กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว•ตอนที่ 8

การค้ารายย่อยก้าวแรก

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"เหรียญอีแปะพวกนี้... ข้าขอรับไว้ทั้งหมด ถ้าเจ้ายังมีผักกาดขาวอวบอ้วนไร้หนอนเช่นนี้อีก ข้าเหมาหมดไม่จำกัดจำนวน!" เสียงตะโกนแหบแห้งแต่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นของเถ้าแก่เนี้ยร้านขายของชำประจำตลาดอำเภอ ดังแทรกเสียงจอแจของผู้คนจนกลប់บรรยากาศรอบข้างเสียสิ้น หลินฟางกะพริบตาปริบๆ ตั้งสติจากอาการชะงักงันเมื่อครู่ หัวใจที่เคยเต้นรัวระนาดด้วยความหวาดระแวงว่าความลับเรื่องมิติลับในกำไลหยกจะถูกเปิดเผย บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงกระทบกันของเหรียญทองแดงในถุงผ้ากระสอบเก่าๆ ที่หนักอึ้งจนมือเรียวต้องเกร็งรับ นางไม่ได้คาดคิดเลยว่า ผักที่เติบโตมาจากดินวิเศษในมิติและรดด้วยน้ำทิพย์ จะสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดอำวุธยุคเจ็ดสิบปลายๆ ได้รุนแรงถึงเพียงนี้ ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน รถเข็นไม้ไผ่คันเก่าของสองสามีภรรยาตระกูลจางเคลื่อนตัวผ่านซุ้มประตูทางเข้าตลาดอำเภอด้วยความยากลำบาก ผักกาดขาว กวางตุ้ง และแตงกวาที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนดูสะอาดตากว่าแผงของชาวบ้านทั่วไป ส่งกลิ่นอายความสดชื่นจางๆ ออกมาท้าทายจมูกผู้คน ทันทีที่แผงผ้าใบผืนเก่าถูกกางลงบนพื้นดินอัดแน่น ฝูงแม่ค้าและภรรยาข้าราชการระดับล่างที่เดินจ่ายตลาดต่างพากันชะงักฝีเท้า "แม่นาง... ผักนี่เจ้าปลูกเองหรือเหตุใดจึงดูอวบอิ่มเขียวขจี ใบไร้รอยกัดแทะของแมลงเช่นนี้ ไร้สารเคมีจริงหรือเปล่า?" หญิงวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีมอผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยความเคลือบแคลง พร้อมยื่นมือออกไปหมายจะแตะต้องผักกาดขาวหัวโต หลินฟางไม่ตอบคำถามทันที นางแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์พราวระยับ นางหยิบมีดพกเล่มเล็กที่ลับจนคมกริบขึ้นมา ฝานปลายก้านแตงกวาออกเบาๆ เผยให้เห็นเนื้อในสีเขียวอ่อนชุ่มฉ่ำ หยาดน้ำใสราวกับน้ำค้างยามเช้าไหลซึมออกมาจากผิวสัมผัสทันที กลิ่นหอมสดชื่นของแตงกวาป่าแท้ๆ ลอยเข้าจมูกคนที่ยืนมุงอยู่โดยรอบจนหลายคนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ "ลองชิมดูสักคำสิครับท่าน ถ้าไม่อร่อย กรอบ หวานฉ่ำอย่างที่ข้าพูด ไม่ต้องจ่ายเงินสักอีแปะเดียว" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของจางเหว่ยที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างรถเข็นดังขึ้น บุคลิกสง่าผ่าเผยและใบหน้าคมคายดุดันที่พยายามปั้นให้ดูเป็นมิตร ทำให้เหล่าแม่ค้าที่เบียดเสียดกันเข้ามาถึงกับผงะถอยไปครึ่งก้าวด้วยความเกรงกลัวในรัศมีนายทหารปลดประจำการ แต่กลิ่นหอมของผักตรงหน้ากลับดึงดูดให้พวกนางก้าวเข้ามาใหม่อย่างต้านทานไม่ได้ หญิงวัยกลางคนคนเดิมรับชิ้นแตงกวาที่หลินฟางส่งให้ไปเคี้ยวอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทันทีที่ฟันกระทบลงบนเนื้อแตงกวา