เสียงปืนพกเก็บเสียงที่ดังขึ้นสองนัดติดต่อกันในความมืด ไม่ได้ทำให้ธันวาสะดุ้งแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวของเขาบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไกยังคงรัวกระทบอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ราวกับเสียงก๊อกแก๊กเหล่านั้นคือจังหวะดนตรีแจズในยามวิกาล หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยราดด้วยน้ำแข็ง ของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กร
เปรี้ยง!
เศษกระจกนิรภัยจากหน้าต่างห้องทำงานชั้นสี่สิบกระเด็นกราวลงมากองบนพื้นพรมราคาแพง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท รินรดาพุ่งตัวเข้ามาในห้องด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน มือข้างหนึ่งกำปืนสั้นพร้อมยิง ขณะที่อีกข้างเอื้อมไปควอดยังลูกบิดประตูเพื่อล็อกมันอย่างรวดเร็ว หอบหายใจเบาๆ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะความเหนื่อยอ่อนจากภารกิจภาคสนาม
"ถ้าคุณยังเคาะแป้นเสียงดังแบบนั้น ฉันเกรงว่ากระสุนนัดต่อไปของพวกมันจะไม่ใช่แค่การทุบกระจกเล่นนะครับ... คุณธันวา" รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบแหบพร่า น้ำเสียงติดเยาะหยันเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในแววตา
ธันวาหยุดพิมพ์ในเสี้ยววินาทีนั้น เขายังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงที่ถือวิสาสะพังหน้าต่างห้องเขาเข้ามา เขายังคงจดจ่ออยู่กับการดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลลับสุดยอดจากเซิร์ฟเวอร์ของ ดร.วิชัย อดีตหัวหน้าหน่วยผู้ทรยศ ที่กำลังวิ่งแข่งกับเวลา
"ถ้าคุณหุบปากแล้วช่วยเช็ดคราบเลือดบนไหล่ซ้ายของคุณออกเสียหน่อย มันอาจจะทำให้คุณดูฉลาดขึ้นกว่าการใช้หน้าต่างราคาแพงของผมเป็นทางเข้าออกนะ... รินรดา" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึกจนคนฟังต้องกัดฟันกรวด
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอสบถเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงพิงกำแพงใกล้โต๊ะทำงานของเขา มือเรียวขยับกุมบาดแผลที่ต้นแขนซ้ายซึ่งมีรอยเลือดซึมผ่านเนื้อผ้าสีดำออกมาอย่างเด่นชัด ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าหวานฉ่ำเหเกเล็กน้อย แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิที่มีล้นเหลือทำให้เธอเลือกที่จะเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมเปล่งเสียงโอ๊ดโอยออกมาให้ไอ้มนุษย์น้ำแข็งตรงหน้าได้หัวเยาะ
"ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะ นักวิเคราะห์โต๊ะกระจก... ถ้าฉันไม่ถ่วงเวลาพวกมันไว้ที่ชั้นสาม ป่านนี้สมองอัจฉริยะของคุณคงกระจายเต็มจอคอมพิวเตอร์ไปแล้ว"
"ผมไม่ได้ขอร้องให้คุณมาช่วย" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบสีนิลเหลือบมองรอยเลือดที่ไหลหยดลงบนพื้นพรมทีละหยดอย่างขัดใจ "และที่สำคัญ... เลือดของคุณกำลังทำให้ห้องทำงานสะอาดๆ ของผมเปรอะเปื้อน"
"ไอ้...!" รินรดาแทบจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อคนใจดำตรงหน้าให้หลุดติดมือ ถ้าติดที่ว่าตอนนี้เธอกำลังเสียเลือดมากเกินไปจนวิงเวียนศีรษะ
ธันวาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกรำคาญ เขายอมผละมือออกจากคีย์บอร์ด เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมาโยนไปบนตักของหญิงสาวเสียงดัง *ตุบ*
รินรดารับไว้ได้ทันด้วยมือข้างเดียว เธอมองกล่องพยาบาลสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มด้วยแววตาประหลาดใจแกแกมระแวง "อะไรของคุณ?"
