กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว•ตอนที่ 20

ความสุขท่ามกลางงานหนัก

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"อย่าขยับ!" เสียงกระซิบต่ำทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับท่อนแขนกำยำราวกับคีมเหล็กที่ตวัดโอบเอวบางของหลินฟางเข้าหาแผงอกกว้างอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แรงกระชากนั้นทำให้ร่างของนางเซถลาไปชนกับเสาไม้เก่าแก่ของโรงเกลือท้ายตลาดอำเภอ กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นดินปืนจางๆ และหยาดเหงื่อจากการฝึกฝนโชยเข้าแตะนาสิก ปลุกสติของนางให้ตื่นเต็มตา หลินฟางเบิกตากว้าง หัวใจที่เต้นรัวด้วยความตกใจจากรอยยิ้มเยือกเย็นของชายสวมหมวกปีกกว้างเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกปนโล่งอกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของจางเหว่ย สามีหนุ่มผู้มักจะปรากฏตัวในเวลาที่นางตกอยู่ในรัศมีอันตรายเสมอ "ตาบ้านี่... ท่านเกือบทำให้ข้าหัวใจวายตายแล้วนะ" หลินฟางพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างนึกหมั่นไส้ พลางใช้มือเล็กตีเข้าที่ต้นแขนแกร่งเบาๆ เป็นการระบายความตื่นกลัว จางเหว่ยไม่ตอบคำทันที สายตาคมกราบกรานมองข้ามไหล่บางของภรรยาไปยังจุดที่ชายสวมหมวกปีกกว้างเคยยืนอยู่ แต่ทว่า พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้านั้นหลงเหลือเพียงกลุ่มคนที่กำลังเดินเบียดเสียดกันไปมา ชายแปลกหน้าคนนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับภูตผี "มันมองเจ้า" เสียงทุ้มต่ำรlอดไรฟันของจางเหว่ยเอ่ยขึ้นอย่างเย็นเยียบ สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นตามแรงขบกราม ใบหน้าหล่อเหลาเข้มครึ้มบัดนี้ตึงเครียดจนน่ากลัว "และข้าไม่ชอบสายตาของมัน" "ข้าก็ไม่ชอบเหมือนกัน..." หลินฟางหรี่ตาลง ความฉลาดเฉลียวในตัวบอกนางว่าเหตุการณ์ในตลาดอำเภอวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การที่ตระกูลเฉินเริ่มดิ้นรนและการปรากฏตัวของเงึาปริศนา กำลังบ่งบอกว่ามิติเกษตรกรรมอัจฉริยะในตัวนาง หรือไม่ก็ผลผลิตผักทิพย์เหล่านี้ กำลังดึงดูดปลาตัวใหญ่ลงมาในอ่างเสียแล้ว "แต่วันนี้... เรามีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำ" นางเหลือบมองตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ที่สะพายอยู่บนหลังสามี ภายในนั้นบรรจุหัวไชเท้ารสชาติหวานกรอบฉ่ำน้ำที่เก็บเกี่ยวมาจากมิติพิเศษ รวมถึงผักกาดหอมปลีแน่นที่ห่อหุ้มด้วยพลังงานปราณบริสุทธิ์ การเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเดือนนี้คือกุญแจสำคัญในการตั้งหลักปักฐานของครอบครัว จางเหว่ยถอนหายใจยาวอย่างจำยอมเมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของภรรยา ความคลั่งรักและห่วงใยตีกันยุ่งเหยิงในอก แต่วินาทีที่เห็นรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าเนียนใสของนาง ความกระด้างในใจเขาก็พลอยละลายหายไปสิ้น "ตามใจเจ้า... แต่อย่าเดินห่างจากข้าเด็ดขาด เข้าใจไหม" ครึ่งชั่วยามต่อมา ณ ลานบ้านดินตระกูลจาง บรรยากาศไม่ได้เงียบเหงาเหมือนเช่นเคย หากแต่คึกคักราวกับมีงานเทศกาล