เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพงระยับดังสนั่นห้องประชุมใหญ่ของตระกูลธนวรรธน์ แรงเหวี่ยงนั้นมากพอจะทำให้ถ้วยกาแฟเซรามิกราคาใบละหลายหมื่นสั่นไหวจนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเปื้อนรายงานโครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหมื่นล้าน
"แกหมายความว่ายังไงวะ เจ้าสิทธิ์!" ธันวาตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาเบิกโพลงด้วยเส้นเลือดฝอยที่แตกซ่าน ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด "ที่ดินโซน A ทั้งหมดในย่านการค้าใจกลางเมือง... ทำไมมันถึงถูกโอนสิทธิ์การครอบครองไปให้บริษัทอื่นในพริบตาเดียว! พวกเราถือครองโฉนดพวกนั้นมาสามชั่วอายุคนนะเว้ย!"
เจ้าสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายกฎหมายของตระกูลวัยกลางคน ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกใน เขากลืนน้ำลายลงคอatอย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า แม้แต่กระดาษในมือยังยับยู่ยี่เพราะแรงบีบ
"เรียนคุณธันวา... คือ... ทางเราก็ไม่ทราบเหมือนกันครับคุณชาย" เจ้าสิทธิ์เสียงสั่นเครือ "จู่ๆ ก็มีคำสั่งซื้อขายแบบบล็อกดีลวงเงินมหาศาลโอนเข้าบัญชีกลางของสำนักงานที่ดินโดยตรง ตัวเลขมันสูงจน... สูงจนเกินกว่าที่มูลค่าประเมินในท้องตลาดจะเทียบเคียงได้ถึงสามเท่า... และที่สำคัญที่สุด..."
"ที่สำคัญที่สุดอะไรวะ! พูดออกมาให้มันเคลียร์!" ธันวาคำรามลั่น หลอดเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ผู้ซื้อ... เขาใช้อำนาจสิทธิ์ขาดตามมาตราพิเศษ กว้านซื้อกรรมสิทธิ์แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และตอนนี้... ตอนนี้ระบบแจ้งเตือนว่า... พวกเขาได้ยื่นเรื่องถอนใบอนุญาตการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งหมดที่ตระกูลเรากำลังดำเนินโครงการอยู่แล้วครับ!"
สิ้นคำพูดนั้น ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า บรรดาบอร์ดบริหารชราภาพต่างหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย หลายคนถึงกับหายใจติดขัด เพราะพวกเขารู้ดีว่าโครงการโซน A คือหัวใจหลักค้ำ จุนกระแสเงินสดทั้งหมดของตระกูลธนวรรธน์ หากที่ดินตรงนั้นหลุดมือไป หมายความว่าอาณาจักรธุรกิจที่สร้างมานานนับทศวรรษกำลังจะพังทลายลงในชั่วข้ามคืน
ในวินาทีที่ความตื่นตระหนกกำลังกัดกินโสตประสาทของทุกคน ประตูห้องประชุมบานมหึมาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า
แอ๊ด...
เสียงบานพับเหล็กกล้าส่งเสียงคำรามต่ำๆ ท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาหันขวับไปมองยังผู้มาใหม่ทันที
ร่างสูงโปรดในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บพิเศษเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลสาดกระทบลงบนเรือนผมสีเข้มและสันจอดับที่คมกริบดุจใบมีด คินน์ก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างผู้กุมชะตากรรม รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความเย็นชาที่ลึกล้ำจนทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนีบหน่วงในช่องท้องราวกับยืนอยู่ปากเหวหน้าผาน้ำแข็ง
ข้างกายของเขาคือริน หญิงสาวในชุดเดรสยาวสีไวน์แดงขับผิวให้ดูโดดเด่นและสง่างาม เธอกุมมือคินน์ไว้หลวมๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองเหล่าผู้บริหารตระกูลใหญ่ที่เคยเหยียบย่ำพวกเขาด้วยสายตาที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความเคารพ มีเพียงความเยือกเย็นของผู้ที่มองลงมาจากจุดสูงสุด
"แก... แกมัน... คินน์!" ธันวาเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมา เมื่อจดจำใบหน้าที่เขาเคยสาดกาแฟใส่และเหยียบหัวให้ก้มกราบที่พื้นเมื่อหลายเดือนก่อนได้แม่นยำ "แกกล้าดียังไงถึงโผล่หัวเข้ามาที่นี่! รปภ.! รปภ. อยู่ไหนวะ ลากหัวไอ้สวะนี่ออกไป!"
ไม่มีเสียงตอบรับจากภายนอก มีเพียงความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว
คินน์ยกมือขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนอากาศราวกับกำลังควบคุมจังหวะของโลกใบนี้ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน
"เรียกหาคนที่อยู่ข้างนอกเหรอครับ ธันวา" น้ำเสียงของคินน์นุ่มนวล ทว่ากลับก้องกังวานเสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในห้อง "น่าเสียดายนะ... ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ทำงานให้คุณอีกต่อไปแล้วล่ะครับ เพราะผมเพิ่งซื้อตึกสำนักงานแห่งนี้ พร้อมกับจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งหมด รวมถึงทีมกฎหมายของคุณเข้าทำงานด้วยสัญญาจ้างฉบับใหม่... ด้วยเงินเดือนที่มากกว่าเดิมสิบเท่า"
ธันวาหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดจนสะโพกระแทกกับขอบโต๊ะประชุม "แก... แกพูดบ้าอะไร! ตึกนี้ โฉนดพวกนั้น มูลค่าเป็นหมื่นล้านนะเว้ย! แกเป็นแค่ฮันเตอร์ไร้ค่าที่เคยวิ่งรոกรับจ้างลงดันเจี้ยนระดับต่ำ จะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อ!"
