"ขโมยของหลวงเข้าบ้านครั้งนี้ เกรงว่าต่อให้คุกเข่าสำนึกผิดหน้าศาลบรรพชนจนเข่าสึก ก็คงไถ่บาปในใจไม่หมดหรอกกระมังครับคุณป้า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งบนยอดเขาสูงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันหลังแนวรั้วไม้ไผ่ หลินฟางชะوกหน้าขึ้นจากแปลงคะน้าฮ่องกง ใบหน้าเรียวสวยประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองร่างท้วมของสะใภ้รองตระกูลจางที่กำลังยื่นมือสั่นเทาเข้ามาควานหาหัวไชเท้ามิติพิเศษในเข่งไม้สานด้วยความโลภ
เป้าหมายของหลินฟางในวันนี้ไม่ใช่แค่การไล่ตะเพิดสุนัขจิ้งจอกที่ชอบฉวยโอกาสยามสามีไม่อยู่ แต่เป็นการตลบหลังจัดฉาก "กับดัก" ชุดใหญ่ ที่จะทำให้พวกมันไม่มีหน้ามาเหยียบเรือนหลังนี้อีกชั่วชีวิต
สองวันก่อน หลินฟางสังเกตเห็นรอยเท้าเปื้อนโคลนบริเวณแปลงผักกาดขาวด้านหลัง ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายของพื้นที่เกษตรกรรมอัจฉริยะในมิติลับของเธอยังแจ้งเตือนถึงความผิดปกติของการสูญเสียพลังงาน ผักที่เธอปลูกด้วยน้ำทิพย์สวรรค์และเร่งการเจริญเติบโตด้วยระบบอัตโนมัติ ไม่ใช่แค่พืชผลธรรมดา แต่มีสรรพคุณบำรุงกำลังและรักษาโรคเรื้อรัง หากนำไปขายในตลาดมืด ย่อมได้ราคาเทียบเท่าทองคำครึ่งตำลึงต่อหนึ่งชั่ง!
แล้วตระกูลจางสายรองที่ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนา มีหรือจะปล่อยให้ลาภปากเช่นนี้หลุดมือ?
"ปากคอเราะร้ายนักนะนังหลุมอากาศ!" สะใภ้รองตระกูลจางสะดุ้งโหย่งชักมือกลับราวกับโดนเหล็กแดงเผาไฟ นางถลึงตาใส่ด้วยความแค้นเคือง ใบหน้าอวบอูมขึ้นสีแดงจัดด้วยความอับอายและโลภโมโทสัน "ข้าเป็นถึงป้าสะใภ้ของเจ้า ผักเน่าๆ ริมรั้วไม่กี่ต้น ข้าจะเก็บไปต้มให้หมูกินเสียหน่อย เจ้ายังกล้าทวงบุญคุณรึไง!"
หลินฟางหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะคล้ายเสียงกาน้ำชาที่กำลังเดือดปุดๆ บนเตาถ่าน นางค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปัดเศษดินออกจากผ้ากันเปื้อนอย่างใจเย็น ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างอ้วนท้วมนั้นทีละก้าว ช้าๆ ทว่ากดดันจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังรูด
"ผักเน่าๆ งั้นหรือครับ?" หลินฟางเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยประกายวาววับ "ถ้าเป็นผักเน่าจริง เหตุใดเมื่อครู่มือของท่านป้าถึงได้สั่นเทาด้วยความตื่นเต้นยามสัมผัสโดนหัวไชเท้าหิมะพวกนั้นเล่า? อีกอย่าง... ผักในแปลงนี้ ข้าไม่ได้ปลูกไว้ให้หมูกินครับ แต่ข้าเตรียมไว้ต้อนรับ 'แขกพิเศษ' ที่ชอบถือวิสาสะยามเจ้าของบ้านไม่อยู่ต่างหาก"
สิ้นคำพูดของภรรยา เสียงฝีเท้าหนักแน่นราวกับพายุบุกทะลวงก็ดังขึ้นจากหน้าประตูรั้ว จางเหว่ยในชุดเครื่องแบบทหารที่ยังไม่ทันได้ปลดกระดุมคอเสื้อ ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวราวกับลดลงสิบองศา ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพของป้าสะใภ้ที่ถือวิสาสะลักลอบเข้าบ้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของภรรยา
ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านถึงขีดสุดในอกของนายทหารหนุ่ม ผู้ใดบังอาจล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขตของเขา ผู้นั้นสมควรต้องชดใช้ด้วยเลือด!