"ทำแผลซะ... ผมไม่อยากถูกสอบสวนข้อหาปล่อยให้คู่หูภาคสนามตายคาห้องทำงาน เพราะมันจะทำให้ผมเสียเวลาวิเคราะห์ข้อมูลของ ดร.วิชัย ไปสามสิบนาทีเต็มๆ" คำพูดที่เจือความเยชาและไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจนั้นทำเอาคนที่กำลังบาดเจ็บอยากจะหยิบมีดพับปักหัวเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอด
"ปากแบบนี้... ไม่แปลกใจเลยทำไมภารกิจเมื่อสามปีก่อนถึงล้มเหลวไม่เป็นท่า จนครอบครัวของคุณต้อง..." รินรดาพลั้งปากพูดออกไปด้วยความโมโห แต่ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดจากริมฝีปาก บรรยากาศรอบตัวก็ลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา
ดวงตาของธันวาเปลี่ยนเป็นคมกริบราวนับมีดโกน รังสีอำมหิตพุ่งทะยานออกมาจากร่างสูงจนหญิงสาวถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์ที่ยังคงทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาที่นั่งพิงกำแพงอยู่ รัศมีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก มือใหญ่เอื้อมไปกระชากคอเสื้อสูทของเธอเข้ามาใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงเคมีอันตรายที่ปะทุขึ้นอย่างเงียบเชียบ
"อย่าล้ำเส้น... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ นัยน์ตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ไหวระริกด้วยความตกใจ "จำเอาไว้ว่าตอนนี้เราสองคนไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องร่วมมือกัน... ลากคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของ ดร.วิชัย ลงนรกไปพร้อมกัน"
รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงฝนตกด้านนอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อท่าทีคุกคามของเขา แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไปนี้ กำลังทำให้เธอลืมเลือนความเจ็บปวดที่แผลไปเสียสนิท กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นจากตัวเขาช่างเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน
"ปล่อย... ฉันทำเองได้" เธอกัดฟันเอ่ยเสียงสั่น พยายามผลักอกแกร่งออกห่าง แต่ธันวากลับไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงใช้สายตาสำรวจใบหน้าเนียนที่เปื้อนคราบเขม่าควันของเธอด้วยความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจนิยามได้
ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างคนทั้งสองจะลึกล้ำไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังกรูขึ้นมาบนบันไดหนีไฟ เสียงปืนกลหนักเริ่มกราดยิงทะลุประตูเหล็กเข้ามาทีละนัดอย่างไม่เกรงใจ
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อวิเคราะห์จากเสียงฝีเท้าแล้ว พวกมันมีไม่ต่ำกว่าสิบคนและปิดตายทุกทางหนีหมดแล้ว "เวรเอ๊ย... พวกมันตามรอยสัญญาณไอพีที่เรากำลังแฮกเจอแล้ว!"
ธันวาสบถในลำคออย่างหัวเสีย เขาละสายตาจากใบหน้าของเธออย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงคอเสื้อของหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืนตามแรงกระชาก "จับมือผมไว้... ถ้าไม่อยากตายที่นี่"
รินรดายังไม่ทันได้ท้วงติง ธันวาก็หมุนตัวเตะเข้าที่ผนังห้องลับหลังชั้นหนังสือเสียงดัง *โครม!* เผยให้เห็นทางเดินลับใต้ดินที่มืดสนิทและชื้นแฉะ ซึ่งเป็นเส้นทางหลบหนีฉุกเฉินที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อนนอกจากเขา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าเข้าสู่ความมืดของทางลับนั้นเอง แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจากประตูหน้าที่พังทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาร่างหนึ่งในชุดโค้ทสีดำยาว ที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ที่กรอบประตู
"คิดจะหนีไปไหนเหรอ... ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่เอ่ยทักขึ้น ทำให้ทั้งธันวาและรินรดาต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที ร่างสูงแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเสียงนั้นชัดเจน ส่วนรินรดาถึงกับหน้าซีดเผือกด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่ก้าวเข้ามา
...ดร.วิชัย... คนที่ควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปกับผมในตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจสายลับ•ตอนที่ 1
จุดบรรจบของคนสองขั้ว
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจสายลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