กองทัพผักสีเขียวสดใสและหัวผักกาดหัวโตเท่าแขนเด็กถูกกองเรียงรายเป็นภูเขาย่อมๆ บนลานดิน กลิ่นหอมจางๆ ของพืชผักที่อุดมด้วยสารอาหารบริสุทธิ์ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่ไก่บ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดไปสามหลังยังต้องชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น "โอ้โห! ฟางฟาง นี่พวกมันโตไวขนาดนี้ได้อย่างไรกันเนี่ย ข้าช่วยเจ้าถอนเมื่อเช้า ยังนึกว่าตาฝาดไปเสียอีก!" เสียงอุทานด้วยความตื่นตะลึงของแม่สามีดังขึ้น นางผู้ซึ่งเคยเอารัดเอาเปรียบและมองสะใภ้คนนี้ด้วยหางตามาโดยตลอด บัดนี้กลับวิ่งวุ่นช่วยจัดเรียงหัวไชเทศลงเข่งด้วยความกระตือรือร้น รอยยิ้มบนใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยฉาบไว้ด้วยความโลภผสมความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด หลินฟางยิ้มมุมปาก นางไม่ได้ขัดข้าหรือพูดจาเหน็บแนมเหมือนเก่า ในโลกยุค 80 แห่งนี้ เงินทองคืออำนาจ และผลผลิตล็อตนี้คือทองคำแท้ๆ การมีแรงงานฟรีอย่างพ่อยายแม่สามีมาช่วยคัดแยกสินค้าจึงเป็นเรื่องที่ฉลาดเป็นกรด "แม่ครับ ระวังหน่อย หัวนั้นผิวบาง เดี๋ยวช้ำแล้วราคาจะตก" จางเหว่ยเอ่ยเตือนเสียงเรียบตามประสาชายหนุ่มผู้ซื่อตรงและจริงจังต่อหน้าที่ แม้เขาจะยอมรับแม่เลี้ยงคนนี้บ้างแล้วหลังนางเปลี่ยนท่าที แต่สายตาที่มองก็ยังคงมีความระแวดระวังอยู่ไม่คลาย "แหม เจ้าลูกคนนี้นี่! ข้าทะนุถนอมยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก!" แม่สามีหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี นางกวาดตามองกองผักมหาศาลตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว คำนวณตัวเลขเงินที่จะได้จากการขายส่งให้ภัตตาคารในอำเภอพรุ่งนี้เช้าแล้ว ทำให้มือไม้ของนางยิ่งขยันขันแข็งขึ้นเป็นเท่าตัว ในขณะที่ทุกคนกำลังงดงามอยู่กับการคัดแยกผลผลิต หลินฟางกลับปลีกตัวเดินเลี่ยงไปยังห้องครัวด้านหลัง กลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้นเมื่อนางก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว ภายในห้องครัวเตาถ่านถูกจุดจนสุกสว่าง กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูกลมกล่อมที่เคี่ยวมาตั้งแต่เที่ยงกำลังเดือดปุดๆ ส่งควันสีขาวนวลลอยกรุ่นอบอวลไปทั่ว หลินฟางตักน้ำซุปใสแจ๋วใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีคราม ก่อนจะหยิบเอา "หัวไชเท้าสวรรค์" ที่เพิ่งเก็บสดๆ ร้อนๆ มาหั่นเป็นแว่นหนาๆ ใส่ลงไป เสียงมีดกระทบเขียงดัง *ก๊อกๆ* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางกองงานหนักและความเหน็ดเหนื่อย สิ่งเยียวยาที่ดีที่สุดของหญิงสาวผู้สู้ชีวิตคืออาหารมื้ออร่อยที่ทำด้วยมือตนเอง นางเคี่ยวหัวไชเท้าจนใสราวกับแก้วน้ำ ปรุงรสด้วยเกลือภูเขาเล็กน้อยเพื่อชูรสชาติหวานธรรมชาติของผัก จากนั้นจึงโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียด กลิ่นหอมหวานละมุนของหัวไชเท้าผสานกับความกลมกล่อมของกระดูกหมูตุ๋นพุ่งทะยานผ่านหน้าต่างห้องครัว ลอยออกไปปะทะจมูกของทุกคนที่กำลังทำงานอยู่ข้างนอกทันที จางเหว่ยเป็นคนแรกที่ทิ้งงานในมือ เขาเดินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาในครัว