"ข้อเสนอสามสิบล้าน... แลกกับการถอนตัวจากกองกำลังสนับสนุนตระกูลธันวา คุณคิดว่าน้อยไปหรือครับ ผู้กองกรวีร์"
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของคินน์ดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมวีไอพีที่ปิดทึบ แสงไฟนีออนสีนวลส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมกริบราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของอารมณ์ขัน มีเพียงความว่างเปล่าที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทางให้กลายเป็นจุล
บนโต๊ะกระจกนิรภัยหนาเตอะ เอกสารสัญญาฉบับหนึ่งถูกผลักไปเบื้องหน้าชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบยศสูง ผู้กองกรวีร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้เขาจะเป็นนายทหารผู้คร่ำหวอดในวงการฮันเตอร์มานานนับทศวรรษ ผ่านสมรภูมิเฉียดตายมานับไม่ถ้วน แต่แรงกดดันจากมหาเศรษฐีหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่ปากเหว นรก ลมหายใจติดขัดอย่างน่าประหลาด
ธันวาเคยบอกเขาว่า คินน์ก็เป็นแค่เศษสวะที่อาศัยโชคช่วยจากระบบปริศนา แต่ภาพที่กรวีร์เห็นในเวลานี้ไม่ใช่เศษสวะเลยแม้แต่น้อย เขากำลังเผชิญหน้ากับ "ผู้ล่า" ที่แท้จริง ผู้ซึ่งถือครองอำนาจเงินตราที่สามารถซื้อได้แม้กระทั่งความภักดีของทหารกล้า
"สามสิบล้าน... มันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะครับ คุณคินน์" ผู้กองกรวีร์พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว สายตาเหลือบมองตัวเลขในเอกสารสัญญาสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของคินน์ "แต่ธันวาเขาก็มีบุญคุณกับผม..."
"บุญคุณ?" คินน์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนกรวีร์ต้องสะấu "บุญคุณที่มันใช้พวกคุณเป็นเครื่องมือกันกระสุน ในขณะที่มันนั่งจิบไวน์ราคาแพงอยู่ในคฤหาสน์หรูอย่างนั้นหรือครับ ผู้กอง? ลองถามใจตัวเองดูเถอะครับว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมา เงินสนับสนุนจากตระกูลธันวาเคยถึงมือลูกน้องของคุณครบทุกบาททุกสตางค์จริงๆ หรือเปล่า"
คำพูดนั้นจี้เข้า 10 ดำอย่างแม่นยำ กรวีร์หน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าตระกูลธันวาขึ้นชื่อเรื่องความเคבריยดและตระหนี่ถี่เหนียวแค่ไหน เงินสนับสนุนกองกำลังถูกตัดทอนลงเรื่อยๆ จนฮันเตอร์ใต้บังคับบัญชาของเขาต้องปากกัดตีนถีบ เสี่ยงชีวิตล่ามอนสเตอร์ระดับสูงด้วยอุปกรณ์ชำรุดทรุดโทรม
ในขณะเดียวกัน ริน หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของคินน์ ซึ่งนั่งเงียบสงบอยู่บนโซฟาหนังแท้ด้านข้าง ส่งยิ้มบางๆ ที่แฝงไปด้วยความเห็นอกเห็นใจให้กรวีร์ รินสวมชุดเดรสเรียบหรูสีน้ำเงินเข้ม รัศมีของเธอนุ่มนวลแต่สง่างาม เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรสักคำ เสน่ห์และความมั่นคงที่เธอแสดงออกมายิ่งทำให้คินน์ดูทรงพลังอย่างไร้ที่ติ
"ผมให้เวลาคุณคิดสามวินาทีนะครับ ผู้กอง" คินน์ยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดู นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ "หนึ่ง... เงินจำนวนนี้จะเข้าบัญชีของคุณทันทีที่คุณเซ็นสัญญา และหน่วยรบของคุณจะกลายเป็นกองกำลังพิเศษภายใต้การคุ้มครองของผมโดยตรง สอง... คุณยังคงภักดีต่อธันวา แล้วรอวันที่ตระกูลของมันล่มสลายพร้อมกับอนาคตของคุณ"
"ส... สองวินาทีมันสั้นเกินไปนะครับ!" กรวีร์ละล่ำละลัก ใบหน้าชุ่มโชกด้วยเหงื่อ ความโลภและความหวาดกลัวตีรันกันอยู่ในอก
"สาม"
คินน์เอ่ยคำสุดท้าย น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิตสวรรค์ ทันทีนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความธนาคารจากโทรศัพท์มือถือของผู้กองกรวีร์ก็ดังขึ้น "ติ๊ง!"
