"แม่นางน้อย... ผักวิเศษเมื่อครู่ เจ้าปลูกมันมาจากไหนกันแน่? หรือว่า... เจ้ารู้จัก ‘มิติพันปี’ นั่นด้วย?"
เสียงทุ้มต่ำของจางเหว่ยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บฟืน แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดสาดส่องใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยกร้านแดดและคราบฝุ่นผงจากสนามฝึก แต่นัยน์ตาคู่คมกลับพินิจพิเคราะห์ภรรยาหมา2หมาดด้วยประกายล้ำลึกที่ยากจะคาดเดา
หลินฟางชะงักมือที่กำลังจะเก็บตะกร้าไม้ไผ่ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไปชั่วขณะ นางหรี่ตามองชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นสามีในนามอย่างประเมินสถานการณ์ สมองอันรวดเร็วประมวลผลภายในเสี้ยววินาที ทหารหนุ่มผู้นี้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน ย่อมไม่ใช่คนโง่เขลาเบาปัญญา การที่เขาเอ่ยถึง ‘มิติพันปี’ ออกมาตรงๆ เช่นนี้ ย่อมแสดงว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไปเมื่อครู่
"ท่านพูดเรื่องอะไรกัน จางเหว่ย?" หลินฟางแสร้งตีหน้าซื่อ เอียงคอเล็กน้อยอย่างคนไม่รู้ประสา "ข้าก็แค่ขยันรดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ยหมักสูตรพิเศษที่คิดค้นเอง ผักพวกนี้ถึงได้งามหยดย้อยจนคนอิจฉาตาร้อน หากท่านคิดว่าข้ามีเวทมนตร์วิเศษจริง ไฉนข้าถึงต้องมายืนหลังขดหลังแข็งขายผักแลกเศษเงินแดงๆ ในตลาดสดทุกวันเล่า?"
จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวนางทีละน้อยจนหลินฟางต้องถอยหลังไปชนผนังไม้เก่าๆ กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายดินปืนโชว์ความกำยำลอยเข้ามารุมล้อม นางพลانรู้สึกอึดอัดจนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"คนอื่นอาจจะหลอกได้ แต่สายตาของข้า... ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน สัญชาตญาณบอกว่าสิ่งมีชีวิตที่เจ้าซ่อนไว้ ไม่ใช่แค่ผักสวนครัวธรรมดา..." จางเหว่ยโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน "แต่... วางใจเถอะ ข้าไม่ใช่คนปากโป้ง หากสิ่งนั้นเป็นความลับของเจ้า ข้าก็จะช่วยเจ้าเก็บมันให้มิดชิดที่สุด... ในฐานะสามีของเจ้า"
ประโยคหลังเขากระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความอบอุ่นและจริงจังจนหลินฟางรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ นางรีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออกห่าง ถอยร่นไปตั้งหลักพร้อมกับค้อนวงใหญ่
"ใครเป็นสามีท่านกัน อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้!" หลินฟางเชิดหน้าขึ้น กลบเกลื่อนความประหม่าด้วยท่าทีดุดัน "ในเมื่อท่านรู้ความลับครึ่งๆ กลางๆ เช่นนี้แล้วพรุ่งนี้... อย่าหวังว่าจะได้นอนตื่นสาย! ตลาดเช้าเปิดยามอู่ (11.00 - 13.00 น.) เจ้าต้องตื่นมาช่วยข้าแบกตะกร้าผักไปขายเป็นการไถ่โทษฐานที่บังอาจมาจับผิดภรรยา!"
