"นามสกุลนั้น..."
เสียงพึมพำของคินน์ดังลอดไรฟัน น้ำเสียงของชายหนุ่มเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลกที่ถูกแช่แข็งมานับพันปี ดวงตาคมกริบจดจ้องมองเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นของตระกูลใหญ่บนโต๊ะทำงานหรูหรา บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลอัครเดชาภัทรเวลานี้ เงียบงันสนิทราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กลับฟังดูเสียดแทศโสตประสาทของเหล่าผู้อาวุโสที่เคยค้ำฟ้า
ธันวา ทายาทผู้เคยเย่อหยิ่งและเหยียบย่ำคินน์ราวกับเศษธุลีในอดีต บัดนี้กำลังทรุดกายคุกเข่าอยู่เบื้องเท้าของคนที่เขาเคยเรียกว่า 'ไอ้ขยะไร้ค่า' เนื้อตัวของชายหนุ่มสั่นเทาน้ำตาไหลพรากไม่ต่างจากเด็กหลงทาง ศักดิ์ศรีและอำนาจเงินตราที่ตระกูลใหญ่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน พังทลายลงภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยปลายนิ้วของชายผู้กุมระบบจ่ายคืนมหาศาล
"คินน์... คุณคินน์ครับ ได้โปรด... ไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับ" ธันวาละล่ำละลักละเมอพูด มือทั้งสองข้างที่เคยใช้ชี้หน้าด่าทอผู้อื่น บัดนี้แบราบไปกับพื้นพรมราคาแพงเพื่อกราบกรานรองเท้าหนังขัดเงาของคินน์ "ทรัพย์สินทั้งหมด... หุ้นทุกเปอร์เซ็นต์ที่ดินทุกแปลง และบัญชีธนาคารทุกแห่งของตระกูลเรา ผมยกให้คุณ... ยกให้คุณทั้งหมดอย่างไร้เงื่อนไขเลยครับ!"
เหล่าผู้อาวุโสในชุดสูทราคาแพงที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบตาชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนใหม่ พวกเขาต่างรู้ดีว่าความตายยังน่ากลัวน้อยกว่าการถูกระบบของคินน์กลืนกินสถานะทางสังคมจนกลายเป็นบุคคลล้มละลายชั่วข้ามคืน อำนาจที่แท้จริงไม่ใช่การมีเงินมากแค่ไหน แต่คือการทำให้คนที่มีเงินมหาศาลกลายเป็นขอทานได้ภายในพริบตาต่างหาก
คินน์ไม่ได้ตอบรับทันที เขายังคงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ทว่ามั่นคง สายตาคมกริบเหลือบมองไปทางด้านข้างเล็กน้อย ที่ซึ่งริน คู่ชีวิตผู้เป็นดั่งแสงสว่างเดียวในยามที่เขาตกต่ำที่สุดกำลังยืนสงบนิ่งอยู่ รินสวมชุดสูทลำลองเรียบง่าย ทว่าสง่างาม ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาที่เขาด้วยความห่วงใยและมั่น
มือเรียวบางของรินเอื้อมมาแตะที่แขนเสื้อของคินน์แผ่วเบา เป็นสัมผัสทางกายที่เตือนสติให้เขารู้ว่า... เขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อความแค้นเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่เขาทำเพื่ออนาคตของพวกเรา
"ทรัพย์สินทั้งหมดของพวกคุณงั้นหรือครับ ธันวา" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังอำนาจจนทุกคนในห้องสะดุ้งสุดตัว "คุณคิดว่าเงินหลายหมื่นล้าน หรืออสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมืองที่พวกคุณภาคภูมิใจนักหนา มันมีค่าพอที่จะซื้อลมหายใจของคนที่พวกคุณเคยพยายามจะเหยียบให้จมดินอย่างนั้นหรือครับ?"
"ทะ... ท่านคินน์..." ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลอัครเดชาภัทรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ชราภาพจนหลังค่อม "พวกเราสำนึกผิดแล้วจริงๆ ครับ สิ่งที่คุณสูญเสียไปในอดีต... เรายินดีชดใช้ให้เป็นร้อยเท่าพันทวี ขอเพียงแค่ตระกูลของเรายังคงได้อยู่รอดต่อไป..."