เสียงกร้วมดังกรอบสนั่น ตามมาด้วยรสชาติหวานธรรมชาติที่ไม่มีความขมฝาดหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นทันที "โอ้โห! หวาน... หวานฉ่ำจริงๆ ด้วย! ข้าไม่เคยทานแตงกวาที่สดชื่นขนาดนี้มาก่อนในชีวิต!" สิ้นคำพูดนั้น ราวกับผึ้งแตกรัง ฝูงชนกรูเข้ามาล้อมแผงผักของหลินฟางจนแทบไม่มีอากาศหายใจ เสียงแย่งชิงตะโกนสั่งซื้อดังระงม "ข้าเอาผักกาดขาวสามหัว!" "ทางนี้ต้องการกวางตุ้งสองชั่ง!" "อย่าเพิ่งแย่งกัน! ข้ามาก่อนนะ เถ้าแก่ ช่วยแบ่งแตงกวาให้ข้าครึ่งตะกร้าด้วย!" จางเหว่ยทำหน้าที่เป็นยามจำเป็น ร่างสูงใหญ่ยืนกางแขนกันไม่ให้ฝูงชนที่กำลังคลุ้มคลั่งด้วยความอยากได้ผักชั้นดีพุ่งเข้ามาทับภรรยา สายตาดุดันที่กวาดมองผู้คนทำให้ไม่มีใครกล้าแซงคิวหรือชักดาบหนีแม้แต่คนเดียว ภาพของภรรยาตัวน้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตาหยิบผัก ชั่งตาชั่ง และรับเงินสดหยิบมืออย่างคล่องแคล่ว ทำให้มุมปากของชายหนุ่มหยักยิ้มขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ เมียของเขาช่างเก่งกาจและน่าเหลือเชื่อเสียจริง เวลาผ่านไปเพียงหนี่งชั่วยาม ตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่สามใบที่บรรทุกผักมาจนเต็มเอี้ยด บัดนี้กลับว่างเปล่า เหลือเพียงเศษใบไม้แห้งและเหรียญทองแดงที่กองสุมกันอยู่ในถุงผ้าใบหนาจนหนักอึ้ง หลินฟางแอบลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางยกมือขึ้นปาดเหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดพรายอยู่บนหน้าผากเนียน ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ยืนยิ้มจนตาหยี "เราขายหมดเกลี้ยงเลยนะเหว่ยเกอ..." นางกระซิบเสียงเบา แววตาระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น ดีใจจนเนื้อตัวสั่นเทาเล็กน้อย เม็ดเงินก้อนแรกจากการหยาดเหงื่อแรงงาน (และพลังมิติวิเศษ) กำลังนอนนิ่งอยู่ในมือ "เจ้าเก่งที่สุดแล้ว อาฟาง" จางเหว่ยเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและจริงใจ ฝ่ามือหนายื่นไปลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาเบาๆ อย่างลืมตัวท่ามกลางสายตาผู้คนรอบข้าง จนหลินฟางต้องรีบปัดมือเขาออกด้วยความเขินอาย ใบหน้าเนียนแดงก่ำลามไปถึงใบหู "คนเยอะแยะ... ทำอะไรน่ะครับ" นางเอ็ดเสียงเบา แต่รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อจัดการเก็บแผงและทำความสะอาดพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็เดินเคียงคู่กันไปยังย่านร้านค้าในตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบจำเป็นสำหรับทำมื้อกลางวันและเตรียมตัวทำธุรกิจต่อในวันพรุ่งนี้ ระหว่างทาง กลิ่นหอมฉุยของแป้งทอดและน้ำซุปกระดูกหมูก็โชยมาเตะจมูก ทำให้ท้องของหลินฟางส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ "เราไปกินบะหมี่เนื้อตุ๋นร้านนั้นกันเถอะครับ ข้าเห็นคนต่อคิวเยอะ น่าจะรสชาติดีทีเดียว" จางเหว่ยชี้ไปยังร้านบะหมี่เล็กๆ ที่มีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นฟ้า ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ทั้งสองนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ สั่งบะหมี่เนื้อตุ๋นชามโตสองชาม น้ำซุปสีเข้มเคี่ยวจากกระดูกวัวเคี่ยวจนงวด ส่งกลิ่นเครื่องเทศจีนหอมฟุ้งตัดกับความเผ็ดร้อนของพริกเผาตำเอง เนื้อวัวตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มกำลังดี หลินฟางคีบเส้นบะหมี่เข้าปากคำโต ความอร่อยกลมกล่อมทำให้ความเหน็ดเหนื่อยจากการขายของเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างรื่นรมย์ เสียงฝีเท้าหนักๆ และน้ำเสียงคุ้นเคยน่ารำคาญก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังโต๊ะที่พวกเขานั่ง "โอ๊ะโอ... นั่นมันนังสารเลวฟางกับไอ้ทหารพิการไม่ใช่หรือไง? ขายผักจนหมดตลาดท่าทางจะได้เงินมาไม่น้อยเลยนี่ ถึงมีปัญญามานั่งกินบะหมี่ราคาแพงแบบนี้ได้!" หลินฟางชะงักมือที่กำลังจะคีบเนื้อตุ๋นชิ้นโตเข้าปาก นางวางตะเกียบลงช้าๆ หุบยิ้มทั้งหมดบนใบหน้า ก่อนจะหันกลับไปมองต้นเสียงด้วยแววตาเย็นเยียบ ร่างอ้วนท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจาง ยืนเท้าสะเอวอยู่เบื้องหลัง พร้อมด้วยลูกพี่ลูกน้องจางเฉียงที่ส่งยิ้มหยันน่ารังเกียจไม่แพ้กัน ในมือของป้าสะใภ้ถือถุงเงินเล็กๆ และกำลังจ้องมองกระเป๋าเงินข้างเอวของหลินฟางราวกับสุนัขป่าจ้องมองเหยื่อ จางเหว่ยตบโต๊ะเสียงดังปัง! จนชามบะหมี่สั่นสะเทือน ดวงตาคมกราบกราววาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับหมาบ้าที่พร้อมจะพุ่งเข้าใส่ใครก็ตามที่กล้ามาหาเรื่องภรรยาของตน ทว่า... ก่อนที่จางเหว่ยจะได้เอ่ยปากคำใด หลินฟางกลับยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบาๆ นางลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตจ้องตรงไปยังป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยท่าทีเหนือกว่า "ป้าสะใภ้ใหญ่... ลมอะไรหอบท่านมาถึงตลาดอำเภอได้ล่ะครับ หรือว่าเงินในบ้านหมดจนต้องมาขอทานแถวนี้?" คำพูดเจ็บแสบพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน ทำเอาหน้าอ้วนๆ ของป้าสะใภ้เปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับแดงด้วยความโกรธจัด แต่ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด สายตาของหลินฟางก็บังเอิญเหลือบไปเห็นเงาร่างของชายชราคนหนึ่งที่เดินตามหลังป้าสะใภ้ใหญ่มาติดๆ ชายชราผู้นั้นสวมชุดผ้าแพรเนื้อดี แม้จะดูเก่าคร่ำคร่าตามกาลเวลา แต่ใบหน้ากลับคมคายและมีแผลเป็นจางๆ ที่หางตาขวา ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่หลินฟางนิ่งสนิท ก่อนที่ชายชราจะก้าวเข้ามาใกล้ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของหลินฟางเย็นเฉียบลงชั่วขณะ *“แม่นางน้อย... ผักวิเศษเมื่อครู่ เจ้าปลูกมันมาจากไหนกันแน่? หรือว่า... เจ้ารู้จัก ‘มิติพันปี’ นั่นด้วย?”* ________________________________________ *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ของหลินฟางและจางเหว่ยด้วยดีเสมอมาครับ* - **ใบชาหอมหมื่นลี้**
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%