จางเหว่ยเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา "ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ... ภรรยาข้า"
***
รุ่งอรุณวันถัดมา ณ ตลาดสดประจำอำเภอ
บรรยากาศยามสายคึกคักไปด้วยเสียงพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย แผงขายผักของหลินฟางในวันนี้กลับมีจุดดึงดูดสายตาที่แปลกออกไปจากเดิม ด้านหลังแผงผักสดเขียวขจี ปรากฏร่างสูงสง่าของนายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบสะอาดสะอ้าน แม้ใบหน้าจะนิ่งขรึมดุร้ายจนชาวบ้านไม่กล้าเข้าใกล้ แต่การกระทำของเขากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
จางเหว่ยกำลังก้มหน้าก้มตาจัดเรียงหัวผักกาดและกวางตุ้งฮ่องเต้ในตะกร้าอย่างประณีตราวกับกำลังประกอบพิธีกรรมสำคัญ ความหล่อเหลาบึกบึนที่ตัดกับวิถีชีวิตแม่ค้าตลาดสด ทำให้บรรดาแม่อายและหญิงสาวในละแวกนั้นต่างเหลียวมองกันจนคอแทบเคล็ด
"นี่ๆ ดูพ่อหนุ่มคนนั้นสิ หน้าตาคมคายราวกับพระเอกงิ้วหลวง ไฉนถึงมานั่งขายผักเคียงข้างแม่นางหลินได้เล่า?" เสียงซุบซิบค่อยๆ ดังขึ้นจากกลุ่มหญิงวัยกลางคน
"นั่นสิ ได้ข่าวว่าเป็นสามีทหารที่เพิ่งปลดประจำการกลับมาไม่ใช่หรือ? ดูท่าทางหวงภรรยาน่าดูเชียว เห็นใครมองมาหน่อยเป็นต้องส่งสายตาดุใส่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ"
หลินฟางที่กำลังชั่งผักให้ลูกค้าอมยิ้มขบขัน นางเงยหน้าขึ้นมองสามีหมาดๆ ที่ตอนนี้ทำหน้าที่ ‘ลูกมือ’ ได้อย่างแข็งขันเกินหน้าเกินตา พอเห็นชายหนุ่มข้างกายส่งสายตาดุใส่ชายแก่คนหนึ่งที่ยืนมองแผงผักนานเกินไป นางก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกแขนแกร่งเบาๆ
"โอ๊ย... เมียจ๋า เจ้าหยิกข้าทำไมกัน?" จางเหว่ยหันมาทำหน้ามู่ทู่กระเง้ากระงอดใส่ภรรยา
"ท่านทำหน้าตาถมึงทึงใส่ลูกค้าแบบนั้น เดี๋ยวข้าวัดก็ขายไม่ออกพอดี!" หลินฟางกระซิบดุ ปัดมือเขาออก "ถอยไป เดี๋ยวข้าบริการลูกค้าเอง ท่านไปยกกระสอบหัวผักกาดด้านโน้นมาไว้ตรงนี้ดีกว่า"
"รับทราบครับผม" จางเหว่ยรับคำอย่างแข็งขัน ทว่าสายตาคมกริบยังคงกวาดมองสำรวจรอบบริเวณตลาดราวกับสุนัขเฝ้าบ้านที่คอยระแวดระวังภัยให้เจ้าของ
ผ่านไปไม่ถึงสองเค่อ ผักล็อตแรกที่นำมาก็ถูกกวาดซื้อจนเกลี้ยงแผงด้วยความรวดเร็ว เนื่องจากชื่อเสียงเรื่องความสดกรอบและรสชาติหวานฉ่ำเป็นเอกลักษณ์ บวกกับความแปลกตาที่มีนายทหารหนุ่มรูปงามมาคอยช่วยบริการยกของ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าเจ้าอื่นต่างพากันอิจฉาตาร้อน
"แม่นางหลิน ผักของเจ้าหมดเกลี้ยงอีกแล้วหรือนี่? ร้ายกาจจริงๆ!" ป้าหวัง แม่ค้าขายปลาข้างๆ เอ่ยทักด้วยความทึ่ง
"โชคดีน่ะครับป้า วันนี้ผักงามเป็นพิเศษ" หลินฟางยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี กำลังจะก้มลงเก็บแผง
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบข้างก็พลันเงียบสงบลงอย่างกะทันหัน เสียงพูดคุยจอแจเงียบหายไป ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังก้าวเข้ามาใกล้
หลินฟางเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ รอยยิ้มบนใบหน้าค้างเติิ่งทันที
ร่างอวบอ้วนของสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลิน (ป้าสะใภ้ผู้เคยมาอาละวาดแย่งที่ดิน) เดินนตรึงเข้ามาด้วยท่าทางวางโต ข้างกายมีชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสองคนสวมเสื้อคลุมขาดๆ เดินตามประกบราวกับอันธพาลคุมถิ่น สายตาของนางกวาดมองแผงผักที่ว่างเปล่าด้วยความริษยา ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