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนธันวารู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยใบมีดน้ำแข็ง
"ในวันที่ผมต้องกราบขอร้องพวกคุณเพื่อรักษาชีวิตของริน... พวกคุณบอกว่าสุนัขข้างถนนไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายแผ่รังสีความกดดันมหาศาลออกมาจนอากาศรอบตัวราวกับหนักอึ้ง "จำคำพูดนั้นได้ไหมครับ ธันวา?"
ธันวาตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขานึกถึงเหตุการณ์ในอيامก่อน วันที่เขาโยนเช็คเงินสดใส่หน้าคินน์และหัวาะเยาะเย้ยอย่างสะใจ บัดนี้ กงล้อแห่งโชคชะตาหมุนกลับมาบดขยี้เขาจนแหลละเอียดไม่มีชิ้นดี
"ผมไม่ได้ต้องการแค่ทรัพย์สินของพวกคุณหรอกครับ..." คินน์ก้าวเข้าไปใกล้ธันวาช้าๆ เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้อง กวาดสายตามองเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดที่กองอยู่บนโต๊ะ "เพราะตอนนี้ ทุกตารางนิ้วของอาณาจักรตระกูลอัครเดชาภัทร... ได้กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของผมตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสามนาทีที่แล้ว"
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด เขารีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กหน้าจอแอปพลิเคชันธนาคารและตลาดหุ้นด้วยมือที่สั่นระริก และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ทำให้เขากรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ บัญชีทั้งหมดถูกอายัด... สถานะบริษัทถูกถอดถอน และชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ถูกแทนที่ด้วยชื่อของ "คินน์" แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
"หมดตัว... พวกเราหมดตัวแล้ว..." ธันวาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ปราศจากเรี่ยวแรงแม้แต่จะหายใจ
รินมองภาพนั้นด้วยแววตาที่สงบนิ่ง เธอยื่นมือไปกุมมือของคินน์ไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านเข้ามาในใจของชายหนุ่ม ทำให้ความเย็นชาที่เคยปกคลุมหัวใจค่อยๆ ละลายลงเหลือไว้เพียงความรักและความผูกพันที่มั่นคง
"เรากลับกันเถอะครับ ริน" คินน์หันมาเอ่ยกับคนรักด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน "งานที่นี่... จบลงแล้วครับ"
ทั้งสองหันหลังเตรียมก้าวเดินออกจากห้องประชุมใหญ่ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังนั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่เบื้องหลัง ทว่า ในจังหวะที่คินน์กำลังจะก้าวพ้นขอบประตูห้องนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นขึ้นพร้อมกันสามครั้งติดๆ กัน
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนจากระบบจ่ายคืนมหาศาลที่คุ้นเคย... แต่มันคือเสียงเรียกเข้าจากเบอร์โทรศัพท์ปริศนาที่ไม่มีชื่อผู้ติดต่อ และเป็นเบอร์ที่ถูกเข้ารหัสลับระดับสูงสุดที่แม้แต่ระบบของเขาก็เกือบจะแกะรอยไม่ได้
คินน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดรับสายอย่างลังเล
"ยินดีด้วยนะครับ คุณคินน์ ที่จัดการสุนัขรับใช้พวกนั้นได้หมดจด..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังมาจากปลายสาย เป็นเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่มันกลับทำให้เส้นขนทั่วร่างของคินน์ลุกชันขึ้นอย่างกะทันหัน "แต่ดูเหมือนว่า... คุณจะยังมองข้าม 'ผู้ถือหุ้นที่แท้จริง' ที่อยู่เบื้องหลังความมั่งคั่งทั้งหมดของคุณไปเสียสนิทเลยนะครับ"
คินน์ชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบหันขวับกลับไปมองที่หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืน
บนดาดฟ้าของตึกระฟ้าฝั่งตรงข้าม เงาร่างหนึ่งในชุดสูทสีดำสนิทกำลังยืนถือโทรศัพท์มองตรงมาที่เขา พร้อมกับแสงไฟกะพริบจากอุปกรณ์บางอย่างที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังหน้าต่างห้องประชุมนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ
พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 34
ลมหายใจสุดท้าย
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!