกิตติลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะผายมือไปทางกลุ่มบอดี้การ์ด "จัดการลากแขกไร้มารยาทพวกนี้ออกไปให้พ้นสายตาของท่านประธาน และอย่าให้เหลือเศษเสี้ยวธุรกิจใดๆ ของพวกมันหลงเหลืออยู่ในเครือของเราอีก!" "พวกแก! หยุดนะ! แกเป็นใครวะ! ปล่อยกูนะเว้ย!" ธันวาแผדเสียงโวยวายลั่นด้วยความตกใจกลัวเมื่อบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนเข้ามาล็อกแขนของมันอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี แรงดึงกระชากทำให้มันล้มกลิ้งไม่เป็นท่า รองเท้าหนังราคาแพงหลุดกระเด็น ภาพลักษณ์ของคุณชายตระกูลใหญ่ผู้สูงส่งเมื่อครู่พังทลายไม่เหลือชิ้นดี ร่างของมันถูกลากถูไปกับพื้นหินอ่อนขัดเงา ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโวยวายของกลุ่มเพื่อนสนิทที่ถูกลากตามออกไปเช่นกัน บรรยากาศภายในภัตตาคารกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของพนักงานที่ยังคงหมอบกราบอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว คินน์ไม่ได้สนใจคนพวกนั้น สายตาของเขาทอดมองลงไปยังรินที่กำลังมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งตกตะลึง ประหลาดใจ และโล่งอก แต่ทว่า ในจังหวะที่ความวุ่นวายกำลังจะจางหายไป ประตูลิฟต์แก้วตัวหลักที่เชื่อมต่อจากชั้นล่างก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับที่ก้าวเดินออกมาอย่างรีบร้อน ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความหยิ่งผยองบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและคราบน้ำตา นั่นคือ 'มีน' แฟนเก่าของคินน์ ผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปหาธันวาในวันที่กิจการของครอบครัวเขาเริ่มสั่นคลอน และเป็นคนที่เหยียบย่ำหัวใจของเขาอย่างไร้เยื่อใย มีนกวาดสายตามองสภาพความเสียหายรอบตัวด้วยความตกใจ ก่อนที่ดวงตาของเธอจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของคินน์—ชายหนุ่มที่เธอบอกเลิกไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามเดือนก่อน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันมั่วสุม ทั้งความเสียดาย ความประหลาดใจ และความหวังลมๆ แล้งๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัว เธอจำข่าวลือเรื่องกลุ่มทุนลึกลับที่กว้านซื้อหุ้นทั่วเมืองเมื่อช่วงเช้าไม่ได้เลย จนกระทั่งเห็นเฮลิคอปเตอร์และการ์ดนับสิบคนยืนล้อมรอบชายหนุ่มคนนี้ มีนจึงตระหนักได้ทันทีว่า ผู้ชาย "ไร้ค่า" ที่เธอสลัดทิ้ง บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าเหนือหัวที่กุมชะตาชีวิตของทุกคนไว้ในกำมือแล้ว มีนสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสารและสำนึกผิดมากที่สุด เธอฝืนปั้นรอยยิ้มทั้งน้ำตาแล้วก้าวเข้าไปหาคินน์อย่างรวดเร็ว พยายามทำตัวราวกับคู่รักที่พลัดพรากจากกันด้วยความเข้าใจผิด "คินน์... คุณจริงๆ ด้วย..." มีนสะอื้นเบาๆ พยายามเอื้อมมือเรียวบางไปแตะที่แขนเสื้อของเขา "มีนรู้แล้วนะ... มีนรู้ว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นความเข้าใจผิด มีนถูกธันวาหลอกใช้... เขาบังคับให้มีนต้องทำแบบนั้นเพื่อให้เราห่างกัน... แต่คุณก็รู้ใช่ไหมว่าในใจของมีนมีแค่คุณคนเดียวมาตลอด?" คำพูดที่เอ่อล้นด้วยความดัดจริตและเห็นแก่ตัวทำให้คินน์นิ่งเงียบ เขาไม่ได้สะบัดแขนหนี