รินที่ยืนเงียบอยู่เคียงข้างคินน์มาตลอด เปล่งเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างน่าฟัง เป็นเสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและมั่นคงในตัวชายหนุ่ม เธอบีบมือคินน์แน่นขึ้นเล็กน้อย ส่งกระแสความอบอุ่นที่ทำให้คินน์หันไปสบตาด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยความเย็นชาดุจเดิม
"เงินเดือนละหมื่นล้านเหรอครับ?" คินน์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมเรื่อยๆ จนหยุดยืนอยู่ตรงข้ามกับธันวา ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวทำให้ธันวาต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นมดปลวก "คุณประเมินอำนาจของผมน้อยเกินไปจริงๆ ธันวา"
คินน์ควักสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษหน้าจอไพลินไร้ขอบออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท นิ้วเรียวแตะลงบนหน้าจอเพื่อปลดล็อกด้วยระบบสแกน่าน กลิ่นอายความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจากตัวของเขาจนบอร์ดบริหารหลายคนถึงกับหายใจไม่ออก
"ระบบจ่ายคืนมหาศาล... ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การซื้อของกระจุกกระจิกหรอกนะครับ" คินน์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาสสีดำสนิทคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยประกายเพลิงแห่งความสะใจ "ทุกครั้งที่คุณดูถูกผม ทุกครั้งที่คุณพยายามเหยียบย่ำชีวิตของผมและริน... ระบบมันคำนวณมูลค่าความเจ็บปวดเหล่านั้นออกมาเป็น 'เครดิตไม่จำกัด' ที่พร้อมจะซื้อทุกอย่างที่คุณรักให้พังทลายคามือ"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของเจ้าสิทธิ์และบอร์ดบริหารทุกคนดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทุกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา และเมื่อก้มลงมองหน้าจอ ดวงตาของแต่ละคนก็เบิกค้างด้วยความสิ้นหวัง
มันคือประกาศอย่างเป็นทางการจากธนาคารกลางและสำนักงานพิทักษ์ทรัพย์สิน...
*บัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลธนวรรธน์ถูกอายัดและโอนสิทธิ์ขาดให้แก่ 'กลุ่มทุนซีโร่โฮลดิ้ง' เรียบร้อยแล้ว*
"ไม่... ไม่จริง! นี่มันเรื่องโกหก!" ธันวาหวีดร้องเสียงหลง เขาทรรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พยายามคลานเข้าไปหาคินน์ราวกับสุนัขจนตรอก มือสั่นเทากำชายเสื้อสูทราคาแพงของคินน์ไว้แน่น "คินน์! เพื่อนรัก... เราเคยเรียนด้วยกันนะเว้ย! ปล่อยตระกูลฉันไปเถอะ ฉันกราบล่ะ แกอยากได้อะไรฉันให้หมดเลย!"
คินน์ก้มมองดูชายผู้เคยยิ่งใหญ่ที่กำลังหมอบกราบแทบเท้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองเศษฝุ่นผงบนรองเท้าหนังขัดเงา
เขาย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของธันวาให้เงยขึ้นมาสบตากัน รอยยิ้มของคินน์ในวินาทีนี้ช่างงดงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
"คำว่า 'เพื่อนรัก' จากปากคุณ... ฟังดูน่าสมเพชเป็นบ้าเลยนะครับ" คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันแค่สองคน "ในวันที่รินเกือบจะไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยา... คุณหัวเราะเยาะพวกเรา ในวันที่คุณไล่เราออกจากห้องเช่า... คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเราจนไม่เหลือชิ้นดี"
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่ปลายเสื้อสูทออกราวกับรังเกียจที่จะให้มันแปดเปื้อน
"วันนี้... ผมไม่ได้มาเพื่อเจรจาธุรกิจกับคุณหรอกนะครับ" คินน์หันไปสบตากับรินที่ส่งยิ้มบางเบาให้กำลังใจ ก่อนจะหันกลับมามองธันวาที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายด้วยความสิ้นหวัง "ผมมาเพื่อบอกให้คุณรู้ว่า... อาณาจักรที่คุณภูมิใจนักหนาน่ะ มันจบสิ้นลงแล้ว"
เพลิงสีฟ้าอ่อนลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้วของคินน์ เป็นพลังจากระบบขั้นสูงสุดที่ถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อทำลายล้างเอกสารและกรรมสิทธิ์ทั้งหมดในห้องนี้ให้สลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
ในจังหวะที่ไฟกำลังลุกท่วมกระดาษสัญญาแผ่นสุดท้าย สมาร์ทโฟนในมือของคินน์ก็สั่นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับหน้าจอที่แสดงยอดเงินคงเหลือเป็นสัญลักษณ์อินฟินิตี้สีทองอร่าม
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่ประตูห้องประชุมเปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ผู้ถือเอกสารฉบับสุดท้ายที่จะตัดขาดลมหายใจเฮือกสุดท้ายของตระกูลธนวรรธน์อย่างถาวร
...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับผม... ความสะใจเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 23
เงินไม่จำกัด
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!