กรวีร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ยอดเงินฝากในบัญชีปรากฏตัวเลขสามสิบล้านเครดิตถ้วน พร้อมข้อความยืนยันการโอนเงินสำเร็จจากธนาคารกลางฮันเตอร์โดยตรง! ทั้งที่เขายังไม่ได้เซ็นสัญญาด้วยซ้ำ!
นี่ไม่ใช่แค่ความรวย แต่นี่คืออำนาจที่เหนือสามัญสำนึก คินน์สามารถเข้าถึงระบบการเงินระดับสูงสุดได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติใดๆ ทั้งสิ้น
"ผม... ผมขอตัวแทนตระกูลธันวาเซ็นตรงนี้ใช่ไหมครับ" กรวีร์กลืนน้ำลายเหนียวหนืด ความจงรักภักดีต่อธันวาพังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับเม็ดเงินมหาศาลและความจริงอันโหดร้าย
"ยินดีต้อนรับสู่พันธมิตรที่แท้จริงครับ ผู้กอง" คินน์ยื่นปากกาซึมหมึกราคาแพงให้ รอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเยือกเย็นของนักธุรกิจผู้กำชัยชนะ
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานส่วนตัวของธันวา ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร ทายาทตระกูลใหญ่กำลังเดือดดาลจนสติแทบหลุด โต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงถูกกวาดสิ่งของลงมาแตกกระจายเกลื่อนพื้น หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงรายงานความผิดปกติของกองกำลังสนับสนุนที่ทยอยถอนตัวออกทีละหน่วย ททีละหน่วย
"ไอ้สาสน์เอ้ย! มันเกิดอะไรขึ้นวะ!" ธันวาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ทำไมพวกมันถึงหันไปสวามิภักดิ์กับไอ้คินน์หมด! เงินเดือนของพวกมันฉันก็จ่ายให้อย่างดีไม่ใช่เหรอไง!"
"คุณหนูครับ..." บอดี้ガードคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก รายงานข่าวกรองล่าสุดที่เพิ่งได้รับทำให้เขาแทบไม่กล้าหายใจ "มีข่าววงในแจ้งว่า... คินน์ใช้มาตรการ 'จ่ายเงินสดล่วงหน้าสิบเท่า' และให้สวัสดิการระดับวีไอพีแก่ครอบครัวของฮันเตอร์ทุกคน ตอนนี้... ไม่ใช่แค่ผู้กองกรวีร์หรอกครับ หัวหน้าหน่วยแนวหน้าอีกสามคนก็เพิ่งส่งจดหมายยกเลิกสัญญากับเราเมื่อห้านาทีก่อนหน้านี้เช่นกัน"
"ว่ายังไงนะ!" ธันวาพุ่งเข้ามาควอคคอเสื้อของบอดี้การ์ด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความคลุ้มคลั่ง "แกไปจัดการมันสิ! เอาเงินในกองทุนสำรองของตระกูลไปทุ่มสู้กับมันเลย! สั่งฆ่ามัน! เอาหัวมันมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
"เรา... เราทำแบบนั้นไม่ได้แล้วครับคุณหนู" บอดี้การ์ดละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัว "ทางธนาคารกลางเพิ่งแจ้งอายัดบัญชีฉุกเฉินของตระกูลเรา เนื่องจากพบความผิดปกติในการเคลื่อนย้ายเงินทุน... และ... และ..."