ใบหน้าเข้มดุผ่อนคลายลงทันทีเมื่อเห็นแผ่นหลังบางกำลังยืนตักอาหารอยู่หน้าเตา อ้อมแขนแกร่งสวมกอดเข้าที่เอวบางจากด้านหลังอย่างคุ้นเคย ปลายคางสากระคายถูกเกยไว้บนลาดไหล่มนของภรรยา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนหลินฟางต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้ "เหนื่อยไหมครับภรรยาข้า" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบถามข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เก็บไว้ให้แค่นางผู้เดียว "ถ้าท่านยังกอดแน่นจนข้าหายใจไม่ออกแบบนี้... ข้าคงเหนื่อยเพราะท่านมากกว่างานนอกบ้านแล้วล่ะ" หลินฟางเอี้ยวตัวกลับมาค้อนใส่สามีวงใหญ่ แต่มุมปากกลับยกยิ้มเอ็นดู นางยื่นชามกระเบื้องที่บรรจุซุปหัวไชเท้าตุ๋นร้อนๆ ส่งให้เขา "อ่ะ ชิมดูฝีมือข้าหน่อยสิว่าสมกับที่เหนี่ยวมาทั้งวันไหม" จางเหว่ยรับชามมาถือไว้ ดวงตาคมกวาดมองน้ำซุปใสแจ๋วที่มีแววความสุขสะท้อนอยู่ภายใน ชายหนุ่มตักน้ำซุปขึ้นเป่าเบาๆ ก่อนจะซดเข้าไปคำหนึ่ง ความหวานละมุนที่ละลายในปากแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานหนักมลายหายไปในพริบตา "อร่อยที่สุดในโลก..." เขาเอ่ยพึมพำด้วยสายตาสื่อความหมายลึกซึ้ง ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมคนทั้งสองไว้ ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ *ปัง! ปัง! ปัง!* ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินฟางแข็งค้างไปทันที "หลินฟาง! นังตัวดี! ออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้! แกกล้าดียังไงถึงเอาของดีพวกนี้ไปซ่อนไว้ไม่แบ่งตระกูลเฉิน!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ตระกูลเฉินแผดก้องทะลุกำแพงดินเข้ามา พร้อมกับเสียงถีบประตูรั้วไม้ดังสนั่นหวั่นไหว บ่งบอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาดี และพกพาความแค้นมาเต็มพิกัด จางเหว่ยค่อยๆ วางชามซุปในมือลงอย่างช้าๆ แววตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความอ่อนโยน บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดั่งสัตว์ป่าที่กำลังถูกรบกวนอาณาเขต เขาหันไปมองหน้าภรรួ หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาเร็วกว่าที่คิดนะภรรยา" หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยประกายวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย นางหยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดมืออย่างใจเย็น "ดีเหมือนกัน... ข้ากำลังมือขึ้นพอดี อยากรู้จริงว่าวันนี้ตระกูลเฉินจะเหลือฟันกลับบ้านสักซี่ไหม" ...และก่อนที่ประตูรั้วไม้หน้าบ้านจะพังทลายลงด้วยแรงถีบครั้งสุดท้าย เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังป้าสะใภ้ ก็ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับแสงสะท้อนของวัตถุบางอย่างที่ประกายวาววับในยามพลบค่ำ—วัตถุที่ทำให้ลมหายใจของจางเหว่ยสะดุดกะทันหัน! - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับสวนผักแปลงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ค้าสายสตรองกับกองทัพผักข้างรั้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%