"ปากพวกหล่อนว่างนักหรือ ถึงได้เอาเวลาทำมาหากินมานั่งแทะกระดูกสันหลังชาวบ้านเขาแบบนี้?"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไอสังหารจางๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันหน้าร้านค้าสหกรณ์ประจำหมู่บ้าน บรรดาแม่บ้านและภรรยาเจ้าหน้าที่นิคมเกษตรกรรมที่กำลังสุมหัวนินทากันอย่างออกรสถึงกับสะดุ้งสุดตัว วงสนทนาแตกกระเจิงในชั่วพริบตา เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเกตสีเขียวเข้มของนายทหารปลดประจำการก้าวเข้ามาขวางกลางวง
จางเหว่ยไม่ได้ตะโกน แววตาของเขาคมกริบดั่งใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ เขากวาดสายตามองหน้าหญิงปากมากทีละคนด้วยความเย็นชา จนไม่มีใครกล้าสบตา แม้แต่ป้าเฉิน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการกระจายข่าวลือเร็วยิ่งกว่าวิทยุชุมชน ยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ถอยหลังกรูดไปหลบอยู่หลังเสาไม้
ข่าวลือเสียๆ หายๆ แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านตั้งแต่เมื่อวาน ว่ากันว่าหลินฟางผู้เป็นภรรยาใช้เสน่ห์ยาแฝดหรือวิสัยมารยาบางอย่างในการค้าขายผักแปลกๆ จนได้กำไรเกินควรในตลาดมืด และยังมีคนตาดี(ที่กุเรื่องขึ้น)เห็นเธอนั่งรถบรรทุกของชายแปลกหน้าเข้าเมืองลับตาไปสองต่อสอง
คำครหาเหล่านี้เปรียบเสมือนคมหอกคมดาบที่มุ่งตรงมาทำลายชื่อเสียงของหญิงสาวผู้กำลังก้มหน้าก้มตาทำมาหากิน ทว่า สำหรับจางเหว่ยแล้ว นี่ไม่ใช่แค่การนินทาชาวบ้าน แต่มันคือการ "หยามหน้า" ภรรยาอันเป็นที่รักยิ่งของเขา
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อย เขาจำต้องอดกลั้นความโกรธเกรี้ยวไม่ให้ระเบิดออกมาเป็นความรุนแรงต่อหน้าธารกำนัล แต่รัศมีความกดดันรอบตัวเขากลับแผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
"ถ้าพวกป้าๆ น้าๆ มีเวลาว่างเหลือเฟือจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ผมแนะนำให้กลับไปกวาดลานบ้านตัวเอง หรือไม่ก็อบรมลูกหลานให้เรียบร้อยเสียก่อนจะมาเที่ยววิจารณ์คนอื่น" จางเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเฉียบขาด "เรื่องที่ภรรยาผมหาเงินได้มากกว่าพวกท่าน ไม่ได้แปลว่าเธอต้องใช้วิธีสกปรก... หากใครยังมีปากว่างๆ ปล่อยข่าวลือไร้สาระออกมาอีก ผมคงต้องเชิญหัวหน้าหน่วยมานั่งคุยกับสามีของพวกท่าน เพื่อทบทวนเรื่องวินัยและความประพฤติกันเสียหน่อยแล้ว"
คำขู่ที่ไร้ซึ่งรอยยิ้มนั้นได้ผลชะงักงัด ทุกคนรู้ดีว่าจางเหว่ยแม้จะเป็นคนเงียบขรึมและทำไร่ทำสวนเป็นหลัก แต่เส้นสายและบารมีเก่าสมัยรับราชการทหารยังคงมีอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะกล้าหาเรื่องด้วย
หลินฟางซึ่งเพิ่งเดินถือตะกร้าสมุนไพรกลับมาจากแปลงผักหลังบ้าน ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หลังพุ่มไม้หนา หัวใจดวงน้อยพลانกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอนึกว่าเธอจะต้องลุกขึ้นมาตบปากพวกปากหอยปากปูเหล่านี้ด้วยตัวเองเสียอีก ใครจะคาดคิดว่าสามีหนุ่มผู้เงียบขรึมและมักจะแสดงความรักผ่านการกระทำเงียบๆ เช่นการช่วยผ่าฟืนหรือตักน้ำ จะก้าวออกมายืนเป็นโล่กำบังให้เธอในยามที่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงเช่นนี้