แต่ปล่อยให้เธอแตะต้อง พร้อมกับมองดูการแสดงละครฉากใหญ่นี้ด้วยแววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก "คุณจำวันที่เรากินข้าวด้วยกันที่ริมทะเลได้ไหมคะคินน์? ตอนนั้นเรามีความสุขมากแค่ไหน มีนไม่เคยลืมเลยสักวัน... ฮือ... ให้โอกาสมีนได้แก้ตัวอีกครั้งเถอะนะคินน์ เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่เหมือนเดิมเถอะนะ พวกเราแต่งงานกัน..." มีนพยายามโถมตัวเข้าไปซบลงบนอกของเขา หวังจะใช้ความทรงจำเก่าๆ และเรือร่างของเธอมาเหนี่ยวรั้งมหาเศรษฐีหนุ่มตรงหน้าไว้ รินที่ยืนอยู่ข้างๆ คินน์ เม้มริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บปวด แม้เธอจะรู้ว่าคินน์เปลี่ยนไปแล้ว แต่ภาพของแฟนเก่าที่เข้ามาออดอเซาะในยามที่เขาผงาดขึ้นมา ก็ยังคงสร้างรอยแผลในใจให้เธอรู้สึกหวั่นไหวอยู่ลึกๆ คินน์ก้มมองหญิงสาวที่กำลังซบอยู่บนอกของตน รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน เขาไม่ได้พูดคำหวานปลอบโยนเหมือนอดีต แต่กลับยกมือขึ้นจับคางของเธอให้เงยหน้าขึ้นสบตากันตรงๆ "เริ่มต้นใหม่?" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนมีนรู้สึกหายใจไม่ออก "มีน... คุณจำได้ไหมว่าพูดอะไรกับผมไว้ในวันที่คุณเดินจากไปพร้อมกับธันวา?" มีนชะงัก สีหน้าซีดเผือกทันทีริมฝีปากสั่นระริก "ทะ... 1..." "คุณบอกว่า *'คนอย่างคุณมันก็เป็นได้แค่ไอ้ขยะหาเช้ากินค่ำ ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีทางรวยสู้ธันวาได้หรอก อย่ามาเสียเวลาเกาะฉันกินอีกเลย!'*" คินน์กล่าวทวนคำพูดของเธอทีละคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังราวน้ำแข็งสลักลึก "คำพูดพวกนั้น ผมยังจำมันได้ขึ้นใจ... และทุกๆ ตัวอักษร มันถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผมอย่างชัดเจน" "คินน์... มีน... มีนแค่พูดประชด..." มีนน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความกลัวอย่างแท้จริง เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ประชดงั้นเหรอครับ?" คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง เขาดึงมือออกจากคางของเธออย่างไม่แยแสราวกับรังเกียจที่จะสัมผัส ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมขึ้นมา กดปลดล็อกหน้าจอแล้วยื่นหน้าจอสีดำที่มีข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกให้เธอเห็น "น่าเสียดายจังนะครับที่คุณคิดแบบนั้น... เพราะในเมื่อคุณบอกว่าผมเป็นแค่ไอ้ขยะที่ไม่มีวันรวย..." คินน์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของเธอ "งั้นผมก็คงต้องพิสูจน์ให้คุณเห็นแล้วล่ะว่า... เงินในบัญชีของผมตอนนี้ มันสามารถซื้อชีวิตและศักดิ์ศรีปลอมๆ ของผู้หญิงอย่างคุณได้กี่รอบ?" สิ้นคำพูดของคินน์ หน้าจอโทรศัพท์มือถือก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนการโอนเงินจำนวนแปดหลักเข้าสู่บัญชีปลายทางอย่างกะทันหัน พร้อมๆ กับร่างของชายในชุดสูทอีกกลุ่มที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารสิทธิ์ขาดในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัวมีนที่ถูกอายัดไว้เรียบร้อยแล้วในพริบตาเดียว! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของ "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" เสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%