เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจสายลับ•ตอนที่ 2

กฎเหล็กในเซฟเฮาส์

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"ถ้าข้ามเส้นนี้มาแม้แต่เซนติเมตรเดียว ผมจะถือว่าคุณประกาศสงคราม" ปลายปากกาเคมีสเตนเลสถูกวางกระแทกลงบนพื้นไม้ลามิเนตอย่างแม่นยำ เส้นชอล์กสีขาวที่ลากยาวแบ่งครึ่งห้องนั่งเล่นของเซฟเฮาส์ขนาดกะทัดรัดถูกขีดขึ้นด้วยฝีมือของธันวา สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบมองลอดผ่านไปยังร่างบางที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยท่าทีสบายอารมณ์ รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของเธอกำลังท้าทายเส้นประสาททุกเส้นในสมองของนักวิเคราะห์อัจฉริยะผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบอย่างเขา "เส้นชอล์กเหรอคะ... โอ้ I mean นะครับ" รินรดาแกล้งทำเป็นเปลี่ยนคำพูดเมื่อเห็นคิ้วหนาของอีกฝ่ายกระตุกขึ้นอย่างขัดใจ "นี่เด็กอนุบาลเหรอครับคุณธันวา ใช้ชอล์กขีดแบ่งอาณาเขตเหมือนเด็กแย่งอาณาจักรกันบนโต๊ะเรียน" "ผมไม่ใช่เด็ก และที่นี่ก็ไม่ใช่สนามเด็กเล่น" ธันวาปรับน้ำเสียงให้เรียบนิ่ง เย็นชา และเต็มไปด้วยอำนาจกดดัน ทว่าแววตาไหววับคู่นั้นกลับฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังหงุดหงิดกับความกวนประสาทของเธอ "กฎข้อแรกของเซฟเฮาส์หลังนี้คือต่างคนต่างอยู่ ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว และที่สำคัญที่สุด... ห้ามรื้อค้นข้าวของของผม" "แล้วถ้าของของคุณมันดันล้ำเข้ามาในเขตของฉันล่ะคะ... เอ่อ ครับ" รินรดาจงใจแกล้งพูดผิดเพื่อกวนโมโหเขาอีกครั้ง เธอผละตัวออกจากเคาน์เตอร์ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เส้นชอล์กสีขาวนั้นทีละนิดอย่างจงใจ ส้นรองเท้าผ้าใบแตะพอดีกับเส้นกั้นเขตพอดีเป๊ะ สายตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลาที่ตึงเครียดจนแทบจะเป็นเส้นตรง "เช่น เอกสารลับพวกนั้น... หรือว่าซองบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อของคุณ" ธันวาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันรอบตัวพุ่งสูงขึ้นจนอากาศในห้องแทบจะเจือด้วยประจุไฟฟ้า ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดเส้นชอล์กฝั่งของตัวเอง ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกาแฟเข้มๆ ของเขาปะทะเข้ากับปลายจมูกของรินรดาจนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "อย่าล้ำเส้น รินรดา" ธันวาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเธอ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่รั้นระคนตื่นตัว "คุณเป็นแค่สายลับพเนจรที่องค์กรทิ้งขว้าง ไม่ใช่แขกวีไอพี ถ้าไม่อยากตายเร็วกว่ากำหนด จงจำใส่สมองไว้ว่าที่นี่ใครคือเจ้าของบ้าน" "เจ้าของบ้านเหรอ?" รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่ลุกโชน "ถ้าฉันเป็นแค่ตัวปัญหาที่ถูกทิ้ง ทำไมคุณถึงต้องรับคำสั่งจากเบื้องบนให้มาคุมตัวฉันไว้ที่นี่ล่ะคะ... เอ่อ ครับ? หรือว่าจริงๆ แล้วคุณกลัว..." "กลัวอะไร?" "กลัวว่าความลับดำมืดที่คุณพยายามซ่อนไว้... มันจะถูกคนอย่างฉันขุดคุ้ยขึ้นมายังไงล่ะ" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที ไดอะล็อกคมคายที่ฟาดฟันกันด้วยเคมีที่ร้อนแรงราวกับเปลวไฟหยุดชะงักลงด้วยความจริงบางอย่างที่ถูกขุดขึ้นมาพูดถึง แววตาของธันวาไหววับไปชั่วพริบตา ความเจ็บปวดและร่องรอยของอดีตที่สูญเสียครอบครัวจากภารกิจล้มเหลวฉายชัดขึ้นมาในม่านตาคู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยกำแพงความเย็นชาที่หนาทึบยิ่งกว่าเดิม ธันวาขบกรามแน่น สันจมูกโด่งคมกริบอยู่ห่างจากปลายจมูกของเธอไม่ถึงคืบ ความใกล้ชิดที่อันตรายทำให้หัวใจของสายลับสาวเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ เธอไม่ได้คาดคิดว่าคำพูดพล่อยๆ ของเธอจะไปสะกิดแผลเป็นในใจของเขาเข้าอย่างจัง "คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลย รินรดา" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาเบาๆ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวเยือกเย็นลง "และทางที่ดี... อย่าพยายามรู้อะไรจะดีกว่า เพราะความอยากรู้อยากเห็นของคุณ มันอาจจะทำให้คุณไม่ได้ออกจากเซฟเฮาส์หลังนี้ทั้งเป็น" "งั้นก็ลองดูสิคะ" รินรดาตัดสินใจก้าวเท้าข้ามเส้นชอล์กสีขาวเข้ามาในเขตของธันวาอย่างจงใจ! ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชั่วเสี้ยววินาทีนั้น สัญชาตญาณนักวิเคราะห์อัจฉริยะถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณดิบของความเป็นชาย เขากระชากแขนเรียวเล็กของเธอเข้าหาตัวด้วยความรวดเร็ว แรงเหวี่ยงทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนIผมของเธอผสมกับกลิ่นอายความดุดันของเขาหลอมรวมกันในพื้นที่แคบๆ ระหว่างโต๊ะทำงานกับชั้นหนังสือ มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวบางไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้เธอร่วงหล่น ขณะที่มืออีกข้างยกขึ้นกั้นไม่ให้เธอขยับหนี รินรดาแหงนเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยบังเอิญ ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไปทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน เคมีที่เคยปะทะกันด้วยคารม กลายสภาพเป็นแรงดึงดูดมหาศาลที่ร้อนแรงและสั่นคลอนความมั่นคงในหัวใจของทั้งคู่ ดวงตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายความปรารถนาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาของเขา ธันวาเองก็ชะงักค้าง เขาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าหาญและบ้าบิ่นถึงขนาดกล้าท้าทายเขาด้วยการเหยียบข้ามเส้นแบ่งเขตที่เขาเพิ่งขีดขึ้นมามือเปล่า "คุณ... ปล่อยฉันนะ" รินรดาพยายามเปล่งเสียงพูดออกไป แต่เสียงของเธอกลับแหบพร่าและสั่นเทาอย่างน่าประหลาด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก "คุณเป็นคนก้าวข้ามเส้นมาเอง รินรดา..." ธันวาโน้มใบหน้าลงต่ำ สายตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูของเธอจนขนลุกซู่ "และตอนนี้... คุณก็ไม่มีสิทธิ์จะบอกให้ผมปล่อย" บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดที่อันตรายที่สุด ความเงียบงันทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีระหว่างทั้งสองให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด นิ้วเรียวของธันวาเผลอกระชับเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น รินรดากำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว แต่ทว่า... *กริ๊ก! แกร็ก!* เสียงปลดล็อกรหัสผ่านดิจิทัลที่หน้าประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงบานประตูไม้ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท! ธันวาและรินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากกันราวกับโดนไฟลวก ธันวาถอยหลังกลับไปยืนฝั่งเขตของตัวเองด้วยใบหน้าที่กลับมาเรียบสนิทเป็นหน้ากากน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว ส่วนรินรดารีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่พร้อมกับหันขวับไปมองที่หน้าประตูด้วยความตกใจระคนระแวง ร่างสูงของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบกริบ รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากและแววตาเจ้าเล่ห์ที่คุ้นเคยดี ปรากฏขึ้นตรงธรณีประตู ดร.วิชัย อดีตหัวหน้าหน่วยผู้ทรยศองค์กรและต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด ยืนกอดอกมองภาพคนทั้งคู่ด้วยสายตาสมเพชเวทนา "โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของพวกคุณสินะครับ... นักวิเคราะห์ธันวา และสายลับตัวแสบรินรดา" ดร.วิชัยหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาในเซฟเฮาส์โดยไม่ได้รับเชิญ "น่าประทับใจจริงๆ ที่หนีมาซ่อนตัวอยู่ในรูหนูแบบนี้... แต่เสียใจด้วยนะ พอดีว่าผมรู้รหัสผ่านลับของที่นี่... ตั้งนานแล้วล่ะ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปกับผมในตอนนี้ และเตรียมพบกับความเดือดระอุในตอนถัดไปได้เลยนะครับ * - ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ - *
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจสายลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%