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวของก้อนเนื้อในอก เธอไม่ได้อ่อนแอจนต้องให้ใครปกป้องตลอดเวลา แต่การมี "พวกพ้อง" ที่พร้อมจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ในยามที่โลกทั้งใบหันหลังให้ มันช่างเป็นความรู้สึกที่ทรงพลังเสียเหลือเกิน
ยามเย็นมาเยือนเร็วกว่าปกติ ท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านถูกย้อมด้วยสีส้มอมแดงระเรื่อ กลิ่นหอมกรุ่นของดินหลังฝนตกผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำมันหมูที่กำลังเดือดปุดๆ ในครัวเรือนตระกูลจาง หลินฟางจัดการล้างมือให้สะอาดสะอ้าน ก่อนจะเริ่มลงมือเตรียมอาหารมื้อค่ำเพื่อเป็นการ "ขอบคุณ" และปลอบขวัญสามีหนุ่ม
วันนี้ในมิติลับของเธอ ผลผลิตจำพวก "เห็ดหอมป่าภูเขา" และ "หน่อไม้หวานอวบน้ำ" เติบโตงอกงามจนได้ที่ เธอจึงคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศเหล่านี้ออกมาปรุงเป็นเมนูเด็ดประจำค่ำคืนนี้ นั่นคือ **"ไก่บ้านตุ๋นเห็ดหอมยาจีนและหน่อไม้สด"**
เนื้อไก่บ้านเนื้อแน่นสับเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปรวนกับขิงแก่และพริกไทยดำเม็ดโตในหม้อดินเผาจนหนังตึงส่งกลิ่นหอมฟุ้ง จากนั้นเติมน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคี่ยวไฟอ่อน ใส่เห็ดหอมแห้งที่แจนจนนุ่มและหน่อไม้สดหั่นแว่นลงไปเคี่ยวร่วมกันนานนับชั่วโมง กลิ่นหอมละมุนของเครื่องยาจีนและกลิ่นอายดินจากเห็ดหอมป่าลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้าน ขจรขจายผ่านรั้วไม้ไผ่จนเพื่อนบ้านใกล้เคียงต่างพากันกลืนน้ำลาย
จางเหว่ยเดินกลับเข้าบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้าจากการซ่อมแซมคอกสัตว์ ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบธรณีประตู ความเครียดและความขุ่นเคืองจากเรื่องในตอนกลางวันก็มลายหายไปสิ้นเมื่อปะทะเข้ากับกลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารตรงหน้า
"กลับมาแล้วหรือครับ" เสียงหวานใสเอ่ยทักทายจากหน้าเตาไฟ หลินฟางหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้เขา ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายความอบอุ่น "ล้างมือล้างหน้าเสียก่อนเถอะครับ วันนี้ฉันทำตุ๋นยาจีนหม้อใหญ่ บำรุงกำลังเสียหน่อย คุณเหนื่อยมาทั้งวันเพื่อฉันแล้ว"
ประโยคคำว่า "เพื่อฉัน" นั้นทำให้จางเหว่ยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มทอดมองภรรยาด้วยความลึกซึ้ง ไอร้อนจากหม้อดินทำให้ใบเนียนของหญิงสาวขึ้นสีเรื่อระเรื่อ ช่างงดงามและน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
"เรื่องวันนี้..." จางเหว่ยเอ่ยขึ้นเสียงทุ้มขณะทรตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ "ผมอาจจะจัดการได้ไม่ดีพอ ปล่อยให้พวกปากหอยปากปูมารบกวนจิตใจคุณ"
หลินฟางวางชามกระเบื้องเคลือือขอบสีน้ำเงินลงตรงหน้าเขา ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวล เธอทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ใช้มือเรียวตักเนื้อไก่ชิ้นโตและหน่อไม้ฉ่ำน้ำซุปใส่ถ้วยให้สามี ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ
"คุณทำดีที่สุดแล้วต่างหากล่ะคะ... เอ๊ย... ครับ" หลินฟางเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาจนต้องรีบแก้เขิน แต่รอยยิ้มซุกซนกลับปรากฏบนมุมปาก "ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะต้องให้ใครมาปกป้องตลอดเวลาหรอกนะจางเหว่ย แต่การที่คุณลุกขึ้นมาปกป้องฉันในฐานะสามี... มันทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพังในโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว"
จางเหว่ยชะงัก ช้อนในมือค้างเติ่ง หัวใจที่ด้านชามานานจากการผ่านสนามรบและการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว กลับถูกหลอมละลายด้วยถ้อยคำเรียบง่ายแต่จริงใจของหญิงสาวตรงหน้า เขาเอื้อมมือหนาออกไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคง ไร้ซึ่งคำหวานเลี่ยนหู แต่แฝงด้วยคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขา
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นจนน้ำตาลในหม้อตุ๋นยังต้องยอมแพ้ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นอย่างกะทันหัน—ปัง! ปัง! ปัง!
ทั้งคู่ชะงัก จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นยามค่ำมืดเช่นนี้ จะมีใครมาหาพวกเขาอีก?
หลินฟางรีบดึงมือกลับ ทว่าเมื่อเธอลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูรั้วไม้ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าซีดเผือดของบุคคลผู้ไม่ได้รับเชิญ—หญิงวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าเนื้อดีแต่ยับยู่ยี่ หัวกระเซิงไม่เป็นทรง นางคือป้าสะใภ้ใหญ่จากตระกูลหลิน ผู้ซึ่งไม่เคยเหยียบย่างมาเหยียบเรือนหอหลังนี้เลยตั้งแต่วันแต่งงาน
"หลินฟาง! นังตัวดี! แกต้องช่วยครอบครัวเรานะ!" ป้าสะใภ้พุ่งเข้ามาหมายจะคว้าแขนเธอด้วยความตื่นตระหนก แต่ถูกจางเหว่ยที่ก้าวตามมาคว้าข้อมือไว้เสียก่อนด้วยแรงบีบมหาศาลจนนางร้องโอดครวญ
"มีธุระอะไรก็พูดมาดีๆ อย่ามาแตะต้องตัวภรรยาผม" จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำอันตราย
ป้าสะใภ้หอบหายใจถี่ด้วยความหวาดกลัว นางเหลือบมองหน้าจางเหว่ยที หลินฟางที ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นดินเสียงดัง *ตุบ!* น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างน่าเวทนา
"เหว่ยหลิน... ลูกชายฉัน... ลูกชายฉันถูกตำรวจจับตัวไปที่สถานีอำเภอแล้ว! พวกเขากล่าวหาว่าลูกฉันขโมยโฉนดที่ดินแปลงสำคัญของสหกรณ์เพื่อไปจำนองในตลาดมืด! มีเพียงแก... หลินฟาง... มีเพียงแกคนเดียวที่มีเส้นสายและพอจะมีเงินสดสำรองตอนนี้ ช่วยช่วยพี่ชายของแกด้วยเถอะนะ!"
หลินฟางยืนนิ่ง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปากอย่างช้าๆ
*เกมการเอาคืนที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก*
- *ใบชาหอมหมื่นลี้*
กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว•ตอนที่ 18
พิสูจน์รักด้วยการกระทำ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!