"ฮึ! ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเชียวนะนังตัวดี หลินฟาง... เจ้าคงลืมไปแล้วกระมังว่าที่ดินแปลงนั้น แม้เจ้าจะอ้างสิทธิ์ครอบครอง แต่ตามกฎของตระกูลเรา เจ้ายังต้องส่งส่วยรายเดือนให้ผู้อาวุโส!" ป้าสะใภ้เท้าสะเอวแผดเสียงแหลมสูงจนคนทั้งตลาดหันมามอง
จางเหว่ยที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขยับตัวก้าวออกมายืนบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงอันตราย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงหลายองศา
หลินฟางเอื้อมมือไปแตะแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม แต่นางกลับก้าวออกมาเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้มเยдя มุมปากยกขึ้นอย่างท้าทาย
"ส่วยอะไรกัน ป้าสะใภ้? ข้าตัดขาดจากตระกูลหลินไปตั้งแต่วันที่พวกท่านขับไล่เราสองแม่ลูกออกนอกบ้านแล้ว อย่ามาอ้างกฎบ้าบออะไรแถวนี้เลย ถ้าอยากได้เงินนัก ก็ไปหาเอาเองเถอะ!"
ป้าสะใภ้หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว ชี้หน้าด่ากราด "นังเด็กเนรคุณ! แกกล้าต่อปากต่อคำกับฉันรึ วันนี้ถ้าแกไม่ยอมจ่ายมาสิบลำดับเงิน ฉันจะให้คนพังแผงผักของแกให้ราบคาบ!"
นางส่งสัญญาณมือให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนก้าวเข้าไปประชิดแผงไม้ไผ่ทันที บรรยากาศตึงเครียดจนผู้คนรอบข้างต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึกเตรียมงัดไม้เด็ดออกมาฟาดฟัน ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ขยับตัว จางเหว่ยก็ก้าวพรวดเดียวไปขวางหน้าอันธพาลทั้งสองคนไว้ ร่างสูงใหญ่บังมิดชิดราวกับภูเขาผา
"ใครกล้าแตะต้องภรรยาข้า... ก้าวขาเข้ามาลองดูสิครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจนอันธพาลทั้งสองถึงกับผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาสีดำสนิทของจางเหว่ยจ้องมองไปยังกลุ่มคนผู้มาใหม่ด้วยความเยือกเย็น ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าตลาด พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องหน้าถอดสี
"กองกำลังรักษาความปลอดภัยประจำอำเภอมาแล้ว! ใครกล้าก่อความวุ่นวายที่นี่!"
ร่างในเครื่องแบบทหารยศนายพันผู้หนึ่งเดินนำหน้ากองกำลังติดอาวุธเข้ามาอย่างเร่งรีบ และเมื่อป้าสะใภ้หันไปมองหน้าหัวหน้าทหารผู้นั้นชัดๆ นางก็ถึงกับเข่าอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันทีด้วยความตกใจสุดขีด
เพราะนายพันผู้นั้น... คือสหายร่วมรบคนสนิทที่เพิ่งมารายงานตัวเพื่อมารับตำแหน่งผู้บัญชาการค่ายทหารประจำอำเภอแห่งนี้... และเขากำลังตรงดิ่งเข้ามาทำความเคารพจางเหว่ยด้วยท่าทีนอบน้อมที่สุด!
"ท่านผู้บัญชาการจาง! ได้รับคำสั่งให้มารายงานตัวครับ!"
หลินฟางเบิกตากว้าง หันขวับไปมองสามีหมาดๆ ของตนด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากจะเชื่อสายตา...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในบทนี้นะครับ
กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว•ตอนที่ 9
เมื่อทหารหนุ่มกลายเป็นลูกมือ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!