"ถ้าพวกแกยังกล้าเหยียบเข้ามาในเขตบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะเอาไม้กวาดอาคมนี่ไล่ตีหัวหมาตัวไหนก็ตามที่ทำตัวเป็นเหลือบไรไร้ยางอาย!"
เสียงตวาดก้องของหลินฟางดังสะท้อนไปทั่วบริเวณรั้วไม้ไผ่ที่ตอนนี้ถูกตกแต่งด้วยแปลงผักกวางตุ้งอวบอ้วนและมะเขือเทศสีแดงสด เธอยืนเท้าสะเอว ใบหน้าเรียวรูปไข่แดงก่ำด้วยความโกรธแต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความฉลาดเฉลียว มือขวาถือตะหลิวเหล็กด้ามยาวที่เพิ่งยกขึ้นมาจากเตาไฟ สภาพของเธอในยผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้เก่าๆ แต่มิติลับในห้วงจิตสำนึกกลับสั่นระริกพร้อมส่งน้ำค้างวิเศษมารักษาความชุ่มชื้นให้แปลงผักรอบบ้านได้ทันทีหากมีใครคิดทำลาย
เบื้องหน้าของเธอคือป้าสะใภ้ใหญ่จางและสะใภ้รองตระกูลจางผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนา สองคนนั้นพยายามเบียดเสียดกันเข้ามาตรงประตูรั้ว มือไม้ถือตะกร้าหวายหวังจะฉวยโอกาสกอบโกยผักสวนครัวราคาแพงที่ช่วงนี้ชาวบ้านต่างร่ำลือกันว่า รสชาติหวานกรอบราวกับปลูกด้วยน้ำทิพย์
"หลินฟาง! นังเด็กปากดี แกกล้าดียังไงมาไล่พวกฉัน ผู้หลักผู้ใหญ่มาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน ทำไมไม่ต้อนรับให้มันดีๆ หะ!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผดเสียงแหลมสูงจนอีกาบนต้นไม้ข้างบ้านต้องบินหนี นางส่งสายตาร้อนผ่าวด้วยความอิจฉาริษยา มองสำรวจบ้านดินที่ตอนนี้ต่อเติมจนสะอาดสะอ้าน มีกลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูโชยออกมาเตะจมูก ยิ่งเห็นกองกระสอบแป้งสาลีและไข่ไก่สดวางเรียงรายในครัว นางก็ยิ่งมั่นใจว่านังสะใภ้นอกคอกผู้นี้ต้องแอบซ่อนเงินทองจากการค้าขายในตลาดมืดไว้แน่นอน
"ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไหนกันครับ เดินเข้ามามือเปล่าแต่ตาส่อแววโจรแบบนี้ เขาไม่เรียกผู้ใหญ่หรอกครับ เขาเรียกว่า 'โจรปล้นกลางวัน' ต่างหาก"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง จางเหว่ยเดินถือขวานผ่าฟืนเข้ามาด้วยท่าทีนิ่งสงบ ร่างกายสูงใหญ่ในชุดเสื้อทหารเก่าๆ ขาดวิ่นตรงหัวไหล่เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองสองป้าสะใภ้ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาโดยไม่ต้องพยายาม เมื่อครู่เขาเพิ่งกลับมาจากค่ายทหารเพื่อตรวจราชการสั้นๆ แต่ภาพที่เห็นคือญาติผู้พี่และป้าสะใภ้กำลังรังแกภรรยาตัวน้อยของเขา รังสีความคลั่งรักและเลือดนักสู้พุ่งพล่านจนเขาแทบจะกลายร่างเป็นหมาบ้าที่พร้อมขย้ำใครก็ตามที่กล้าทำให้หลินฟางต้องขมวดคิ้ว
ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าถอดสีเมื่อสบเข้ากับดวงตาของจางเหว่ย นางรู้ดีว่าไอ้หลานเขยคนนี้ทั้งดุ ทั้งจริงจัง และไม่เคยไว้หน้าใครหน้าไหนทั้งสิ้น แม้กระทั่งผู้ใหญ่บ้านยังเกรงใจเขาสอบส่วนหนึ่ง
"อะ...ไอ้เหว่ย! แกจะทำร้ายญาติผู้พี่หรือไง ฉันเป็นป้าแกนะ!" ป้าสะใภ้รองละล่ำละลักถอยหลังกรูด มือที่ถือตะกร้าสั่นเทา
"ญาติ? ตอนที่พวกเราไม่มีข้าวกินจนเกือบอดตาย ญาติเหล่านี้เคยเอาข้าวมาให้สักเมล็ดไหมครับ? ตอนที่ผมบาดเจ็บกลับมาจากชายแดนแล้วพวกท่านบอกว่าบ้านเราเป็นตัวซวย ญาติเหล่านี้เคยมาเหลียวแลบ้างไหม?" จางเหว่ยสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงฝหนักแน่นราวดั่งค้อนทุบลงบนแผ่นเหล็ก "แต่วันนี้ พอเห็นพวกเราปลูกผักขายได้กำไร มีกินมีใช้ พวกท่านกลับหน้าด้านเดินเข้ามาขอส่วนบุญ... ไสหัวไปซะ! ถ้าไม่อยากให้ข้าใช้ด้ามขวานนี้ต้อนรับแทนไม้กวาด!"