"ใครอนุญาตให้เจ้าก้าวเข้ามาในพื้นที่ของครอบครัวข้า" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังสะท้อนก้อง จางเหว่ยสาวเท้ายาวๆ เข้ามาขวางกลางระหว่างภรรยาและป้าสะใภ้ ร่างสูงใหญ่บังมิดแม้กระทั่งเงาแสงแดด ทำให้สะใภ้รองตระกูลจางถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
นางไม่เคยเห็นหลานชายคนนี้มีท่าทีน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน! ปกติแม้จะเย็นชาและพูดน้อย แต่วันนี้... จางเหว่ยคล้ายกับสدสัตว์ป่าที่พร้อมจะขยี้ทุกคนเป็นจุลหากกล้าแตะต้องสิ่งล้ำค่าของมัน
"จ...จางเหว่ย เจ้า... เจ้าจะทำอะไรข้า ข้าเป็นป้านะ!" สะใภ้รองละล่ำละลักละล่ำเสียงสั่นเทา
"ป้าหรือครับ?" จางเหว่ยแค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาดำสนิทไร้ซึ่งความรู้สึก "คนที่ลักเล็กขโมยน้อยยามเจ้าของบ้านไม่อยู่ ทางการเขาเรียกว่า 'โจร' ครับ และโทษของโจรที่บุกรุกยามวิกาลหรือลักทรัพย์ในยามวิกาล... เกรงว่าต่อให้ท่านป้าเอาที่ดินทั้งแปลงมาแลก ก็คงไม่พ้นต้องไปนอนซังเตที่อำเภอหลายปี"
หลินฟางมองสามีที่แปลงร่างเป็น "หมาบ้า" คลั่งรักปกป้องภรรยาด้วยความรู้สึกขบขันระคนอบอุ่นหัวใจ นางเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ ส่งสัญญาณเตือนให้เขาใจเย็นลงเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขึ้นมาเผชิญหน้ากับเหยื่อในกับดักด้วยรอยยิ้มหวานหยด
"ท่านป้าไม่ต้องตกใจไปหรอครับ ข้าไม่ใช่คนใจร้ายใจดำถึงขนาดส่งญาติผู้ใหญ่เข้าคุกในข้อหาลักผักไม่กี่ต้นหรอก" หลินฟางย่อกายลงเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนหวานแต่เฉียบคมบาดลึก "เพียงแต่... ของที่ท่านหยิบไปเมื่อครู่ มันไม่ใช่ผักธรรมดานะครับ แต่มันคือ 'สมุนไพรขับพิษโลหิต' ที่ข้าเพิ่งผสมหัวเชื้อพิเศษลงไป ผู้ใดที่กินเข้าไปโดยไม่ผ่านกระบวนการต้มสกัดที่ถูกต้อง... ภายในสามชั่วยาม ร่างกายจะเกิดอาการคันคะเยอ ผื่นแดงขึ้นทั่วร่าง และที่สำคัญที่สุด..."
นางเว้นจังหวะ เลิกคิ้วมองป้าสะใภ้ที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ
"...ผมร่วงจนหมดหัว แก้ไม่หายไปตลอดชีวิตครับ"
"อ๊ายยย! นังสารเลว! แกวางยาข้าเรอะ!" สะใภ้รองกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจกลัว นางรีบควานหาหัวไชเท้าในอกเสื้อแล้วขว้างทิ้งลงพื้นราวกับเจอผีสาง ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความหวาดผวา รีบคลานหนีออกจากรั้วบ้านของหลินฟางด้วยความทุลักทุเล พลางโวยวายลั่นหมู่บ้านจนชาวบ้านแถบนั้นต่างพากันชะโงกหน้าออกมาดูความอับอายของนาง
จางเหว่ยหันกลับมามองภรรยา ดวงตาที่เคยดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึก เขายื่นมือหนาไปกุมมือเรียวเล็กของนางไว้แน่น ฝ่ามืออุ่นจัดถ่ายทอดความรู้สึกรักใคร่และชื่นชมออกมาจนหมดสิ้น
"เจ้า... ไปเรียนวิธีขู่คนแบบนี้มาจากไหนกัน หืม?" จางเหว่ยกระซิบถามเสียงนุ่ม ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มเอ็นดู
"ข้าก็แค่วางกับดักให้คนที่โลภมาก ได้รับบทเรียนที่ไม่มีวันลืมก็เท่านั้นเองครับท่านพี่" หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มซุกซนฉายชัดบนดวงหน้าหวาน
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอุ่นและเสียงหัวเราะเบาๆ ของทั้งคู่กำลังประสานกันท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของดินและแปลงผักสดใหม่ เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
หลินฟางชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปเล็กน้อย จางเหว่ยขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณทหารเตือนภัยพุ่งสูงขึ้นทันที เขาดึงร่างบางมาหลบไว้ด้านหลังเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าไปเปิดประตูรั้ว
ร่างของชายชราในชุดคลุมผ้าไหมปักลายประณีต ผู้อยู่เบื้องหลังอำนาจมืดในตลาดมืดเมืองหลวง ยืนแย้มยิ้มรออยู่เบื้องหน้า พร้อมกับกล่องไม้จันทน์หอมที่ส่งกลิ่นอายลึกลับบางอย่างออกมา
"สวัสดีแม่นางหลิน... ข้าได้ยินมาว่า เจ้าคือผู้ครอบครอง 'ชาหอมหมื่นลี้' สูตรลับที่หายสาบสูญไปนับร้อยปีใช่หรือไม่?" ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้มอันตราย ดวงตาหรี่มองลึกเข้าไปในบ้าน
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำกับชาหอมๆ แก้วนี้ไปพร้อมกับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" นะครับ
กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว•ตอนที่ 12
กับดักที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!