"และอะไรวะ! พูดออกมาให้หมด!"
"และคนที่สั่งอายัด... คือผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของธนาคาร ซึ่งก็คือบริษัทโฮลดิ้งส่วนตัวของ... ของคุณคินน์ครับ"
ธันวาถึงกับเข่าทรุด ร่างกายเซถอยหลังไปชนชั้นหนังสือจนข้าวของหล่นลงมาทับตัว สมองของเขาสว่างวาบด้วยความตระหนักรู้ที่สายเกินแก้ คินน์ไม่ได้แค่ร่ำรวย แต่ไอบ้านั่นกำลังซื้อกิจการและรากฐานทั้งหมดที่ตระกูลธันวาสร้างมาทั้งชีวิต เพื่อบีบให้เขาจนมุมทีละก้าวอย่างเลือดเย็น
ในวินาทีที่ธันวากำลังจะกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง ประตูห้องทำงานหรูหรารวมถึงหน้าต่างกระจกกันกระสุนก็ระเบิดออกเป็นจุล เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ทหารขนาดใหญ่คำรามกึกก้องจนแก้วหูแทบแตก ลมพัดกระโชกแรงจนเอกสารปลิวว่อนไปทั่วห้อง
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินลงมาจากเชือกโรยตัวของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่ลอยลำอยู่เหนือระเบียง ร่างนั้นสวมสูทสีดำสนิท แว่นตากันแดดสีชาสะท้อนแสงไฟยามค่ำคืน รอยยิ้มมุมปากเย้ยหยันปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสปอตไลท์จากด้านบน
บอดี้การ์ดของธันวาชักปืนขึ้นเตรียมเล็ง แต่ยังไม่ทันได้เหนี่ยวไก กระสุนพลังงานแสงเลเซอร์สีฟ้าเฉียบคมก็พุ่งแหวกอากาศเจาะทะลุกระบอกปืนจนแหลกละเอียด พร้อมกับเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่ก้าวเข้ามาเหยียบลงบนพรมราคาแพงของห้อง
"ไม่ต้องลำบากเรียกกำลังเสริมหรอกครับ ธันวา"
คินน์เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังเดินชมสวนหลังบ้าน ด้านหลังของเขาคือรินที่เดินเคียงคู่มาด้วยรอยยิ้มสงบนิ่ง และผู้กองกรวีร์ในชุดเครื่องแบบใหม่เอี่ยมพร้อมกองกำลังพิเศษที่เล็งปากกระบอกปืนมาที่ธันวาเป็นตาเดียว
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ถอยร่นไปจนชิดมุมห้อง แผ่นหลังชนกำแพงเย็นเฉียบ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นว่าเกมนี้เขาพ่ายแพ้ราบคาบชนิดที่ไม่มีทางพลิกฟื้น
"แก... แกต้องการอะไร..." ธันวาเค้นเสียงสั่นเครือออกมาจากลำคอที่แห้งผาก
คินน์หยุดยืนห่างจากธันวาเพียงก้าวเดียว เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย มองศัตรูตัวฉกาจที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำตนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ปรากฏลวดลายออร่าสีทองจางๆ ออกมาควงเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์
"ผมไม่ได้มาเพื่อต่อรองครับธันวา..." คินน์ยิ้มเยือกเย็น ดวงตาส่อประกายอำมหิต "ผมมาเพื่อซื้อตระกูลของคุณ... ในราคา 'หนึ่งเครดิต' ถ้วน"
*ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่*
พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล•ตอนที่ 26
รอยร้าวในใจศัตรู
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกชะตาฮันเตอร์ไร้ค่าด้วยระบบจ่ายคืนมหาศาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!