หลินฟางอมยิ้มมุมปาก เธอแอบใช้มือแตะชายเสื้อของจางเหว่ยเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้เขาใช้ความรุนแรงเกินเหตุ แต่ในใจกลับรู้สึกอุ่นวาบจนซ่านไปถึงทรวงอก สามีหนุ่มทหารกล้าคนนี้ไม่เคยทำให้เธอกลัวเลยสักครั้ง มีแต่จะทำให้เธอรู้สึกว่า โลกใบนี้ต่อให้โหดร้ายแค่ไหน เธอก็ยังมีกำแพงเหล็กที่ชื่อว่า "จางเหว่ย" คอยปกป้องอยู่เสมอ
"จำไว้ด้วยนะจ๊ะ" หลินฟางก้าวออกมาข้างหน้า เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยัน "ผักในสวนของฉัน แม้แต่ใบเดียวก็เป็นของมีค่าที่รดด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของฉันกับสามี ถ้าพวกแกยังกล้ามาด้อมๆ มองๆ แอบขโมยตอนพวกเราเผลล่ะก็... ระวังตัวไว้เถอะว่าวันดีคืนดี อาหารที่พวกแกกินเข้าไป อาจจะมีสมุนไพรระบายท้องสูตรพิเศษของฉันแถมให้ฟรีๆ ชนิดที่ว่าวิ่งเข้าห้องน้ำจนก้นลายไปข้างหนึ่งเลย!"
คำขู่ที่เจือด้วยรอยยิ้มหวานหยดแต่เย็นเยียบถึงไขสันหลังทำเอาสองป้าสะใภ้สะท้านเฮือก พวกนางรู้ดีว่าหลินฟางฉลาดเป็นกรดและมักมีวิธีแปลกๆ เอาคืนคนอื่นเสมอ สุดท้ายจึงทำได้เพียงฮึดฮัดกระทืบเท้าด้วยความแค้น สบถด่าพึมพำแล้วถอยร่นออกไปจากเขตบ้านอย่างไม่เต็มใจ
เมื่อร่างของสองคนนั้นลับตาไป หลินฟางก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมามองสามีที่ตอนนี้เปลี่ยนสีหน้าจากยักษ์มารเป็นลูกหมาอ้อนเจ้าของทันที
"เหนื่อยไหมครับคนดี เมียจ๋าเก่งที่สุดเลย" จางเหว่ยทิ้งขวานในมือ โอบกอดเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวทันที ปลายจมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นชาอ่อนๆ ที่ติดตัวเธอเสมอราวกับเสพติด
"พอเลย ตาบ้า คนอื่นมองอยู่... อุ๊ย!" หลินฟางตีแขนแกร่งเบาๆ แต่ไม่ทันได้ดิ้นหนี กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารมื้อเที่ยงที่เธอเคี่ยวไว้ในครัวก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านดิน
มันคือ "ไก่ตุ๋นโสมยาจีนกับเห็ดหอมป่า" ที่เธอนำวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติลับมาผสมผสานกับเครื่องเทศท้องถิ่น น้ำซุปสีทองใสส่งกลิ่นหอมเย้ายวนตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ กลิ่นหอมของสมุนไพรและเนื้อไก่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปากลอยไปไกลจนบ้านข้างเคียงต่างต้องสูดปากกลืนน้ำลาย
จางเหว่ยสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าปอดลึก ดวงตาเป็นประกายระยับ "ภรรยาจ๋า วันนี้ฝีมือเธอต้องอร่อยจนลิ้นละลายแน่ๆ เลย"
หลินฟางยิ้มกริ่ม เตรียมตักอาหารใส่ชามกระเบื้องเคลือบเพื่อฉลองชัยชนะเล็กๆ เหนือญาติจอมปลอม แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะยกฝาหม้อออก เสียงเคาะประตูรั้วด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ไม่ใช่เสียงเคาะแบบคนมารังควาน แต่เป็นจังหวะการเคาะที่หนักแน่นและเป็นระเบียบ ทว่าเต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าสงสัย
จางเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย รีบดึงภรรยามาไว้ด้านหลัง แล้วก้าวไปเปิดประตูรั้วด้วยความระแวดระเวน
ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกุน... ชายแปลกหน้าสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบังด้วยหมวกปีกกว้าง ในมือถือป้ายไม้สลักลายประหลาดที่จางเหว่ยจำได้ทันทีว่าเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยลับกองทัพหลวง
ชายผู้นั้นกวาดสายตาคมปลาบมองมาที่หลินฟาง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเย็นยะเยือก
"คุณหลินฟาง... นายท่านผู้ทรงอิทธิพลจากเมืองหลวง ส่งเทียบเชิญให้คุณเดินทางไป 'พิสูจน์ที่ดิน' แปลงลับ ณ หุบเขาหมื่นลี้... ภายในคืนนี้ครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนชาหอมๆ แก้วนี้ไปพร้อมกันนะครับ
กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว•ตอนที่ 11
แขกไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!